หากพูดถึงหนุ่มฮอตที่หยิบจับอะไรก็เป็นกระแส คงหนีไม่พ้น “มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์” ที่ล่าสุดเผยฝีมือการแสดงในซีรีส์รอมคอมสุดปั่น “ถึงคุณภรรยา...จากสามีที่รัก–My Wife’s Gunslinger God” ทาง TrueVisions NOW เลยต้องชวน มิว มาคุยถึงตัวตนที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น ทั้งโหมดการทำงานสุดเนี้ยบ ความ “เบียว” ในหัวใจ และบทเรียนชีวิตที่ทำให้แกร่งกว่าเดิม เริ่มจาก...ถามถึงบทบาทในซีรีส์เรื่องล่าสุด “ระพี” เป็นคนยังไง?“ระพี เป็นคนมีเป้าหมายชัด อยากได้โรงแรมของคุณแม่เขาแต่มีเงื่อนไขว่าต้องไปหาคนมาแต่งงาน ซึ่งตัวละครผมกับพี่ออม (สุชาร์) พ่อแม่จะรู้จักกัน เลยมีความคลุมถุงชนตั้งแต่เด็ก เราก็ไม่ติดอะไร แต่งกับใครก็ได้ขอให้ได้โรงแรม แต่พอแต่งแล้วต้องสานต่อความเนียน ตัวละครผมจะเนี้ยบทุกอย่าง เนี้ยบแบบเบียวๆก็มีครับ เช่นต้องกินผักที่มีรู ไม่มีไม่กิน” เรื่องนี้ต้องปะทะกับ “ออม สุชาร์” ที่แอบเป็นโปรเพลเยอร์ด้วย?“ใช่ครับ เรื่องราวของ นพเก้า (ออม สุชาร์) เขาจะเป็นครูสาวอ่อนหวาน แต่เบื้องหลังเป็นโปรเพลเยอร์ในโลกออนไลน์ ส่วนระพีนี่เกลียดเกมเข้าไส้เลย ความต่างสุดขั้วนี้ทำให้ชีวิตหลังแต่งงานชุลมุนมาก ท่ามกลางความลับที่เธอพยายามปิดบัง” เห็นว่าเรื่องนี้มิวต้องดึงความ “เบียว” ออกมาใช้เยอะมาก?“ทุกคนมีความเบียวในใจครับ อยู่ที่ว่าเป็นเรื่องไหน คนเราจะมีความสุดโต่งที่ทำให้ตัวเรามีความยูนีก พอได้เล่นเรื่องนี้ ผมได้เอาความเป็นเด็กหรืออะไรบางอย่างที่มันสดใสในตัวเราออกมา คำว่าเบียว สำหรับผมคือความผิดเพี้ยน ความสุดโต่งจากบรรทัดฐานปกติ ซึ่งมันทำให้ตัวละครมีสีสันมากขึ้น พอความสุดโต่งมาชนกันปุ๊บ เป้าหมายของแต่ละคนมันจะพุ่งทะยาน ปะทะกันทั้งคำพูดและแอ็กชัน มันสนุกมากครับ” ร่วมงานกับรุ่นพี่อย่าง “ออม สุชาร์” เป็นอย่างไรบ้าง?“พี่ออมเขาเป็นรุ่นพี่ในวงการที่มีความสามารถมากๆ ผมได้ดูผลงานเขามาเรื่อยๆ พอได้ทำงานด้วยก็ดีใจ ผมชอบเรียนรู้จากผู้เล่นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม พี่เขาผ่านประสบการณ์มาเยอะ เราได้เห็นว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ วิธีการบางอย่างที่เขาใช้แล้วมันเหมาะกับเราจังเลย เราก็นำมาใช้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องจังหวะรอมคอม ผมพยายามซึมซับและจำจังหวะพี่ออมมากๆ เพราะเขาเชี่ยวชาญ ส่วนผมค่อนข้างมาสายดราม่า เรื่องนี้เป็นรอมคอมเรื่องแรกเลย ก็พากันเบียวเลยครับ ผู้กำกับจะบรีฟผมแยกกับพี่ออมครับ ต่างคนต่างซ้อม แล้วเข้ามาชนกันเลย อยู่กับปัจจุบัน ซึ่งผมชอบวิธีนี้มาก ทำให้ทุกครั้งที่มากองมันสนุกจริงๆ”จริงๆมิวรับบท CEO สุดเนี้ยบ บ่อยมาก เรื่องนี้ต่างจากที่เคยเล่นยังไง?“ผมรับบท CEO เยอะจริงๆครับ ใส่สูทรูปหล่อ แต่ตอนได้บทเรื่องนี้ ผมดันไปถ่ายอีกเรื่องที่เป็น CEO เหมือนกัน เรื่อง รักสลับลาย เรื่องนั้นเป็น CEO แฟชั่น เรื่องนี้เป็น CEO โรงแรม แต่มีปัญหาครอบครัวและสู้เพื่อบริษัทเหมือนกัน ผมเลยต้องหาวิธีแยกตัวละครให้ออก ตัวละครเรื่องนั้นผมให้มีความเป็นมนุษย์ ส่วนเรื่องนี้ ผมทำให้มันดูการ์ตูนมากๆ” มีเทคนิคส่วนตัวไหมในการสวิตช์คาแรกเตอร์?“เป็นเทคนิคที่ได้จากครูแอ็กติ้งครับ คือการสร้างภาพลักษณ์ในหัว เช่น เรื่องโฮมรูมที่ผมเล่นเป็นครูที่จะระเบิดโรงเรียน ภาพในหัวคือ “ระเบิดเวลา” ที่พร้อมจะระเบิดตลอดเวลา พอเราหลับตานึกถึงสิ่งนั้น คาแรกเตอร์ก็มาเลยครับ”ตัวจริง “มิว” เนี้ยบเหมือนในละครไหม? “ผมเป็นคนค่อนข้างรักษาความสะอาด ก็เนี้ยบอยู่แล้วจริงๆ เป็น Perfectionist ประมาณนึงครับ แต่สิ่งที่ห่างตัวมากคือความสุดโต่ง เพราะในชีวิตจริงเรามีเสียงในหัวหลายอย่างที่แสดงออกไม่ ได้ แต่เรื่องนี้ระเบิดออกมาได้หมดเลย ร่างกายทำตามเสียงในหัวได้หมด เป็นคาแรกเตอร์ที่ผ่อนคลายได้ปลดปล่อย เป็นตัวเองในแบบที่คนอื่นไม่ได้เห็น ผมเองก็ชอบอนิเมะ ชอบหนัง เล่นเกม สิ่งเหล่านี้มันคือตัวผมมากๆครับ”เรื่องนี้ก็มีถอดโชว์กล้ามหลายซีน ถามถึงเคล็ดลับ “ร่างทอง” ที่ทำเอาโซเชียลแตกทุกครั้งที่ลงรูป? “ขอบคุณครับ ผมว่าสุขภาพแข็งแรงมันดีในระยะยาว การรักษาสุขภาพคือการลงทุน อย่าลงทุนแค่ธุรกิจ การท่องเที่ยว หรือข้าวของเยอะแยะ แต่อย่าลืมลงทุนกับร่างกายตัวเองด้วย เพราะสุดท้ายสิ่งที่อยู่กับเราก็คือร่างกายเรา ผมรู้สึกว่าถ้าออกกำลังกาย จะทำให้เรานอนหลับสบาย แล้วพอนอนสบายปุ๊บ ตื่นมาก็ทำทุกอย่างได้แฮปปี้ เราก็จะมีแรงกลับมาอีก วนไปในลูปที่ดี ส่วนรูปที่คนกรี๊ด...ก็ขอให้กรี๊ดดังขึ้นไปอีก ดังขึ้นไปอีกครับ (ยิ้ม)”ปีนี้ดูเหมือนมิวจะกลับมาลุยงานแสดงเต็มตัว?“ใช่ครับ เริ่มกลับมารับงานแสดงมากขึ้นแล้ว ก่อนหน้านี้มีงานค้างไว้และผมไปบวชมา พอสึกปุ๊บผมกับคิ้วยังไม่ขึ้น (หัวเราะ) ช่วงนั้นเลยไปทางแฟชั่นเยอะ เพราะลุคสกินเฮดฝั่งแฟชั่นไม่ค่อยเห็น ตอนนี้กำลังถ่ายหนังอยู่ด้วย เป็นดราม่าครอบครัวที่หนักหนาสาหัสมาก เดี๋ยวพอหนังเรื่องนี้จบก็อาจ จะมีโปรเจกต์ซีรีส์ต่อ ก็กำลังดูอยู่ ผมแฮปปี้มากที่ได้กลับมาสู่จุดที่เรามีความสุข งานเพลงงานแฟชั่น ก็ยังทำอยู่ครับ” ทำงานหนักขนาดนี้ จะหาเวลาเที่ยวได้ไหม? “ก็มีไปเที่ยว มันผ่านช่วงเบิร์นเอาต์มาแล้ว ช่วงก่อนบวช 1-2 ปี ถึงขั้นต้องไปหาจิตแพทย์เลย ภาวะเบิร์นเอาต์มันเกิดขึ้นได้กับทุกคน มันคือการล้า จากการทำอะไรซ้ำๆบ่อยๆ เราผ่านมาได้ สุดท้ายเรื่อง จัดสรรเวลาครับ การพักผ่อนครับ เมื่อก่อนจะอินรู้สึกว่าอยากทำงานตลอด หมอบอกว่าสุดท้ายเราต้องหาวันพัก เราทำงาน ทุกวันไม่ได้ ใบสั่งยาของหมอคือ “ให้ไปเที่ยว” เราเป็นคนชอบงานศิลปะอยู่แล้ว กลายเป็นว่าประสบการณ์ต่างๆ ที่ไปเที่ยวมา มันยิ่งพัฒนางานของเรา เราไปเห็นอะไรมากขึ้น แนวดนตรีใหม่ๆ ประวัติศาสตร์ ศิลปะสมัยก่อน ศิลปะในปัจจุบัน ภูมิอากาศ สัมผัสใหม่ๆที่มันเกิดขึ้น มันประกอบกับการทำงานเราหมดเลย กลายเป็นว่าเฮ้ย เราได้พักผ่อนด้วย แต่ว่าเราได้พัฒนาด้านอื่นของเราไปด้วย ระหว่างการท่องเที่ยว การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ณ หน้างาน เราได้เห็นอะไรบ้าง รสชาติของอาหารใหม่ๆ กลิ่นหอมๆ กลิ่นทั้งดี ไม่ดี หรือว่าสัมผัสใหม่ๆที่เราได้สัมผัสมา มุมมองของแต่ละภูมิประเทศต่างๆที่มันเกิดขึ้นมา กลายเป็นว่ามันทำให้เรา ได้ Source ในการทำงานเยอะขึ้น ตอนนี้เลยกลายเป็นคนติดเที่ยวไปเลย พยายามหาที่ใหม่ๆออกจากคอมฟอร์ตโซนครับ”การเติบโตของ “มิว ศุภศิษฏ์” ในวันนี้เปลี่ยนไป แค่ไหน?“สุดท้ายทุกอย่างมันคือชีวิต มีตั้งอยู่และดับไป วันนึงทุกอย่างมันก็จะต้องจบลง ผมเรียนรู้ว่าเราควรใส่ใจ “ระหว่างทาง” มากขึ้น อย่ามัวแต่มองปลายทางว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง ผมเคยผ่านจุดที่คนมองว่าประสบความสำเร็จมาแล้ว แต่มองย้อนไปตอนนั้นกลับไม่มีความสุขเลย มันว่างเปล่า เพราะโฟกัสแต่งานจนไม่เคยคุยกับใคร ปัจจุบันผมบาลานซ์สิ่งเหล่านี้มากขึ้น เรามองระหว่างทางมากขึ้น ทุกการทำงานทุกวันที่เราใช้ชีวิต มันแฮปปี้มากๆ และมันน่าจดจำ” ขอถามชีวิตส่วนตัว เรื่องหัวใจกับตุลย์ ภากร หลังเซอร์ไพรส์สวมแหวนแล้ว“ตอนนี้โฟกัสไปที่การสร้างบ้านครับ ต่างคนต่างทำงาน ค่าใช้จ่ายไปลงที่บ้านก่อน เราอาร์ติสต์ทั้งคู่ก็อยากได้บ้านในฝัน สเปกบ้านใหญ่มาก ตอนนี้ห้องเยอะมาก (หัวเราะ) ล่าสุดเพิ่งจับซินแสกับสถาปนิกมานั่งคุยกัน เพราะต้องรื้อแบบบางส่วนตามฮวงจุ้ย อยากรีบจบแบบบ้านให้รู้ราคาและหาฤกษ์เริ่มสร้างครับ” หลายคนลุ้นเรื่องข่าวดี?“ไม่ซีเรียสครับ ตอนนี้อยากจบเรื่องบ้านก่อน” รู้สึกยังไงจากบางคนเป็นแฟนคลับมิว จนมาชื่นชมทั้งคู่ มิว-ตุลย์ ในความ “คลั่งรัก” และความสัมพันธ์ของคู่เรามาก? “ดีใจอยู่แล้วครับ มันก็คือการใช้ชีวิตครับ การที่คนสองคนมาเจอกัน ไม่ว่าในรูปแบบไหนมันดีมากๆ” การมีตุลย์อยู่ในชีวิต ส่งเสริมเราอย่างไรบ้าง? “เขาเป็นคนที่ซัพพอร์ตได้ดีในหลายๆเรื่องมากๆ นอกจากเขาแล้วก็ยังมีครอบครัวที่คอยซัพพอร์ตผมเป็นอย่างดีครับ”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่