ภาพจำลองการชนดาวเคราะห์น้อยเวสตา Credit : Mikiko Habaดาวเคราะห์น้อยเวสตา (Asteroid Vesta) เป็นวัตถุขนาดใหญ่อันดับ 2 ในแถบดาวเคราะห์น้อย ของระบบสุริยะ และดาวเคราะห์แคระเซเรส (Ceres) ถือเป็นวัตถุที่ใหญ่ที่สุด ดาวเคราะห์น้อยเวสตามีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 525 กิโลเมตรและเข้ามาใกล้โลกมากพอที่จะมองเห็นด้วยกล้องส่องทางไกล นักวิจัยสนใจศึกษาดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มานานนับตั้งแต่ค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2350ล่าสุด ทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น ได้ใช้ข้อมูลจากยานอวกาศดอว์นที่โคจรรอบดาวเคราะห์น้อยเวสตาในปี พ.ศ.2554-2555 และศึกษาชิ้นส่วนดาวเคราะห์น้อยที่เรียกว่ามีโซซิเดอไรต์ (mesosiderite) 5 ชนิดที่พบในแอฟริกาตะวันตก-เฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา และชิลี เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของพวกมัน พบว่ามีผลึกแร่เซอร์คอนหรือเพทายที่อาจเกิดขึ้นจากโลหะหลอมเหลวในแกนกลางของดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ เมื่อพิจารณามีโซซิเดอไรต์อย่างละเอียดก็ประเมินได้ว่าสารซิลิเกตที่พบในชิ้นส่วนดาวเคราะห์น้อยเหล่านี้ เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4,550 ล้านปีก่อน และการผสมของโลหะเกิดขึ้นเมื่อราว 4,520 ล้านปีที่แล้ว Credit : NASA / JPL-Caltech /UCAL / MPS / DLR / IDAนอกจากนี้ยังมีหลักฐานบ่งชี้ว่าดาวเคราะห์น้อยเวสตาติดอยู่กับก้อนหินขนาดใหญ่มากเมื่อประมาณ 4,500 ล้านปีก่อน และสร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการปะทะกันระหว่างเวสตาและอุกกาบาต HED ที่มีอัตราส่วนมวล 0.1 ผลจากการชนครั้งนั้นทำให้เกิดรอยบุ๋มที่สำคัญในซีกเหนือของเวสตา ตามด้วยการสะสมของเศษซากที่กระจายออกมาจากการชน ไปเกาะเป็นเปลือกหนาตรงซีกใต้ของเวสตา.