ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ที่ มาเลเซีย เยือน ประเทศญี่ปุ่น และเข้าร่วมประชุมเอเปกที่ เกาหลีใต้ เที่ยวนี้ เท่ากับเป็นการประกาศปักหมุดในภูมิภาคนี้ ชัดเจน สหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความสนใจ ปัญหาคาบสมุทรเกาหลี หรือ ความขัดแย้งระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับจีนไต้หวัน อีกต่อไป หรือแม้แต่ สันติภาพไทย–กัมพูชา เพราะเมื่อ ทรัมป์ ชั่งน้ำหนักดูแล้วไม่ได้ก่อประโยชน์กับ สหรัฐฯ แม้แต่น้อยแรร์เอิร์ธ เป็นหนึ่งในหมุดหมายของ สงครามการค้า และการเข้ามา ปักหมุดในอาเซียน การแสวงหาความร่วมมือสร้างห่วงโซ่อุปทานแร่หายากให้หลากหลาย โดยไม่ง้อจีน เท่ากับเป็นการเอาชนะ จีน ด้วยกระสุนนัดเดียว ชนะจีน ได้ครอบงำอาเซียน ด้วยวิธีการอ้างเหตุผลสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา และการปราบปรามสแกมเมอร์รอยเตอร์ รายงานว่า ทรัมป์ เดินทางมาที่ มาเลเซีย เพื่อลงนามข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนกับ ผู้นำมาเลเซีย กัมพูชา และ ตกลงการค้ากับไทย เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้านภาษีศุลกากรและไม่ใช่ภาษีศุลกากร ตามแถลงการณ์ของ ทำเนียบขาว ข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯยังคงอัตราภาษี 19% สำหรับสินค้าส่งออกจากทั้ง 3 ประเทศไปยังสหรัฐฯ แต่สินค้าบางชนิดจะลดเหลือ 0% เช่นเดียวกับ เวียดนาม ที่ถูกเก็บภาษีศุลกากร 20% ซึ่งต้องแลกกับ การซื้อสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ชดเชยกับการได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐฯถึง 1.23 แสนล้านดอลลาร์ข้อตกลงแรร์เอิร์ธ ทรัมป์ ลงนามเฉพาะ 2 ประเทศคือ ไทยกับมาเลเซีย เพื่อชดเชยกับการที่ จีน ประกาศงดส่งแรร์เอิร์ธหรือแร่หายากให้กับสหรัฐฯเพื่อต่อรองทางการค้า เป็นจังหวะเดียวกับ จีน กำลังเจรจาการแปรรูป แรร์เอิร์ธ กับ รัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งมี กองทุนความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย หรือ Khazanah Nasional เป็นหุ้นส่วนกับ บริษัทจีน ตั้งโรงงานถลุงแร่ขึ้นในมาเลเซีย คล้ายกับ การตั้งโรงงานผลิตเหล็กเส้นในไทย หรือการลงทุนโลจิสติกส์ในกัมพูชาเมื่อ แรร์เอิร์ธ เป็นหัวใจสำคัญในการผลิตเทคโนโลยี ชิปเซมิคอนดักเตอร์ และอาวุธที่ทันสมัย เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯได้เปรียบทางการค้าและความมั่นคง จากที่ สหรัฐฯ เคยเป็นผู้ส่งออกแรร์เอิร์ธรายใหญ่ที่สุด และต่อมา จีน กลายเป็น ผู้ส่งออกแรร์เอิร์ธ เป็นอันดับหนึ่ง สามารถผลิตได้ถึงปีละ 2.7 แสนตัน ด้วยเทคโนโลยีถลุงแรร์เอิร์ธที่เป็นความลับทำให้สหรัฐฯเสียเปรียบดุลการค้ากับจีนมาโดยตลอด ปัจจุบัน สหรัฐฯ สามารถผลิตได้เพียง 4.5 หมื่นตันเท่านั้น ประเทศที่ผลิตแรร์เอิร์ธเป็นอันดับที่สามก็คือ เมียนมา 3.1หมื่นตัน ออสเตรเลีย 1.3 หมื่นตัน และไม่น่าเชื่อ ไทย ก็ผลิตได้ถึง 1.3 หมื่นตัน ซึ่งเมื่อแรร์เอิร์ธกลายเป็นสินค้ายุทธปัจจัยที่นำไปสู่มหาอำนาจโลก การครอบครองการผลิตแรร์เอิร์ธให้ได้มากกว่าจีน จากประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้ สหรัฐฯจึงจะสามารถเอาชนะจีนได้เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ก็เพิ่งจะรู้ว่าไทยเป็นแหล่งผลิตแรร์เอิร์ธที่สำคัญ นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล บอกกับคนไทยว่า ไม่ต้องกังวลกับการลงนาม ข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพราะเป็นแค่การร่วมพัฒนาและยึดหลักธรรมาภิบาลได้แต่ภาวนาขอให้เป็นความจริงอย่างที่นายกฯอนุทินพูด.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม