นายกรัฐมนตรี นิโกล ปาชินยาน แห่งอาร์เมเนีย ออกมากล่าวชื่นชมประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เมื่อ 24 เม.ย. ที่ประกาศยอมรับเหตุสังหารชาวอาร์เมเนีย 1.5 ล้านชีวิต โดยรัฐบาลเติร์กออตโตมัน ว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นั้น ถือเป็น “ก้าวย่างที่ทรงอำนาจ” และเป็นวันเดียวกับที่ชาวอาร์เมเนียวางช่อดอกไม้ไว้อาลัยให้กับเหยื่อของเหตุการณ์นี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ตั้งแต่ปี 2458-2460ขณะที่ทางการตุรกียังคงปฏิเสธเสียงแข็ง โดยย้ำว่าการเสียชีวิตจำนวนมากเป็นผลจากเหตุจลาจลของประชาชน ซึ่งการแถลงของไบเดนครั้งนี้สร้างความไม่พอใจอย่างแรงจากตุรกีและอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของสองประเทศนอกจากนี้ ปาชินยานยังเผยถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยความมั่นคง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเมื่อปีกลาย อันหมายถึงสงครามระหว่างอาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน ที่กองทัพอาร์เมเนียรุกคืบเข้าไปยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในภูมิภาคนากอร์โน-คาราบัค กลับมาจากที่เคยเป็นของอาร์เมเนีย ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 6,000 คน ประชาชนต้องไร้ที่อยู่อีกจำนวนมาก ด้านกระทรวงต่างประเทศอาเซอร์ไบจาน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากตุรกีก็วิจารณ์ไบเดนว่าเป็นการตีความที่ผิดเพี้ยน เป็นตัวอย่างของความมีอคติและสองมาตรฐาน.