..ผลพวงจากสภาพสังคมผู้สูงอายุ (Ageing Society) หรือสังคมประชากรอายุเฉลี่ย 65 ปีขึ้นไปมีมากกว่าร้อยละ 7 ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ กำลังทำให้ตัวเลข “บ้านร้าง” ในสังคมญี่ปุ่นโดยเฉพาะพื้นที่แถบชนบทตามหัวเมืองใหญ่มีมากขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจุบันมากกว่า 8.2 ล้านหลัง คาดว่าภายในปี 2576 หรือ 15 ปีข้างหน้า ตัวเลข “บ้านร้าง” ทั่วประเทศญี่ปุ่นอาจมากถึงกว่า 20 ล้านหลังความหมาย “บ้านร้าง” ภาษาญี่ปุ่นเรียก “อาคิยะ” (Akiya) หรือบ้านที่ถูกปล่อยทิ้งว่างเปล่าไม่มีผู้คนอาศัย สาเหตุที่บ้านร้างในญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆเพราะเจ้าของบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุล้มหายตายจากและไม่มีผู้สืบทอดมรดก หรือไม่ก็ลูกหลานละทิ้งบ้านพ่อแม่ตามชนบทไปสร้างครอบครัวใหม่ในสังคมเมือง และมัวแต่เร่งทำมาหากินสร้างฐานะจนไม่มีเวลากลับมาดูแลบูรณะบ้านเก่าของพ่อแม่การปล่อยทิ้งบ้านร้างผู้คนส่งผลถึงสภาพแวดล้อมบริเวณที่ตั้งของบ้านเหล่านั้น ก่อให้เกิดการทรุดโทรมผุพัง วัชพืชขึ้นปกคลุมยิ่งทำให้สภาพบ้านร้างดูน่ากลัวมากขึ้น อีกทั้งเจ้าของบ้านหรือทายาทผู้รับมรดกจำเป็นต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเรื่องภาษีบำรุงท้องถิ่น ยิ่งทำให้บ้านร้างถูกปล่อยปละละเลย บ้านร้างจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ห่างไกลความเจริญแทนที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกลับยิ่งทำให้เจ้าของต้องเผชิญภาวะหนี้สินเพิ่ม ทำให้ทายาทเจ้าของบ้านจำนวนมากต้อง “ปล่อยทิ้ง” ให้ทางการท้องถิ่นยึดบ้านจัดการทำประโยชน์ทางแก้ปัญหาของรัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งของญี่ปุ่น บ้างต้องประกาศขาย “บ้านร้าง” เหล่านั้นราคาถูกๆหรือไม่ก็ปล่อยเช่าระยะยาวตามกำหนด เพื่อซื้อเวลายาวนานนับสิบปีก่อนทำเรื่องขอเป็นเจ้าของได้ตามกฎหมายในอนาคต บ้านร้างในหลายพื้นที่ถึงขนาดถูกประกาศ “ให้ฟรี” แก่ผู้ต้องการครอบครอง โดยผู้ต้องการบ้านต้องผ่านการประเมินจากทางการท้องถิ่น ต้องเสียค่าบำรุงท้องถิ่นและค่าธรรมเนียมไม่มากนักตามข้อกำหนดถ้า “บ้านร้าง” ขนาดย่อมๆอยู่ในพื้นที่มีราคาอาจถูกเสนอขายได้ราคาเฉลี่ยถึงกว่า 30 ล้านเยน หรือราว 8.5 ล้านบาทแต่ปัญหาคือ สังคมญี่ปุ่นก็คล้ายๆชาวซีกโลกตะวันออก เชื่อเรื่องผีสางเทวดา อสังหาริมทรัพย์บ้านร้างจำนวนมากไม่มีใครต้องการซื้อครอบครอง เพราะอสังหาริมทรัพย์เหล่านั้นอาจผ่านประวัติโศกนาฏกรรมหลายรูปแบบ ไล่ตั้งแต่ เจ้าของบ้านป่วยตาย ตรอมใจตายเดียวดาย ฆ่าตัวตายหรือบ้านเคยเกิดคดีฆาตกรรมจนถูกปล่อยทิ้งร้าง...อานุภาพ เงินกระแชง