สถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ช่องแคบไต้หวันยังคงคุกรุ่น หลังนักการเมืองสหรัฐฯเดินทางเยือนเกาะไต้หวันรอบใหม่ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ซึ่งถือเป็นคณะการเมืองชุดที่ 3 ของสหรัฐฯ ที่เดินทางเยือนไต้หวันในกรอบเวลาเพียง 1 เดือน ท่ามกลางความไม่พอใจของรัฐบาลจีนที่มองว่าสหรัฐฯพยายามบั่นทอนนโยบายจีนเดียวทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางมาร์ชา แบล็คเบิร์น ส.ว.รัฐเทนเนสซี สังกัดฝ่ายค้านพรรครีพับลิกัน เดินทางถึงกรุงไทเปด้วยเครื่องเช่าเหมาลำ เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 25 ส.ค. ก่อนเดินทางเข้าพบนางไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงไทเป ในการหารือนางแบล็คเบิร์นกล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ชาติที่มีความรักในเสรีภาพจะสนับสนุนไต้หวัน เนื่องจากไต้หวันพยายามที่จะพิทักษ์ไว้ซึ่งเอกราชและเสรีภาพขณะที่นางไช่ อิงเหวินกล่าวว่า ชาติประชาธิปไตยต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้มั่นใจในเรื่องห่วงโซ่อุปทานและตั้งตาที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อเสริม สร้างความร่วมมือในเรื่องเทคโนโลยีชั้นสูง พร้อมมีประสงค์ที่จะเข้าร่วมโครงการริเริ่มเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิกของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งไต้หวันไม่ได้ถูกเชิญเข้าร่วม เฉกเช่นเดียวกรอบความร่วมมืออื่นๆในภูมิภาคที่ไม่ได้เข้าร่วมหลังการหารือ นางไช่ อิงเหวินออกแถลงการณ์ว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีบุคคลสาธารณะจากสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวันแล้วหลายคน แต่ละคนมีพื้นฐานทางสังคมที่แตกต่างกันไป การเยือนเหล่านี้ซึ่งไต้หวันมองว่าเป็นการกระทำที่โอบอ้อมอารีและแสดงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนไต้หวัน ยิ่งทำให้ไต้หวันมีความมุ่งมั่นมากกว่าเดิมในการป้องกันตนเอง ส่วนนายโจเซฟ วู รมว.ต่างประเทศไต้หวัน กล่าวว่า ไต้หวันไม่ได้ถูกโดดเดี่ยวในการรับมือกับอันธพาลฝั่งตรงข้ามช่องแคบและการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันก็ยิ่งทำให้ชาติพันธมิตรของไต้หวันเดินทางมาเยือนมากขึ้น เพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวพร้อมเผยว่า ในสัปดาห์นี้รัฐบาลไต้หวันจะให้การต้อนรับนักการเมืองญี่ปุ่น 2 คน และต้อนรับ ส.ส.อังกฤษกับแคนาดาภายในช่วงปลายปีนี้ก่อนหน้านี้ ศูนย์บัญชาการภาคตะวันออก กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนประกาศดำเนินการซ้อมรบอย่างต่อเนื่องและเตรียมพร้อมรับมือกับสงคราม เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในพื้นที่ช่องแคบไต้หวัน ส่วนรัฐบาลสหรัฐฯประกาศระงับ 26 เที่ยวบินสหรัฐฯ-จีน ระหว่างวันที่ 5-28 ก.ย. ประกอบด้วยสายการบินเซี่ยเหมิน แอร์ไชน่า ไชน่าเซาท์เทิร์นแอร์ไลน์ส และไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ส ระบุว่า เพื่อตอบโต้รัฐบาลจีนที่ระงับ 26 เที่ยวบินของสหรัฐฯ เนื่องจากตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19.