สาวซาอุฯ วัย 18 ปี เดินทางปลอดภัยถึง แคนาดาแล้ว โดยมี รมว.ต่างประเทศ แคนาดานำคณะรอต้อนรับอบอุ่น ขณะที่ ตม.เผยภารกิจเบื้องต้นพาไปซื้อเสื้อกันหนาวและเข้าที่พักชั่วคราว ด้านเจ้าตัวส่งยิ้มหวาน เตรียมนัดเจอเพื่อนในโตรอนโต ขณะเดียวกัน ผอ.องค์กรด้านมนุษยชนในซาอุฯ สวนกลับทันควัน เชื่อการให้สถานะผู้ลี้ภัยแก่สาว 18 รายนี้ เป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ชี้ผลกระทบจะทำให้วัยรุ่นไม่เชื่อฟังครอบครัวและหาทางออกนอกประเทศ พร้อมยืนยันหากตกเป็นเหยื่อทารุณกรรมจริง สามารถขอความช่วยเหลือจากภาครัฐได้จากกรณี น.ส.ราฮาฟ โมฮัมหมัด อัลคูนัน เด็กสาวชาวซาอุดีอาระเบีย อายุ 18 ปี ที่กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกหลังหลบหนีครอบครัวมายังประเทศไทย และต่อมาได้รับการรับรองสถานะผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ (UNHCR) เนื่องจากตรวจสอบพบว่าหากถูกส่งตัวกลับประเทศต้นทางอาจได้รับอันตรายนั้น ได้เดินทางถึงนครโตรอนโต รัฐออนตาริโอ ของแคนาดา เป็นที่เรียบร้อยเมื่อคืนวันที่ 12 ม.ค. ตามเวลาประเทศไทย โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่แคนาดา รวมถึงนางคริสเทีย ฟรีแลนด์ รมว.ต่างประเทศแคนาดาสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่สนามบินนครโตรอนโตของแคนาดา น.ส.อัลคูนัน ในชุดเสื้อ คลุมหัวสีเทา สวมหมวกสีน้ำเงินของสำนักข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ ได้ทักทายคณะต้อนรับและสื่อมวลชนอย่างยิ้มแย้ม แม้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทางเป็นเวลานาน ก่อนรับช่อดอกไม้จากนางฟรีแลนด์ รมว.ต่างประเทศแคนาดา แต่ไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้นส่วนนางฟรีแลนด์ได้กล่าวขณะโอบตัว น.ส.อัลคูนัน ว่า นี่คือ ราฮาฟ อัลคูนัน สมาชิกใหม่ของ แคนาดาที่กล้าหาญมาก เห็นได้ชัดว่าเธออยู่ในสภาพอ่อนล้าจากการเดินทางเป็นระยะเวลานาน แต่เธอก็ตัดสินใจเองที่จะปรากฏตัวต่อสื่อ เพื่อทักทายชาวแคนาดา ต้องการให้ชาวแคนาดาเห็นว่าเธอสบายดี และมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ในบ้านหลังใหม่ พร้อมเผยว่า น.ส.อัลคูนันได้ถามว่า ปกติอากาศหนาวแบบนี้หรือ ซึ่งตนได้ตอบไปว่ามีช่วงที่อบอุ่นกว่านี้ขณะที่นายมาริโอ คัลลา ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแคนาดา (คอสติ) ระบุว่ากำหนดการเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะพา น.ส.อัลคูนัน ไปหาซื้อเสื้อกันหนาว ก่อนพาไปยังบ้านพักอาศัยชั่วคราวและลงทะเบียนบัตรประกันสุขภาพ แต่มิได้เปิดเผยว่า บ้านพักของ น.ส.อัลคูนันอยู่ในนครโตรอนโตหรือไม่ นอกจากนี้ น.ส.อัลคูนันยังแจ้งว่า มีเพื่อนอาศัยอยู่ในโตรอนโต และจะนัดพบกันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ต่อมานายฟรองซัวส์ ซิเมเรย์ ทนายความชาวแคนาดาของ น.ส.อัลคูนัน กล่าวว่า น.ส.อัลคูนัน จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลแคนาดา และองค์กรอิสระต่างๆ พร้อมให้การช่วยเหลือเรื่องการศึกษาต่อ หลังก่อนหน้านี้ น.ส.อัลคูนันถูกครอบครัวบังคับให้หยุดเรียนหนังสือทั้งนี้ เว็บไซต์รัฐบาลแคนาดา www.canada.ca ระบุรายละเอียดว่า หลังจากรัฐบาลแคนาดาอนุมัติคำร้องขอลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาตินั้น ตัวผู้ลี้ภัยจะได้รับบริการต่างๆเช่น การต้อนรับที่สนามบิน จัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวและที่พักอาศัยถาวร ประเมินความต้องการพื้นฐาน การให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศแคนาดา ภายในกรอบเวลา 4-6 สัปดาห์ เช่นเดียวกับการช่วยเหลือทางการเงินภายในกรอบระยะเวลา 1 ปี หรืออาจน้อยกว่านั้นหากผู้ลี้ภัยสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ก่อนครบกำหนดเวลานอกจากนี้ บริษัทเอกชนในแคนาดา ที่ทำสัญญากับรัฐขอเป็นสปอนเซอร์ให้แก่ผู้ลี้ภัย จะให้ความช่วยเหลือทางการเงิน และฟื้นฟูสภาพจิตใจ รวมถึงบ้านพัก เสื้อผ้า อาหาร จนกว่าผู้ลี้ภัยจะหา เลี้ยงตัวเองได้ ภายในกรอบระยะเวลา 1 ปี หรือบางกรณีอาจนานถึง 3 ปี ส่วนเรื่องการขอสัญชาติแคนาดาสำหรับผู้ลี้ภัย จะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมา– ธิการพิจารณาของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและผู้ลี้ภัยของแคนาดา เพื่อขอเป็นผู้พักอาศัยถาวรก่อนจะยื่นเรื่องขอสัญชาติแคนาดาต่อไปอย่างไรก็ตาม วันเดียวกัน นายมุฟตัล อัลกาห์ตานี ผู้อำนวยการหน่วยงานสิทธิมนุษยชน ภายใต้การดูแลของรัฐบาลซาอุดีอาระเบีย กล่าวโจมตีว่าการได้สถานะผู้ลี้ภัยของราฮาฟ อัลคูนัน เป็นเหตุผลทางการเมืองของบางประเทศ ที่ต้องการให้หญิงวัยรุ่นเหล่านี้ไม่เชื่อฟัง ทำลายสถาบันครอบครัว และอยากออกจากประเทศ ทั้งที่ความจริงแล้วหากตกเป็นเหยื่อการทารุณกรรม ก็สามารถขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐบาล หรือองค์กรท้องถิ่นได้