หลังมีข่าวลือหนาหูมานานหลายเดือน ในที่สุด Hipgnosis Songs Capital (HSC) บริษัทลงทุนด้านดนตรีและการจัดการลิขสิทธิ์เพลงรายใหญ่ในกรุงลอนดอนของอังกฤษก็ประกาศอย่างเป็นทางการถึงการปิดดีลใหญ่กับศิลปินเบอร์ต้นของโลกอย่าง “จัสติน บีเบอร์” ที่ตกลงขายลิขสิทธิ์แค็ตตาล็อกเพลงทั้งหมดดีลยักษ์ครั้งนี้ทำให้ HSC ได้รับผลประโยชน์ 100% เต็มจากสิทธิของผู้ประพันธ์เพลง ต้นฉบับเพลง และสิทธิข้างเคียงจากการเผยแพร่ผลงานเพลงทั้งหมดของบีเบอร์ที่ออกวางจำหน่ายก่อนสิ้นปี 2564 มากกว่า 290 เพลง อย่างไรก็ตามแม้ HSC ไม่ยืนยันมูลค่าการซื้อลิขสิทธิ์ครั้งนี้ แต่เมิร์ค เมอร์คิวเรียดิส ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทให้รายละเอียดเพียงว่า “เป็นหนึ่งในข้อตกลงครั้งใหญ่ที่สุด” ที่เคยมีมา “สำหรับศิลปินที่มีอายุต่ำกว่า 70 ปี” ขณะที่ก่อนหน้านี้สื่อใหญ่อย่างบลูมเบิร์ก, เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล หรือบิลบอร์ดเคยรายงานเมื่อเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมาว่า ข้อตกลงนี้น่าจะมีมูลค่า ประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 6,567 ล้านบาทจัสติน บีเบอร์ ซุปเปอร์สตาร์ชาวแคนาดา วัย 28 ปี ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางถึงความสามารถทางดนตรีรอบด้าน นับแต่ถูกค้นพบจากวิดีโอที่เจ้าตัวโพสต์บนยูทูบเมื่อปี 2550 จนได้รับการเซ็นสัญญา จากนั้นก็ปล่อยซิงเกิลแรก “วัน ไทม์” ในปี 2552 กลายเป็นป๊อปสตาร์โด่งดังไปทั่วโลก สามารถสร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมดนตรีโลกมาตลอด 14 ปีที่ผ่านมา มีสตูดิโออัลบั้ม 6 อัลบั้ม ด้วยยอดขายมากกว่า 150 ล้านแผ่นทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ 23 รางวัล และคว้ามาได้ 2 รางวัล ปีที่แล้วบีเบอร์ เผยว่า กำลังต่อสู้กับโรคแรมเซย์-ฮันต์ ซินโดรม ที่ทำให้ใบหน้าอ่อนแรงบางส่วนจนต้องยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ต “Justice World Tour” ที่เหลือบีเบอร์เป็นหนึ่งในศิลปินดังที่ขายลิขสิทธิ์เพลงด้วยมูลค่ามหาศาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นศิลปินสูงวัยระดับตำนานอย่างเช่นพอล ไซมอน, บ็อบ ดีแลน, สตีวี นิกส์, นีล ยัง รวมถึงบรูซ สปริงสทีน ที่มีรายงานว่าขายแค็ตตาล็อกเพลงทั้งหมดให้ Sony Music สูงถึง 500 ล้านดอลลาร์ หรือกว่าราว 16,000 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้มีข่าวลือว่า ด็อกเตอร์ เดร แร็ปเปอร์ดังผู้ปลุกปั้นเอมิเน็มและสนูปด็อกก์ กำลังเจรจาขายลิขสิทธิ์เพลงเช่นกันที่ผ่านมานักลงทุนในลิขสิทธิ์เพลงยังมองว่า “การลงทุนในแค็ตตาล็อกเพลงดัง” เป็นการลงทุนที่ “ปลอดภัยและคุ้มค่า” กว่าทองคำหรือน้ำมัน เนื่องจาก “เพลง” เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนทั่วโลก หากเป็นเพลงฮิตจากศิลปินที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็ย่อมหมายถึงฐานแฟนเพลงจำนวนมหาศาลและโอกาสสร้างรายได้มากยิ่งขึ้น.อมรดา พงศ์อุทัย