ขณะที่ทั่วโลกกำลังต่อสู้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งมีต้นตอจากสัตว์ป่าในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยในจีน ที่ภูมิภาคทะเลทราย “จะงอยแอฟริกา” ในแอฟริกาตะวันออก ก็เผชิญมหันตภัยจากสัตว์ แต่มันคือ ฝูง “ตั๊กแตนปาทังก้า” ที่แพร่ระบาดเป็นไฟลามทุ่งหลายหมื่นล้านตัว กัดกินพืชผลเสียหายเหี้ยนเต้ฝูงปาทังก้าหรือตั๊กแตนหนวดสั้น เริ่มแพร่จาก “เยเมน” บินข้ามทะเลแดงเข้าสู่แอฟริกาตะวันออกตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลังมีฝนตกหนักในเยเมน ทำให้พวกมันแพร่พันธุ์ได้เร็วเป็นพิเศษ และแต่ละวันสามารถบินได้ไกลถึง 150 กม. แต่ละตัวยังกินอาหารได้เท่าน้ำหนักตัวของมันเององค์การอาหารและเกษตรกรรม (เอฟเอโอ) แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องให้นานาชาติช่วยต่อสู้ตั๊กแตนปาทังก้าตั้งแต่กลางเดือน ม.ค.ปีนี้ ก่อนถึงฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลในเดือน เม.ย. และเตือนว่าถ้า “เอาไม่อยู่” ในเดือน มิ.ย. พวกมันจะทวีจำนวนขึ้นถึง 500 เท่า! และอาจแพร่ระบาดข้ามปีไปถึงปีหน้าหรือปีต่อไปยูเอ็นระบุด้วยว่า การแพร่ระบาดของตั๊กแตน ปาทังก้าครั้งนี้รุนแรงที่สุดในรอบ 70 ปีใน “เคนยา” และรุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปีใน “โซมาเลีย” และ “เอธิโอเปีย”! จนเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โซมาเลียเป็นประเทศแรกที่ประกาศ “ภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ” รับมือภัยคุกคามจากปาทังก้าแต่โซมาเลียมีปัญหาความมั่นคงไร้เสถียรภาพ จึงไม่สามารถส่งเครื่องบินขึ้นโปรยยาฆ่าแมลงกำจัดฝูงตั๊กแตนปาทังก้าได้ในหลายพื้นที่ ทำให้การแพร่ระบาดยิ่งขยายวงกว้าง เกษตรกรมากมายสูญเสียพืชผลหมดเนื้อหมดตัว ส่งผลต่อความมั่นคงด้านอาหารหนักขึ้น ขณะที่ภูมิภาคนี้มีผู้คนอดอยากแสนสาหัสอยู่แล้วกว่า 19 ล้านคนนอกจากจะสร้างความเสียหายต่อพืชผลเหลือคณานับ ฝูงตั๊กแตนปาทังก้ายังเป็นอันตรายต่อการบินด้วย เช่น เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ฝูงปาทังก้าพุ่งชนช่องเครื่องยนต์ กระจกหน้า และปลายหัวเครื่องบินโดยสารของสายการบินเอธิโอเปียน แอร์ไลน์ส จนต้องเปลี่ยนเส้นทางกลับไปลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินกรุงแอดดิสอาบาบาในทศวรรษ 1990 “จะงอยแอฟริกา” เคยเผชิญการแพร่ระบาดของตั๊กแตนปาทังก้าครั้งใหญ่ถึง 6 ครั้ง รวมทั้งช่วง ค.ศ.1987-1989 และ ค.ศ.2003-2005จะงอยแอฟริกาเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ยากจนและด้อยพัฒนาที่สุดในโลก มหันตภัยจากปาทังก้าจึงเสมือน “เคราะห์ซ้ำกรรมซัด” ขอภาวนาอย่าให้ “ไวรัสอู่ฮั่น” ระบาดไปถึงที่นั่นด้วย เพราะคงสุดจะรับมือไหว!บวร โทศรีแก้ว