ถึงไม่เชื่อเรื่องผีสางวิญญาณเท่าไหร่นัก สำหรับ ลิฟท์–สุพจน์ จันทร์เจริญ นักร้อง-นักแสดงมากความสามารถ ต้องเล่นเป็น “วิญญาณ” ในละคร “ลางปริศนา” ทางช่อง 7HD รู้สึกโชคดีชีวิตจริงไม่มีเซ้นส์และไม่อยากเป็นบุคคลพิเศษ เป็นความบังเอิญทั้งละคร-ซีรีส์ออนแอร์พร้อมๆ กันเท่านั้นไม่ได้ “ฮอต” อย่างที่คิด ส่วนครอบครัวมักมีโมเมนต์น่ารักๆ อบอุ่นๆ ระหว่างพ่อลิฟต์กับน้องพราว ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนหยอกล้อกันให้เห็นตลอดๆ แต่งานนี้พ่อลิฟท์ยอมรับว่าทั้งหวงและห่วงมาก...กับละครลางปริศนากลับมาเจอคนเจนเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น บี๋ สวิช, นุ๊ก สุทธิดา “ใช่ แต่เชื่อไหม ในซีนไม่ได้เจอพี่บี๋เลยเพราะอยู่กันคนละพาร์ตเลย แต่ในกองเจอกันตลอดเพราะถ่ายในโลเกชันเดียวกัน” กับเรื่องนี้วิญญาณหรือลางบอกเหตุส่วนตัวมีความเชื่อขนาดไหน “ผมเชื่อในเรื่องของสิ่งลี้ลับแต่ไม่เชื่อเรื่องผี หรือวิญญาณมาหลอกหลอน คนจะคิดว่าผมต้องเจอเรื่องพวกนี้มาเยอะ ไปคอนเสิร์ตต่างจังหวัด ไปถ่ายละคร มันต้องเจอเรื่องอะไรแบบนี้ แต่กลายเป็นว่าผมไม่เคยเจอ มากสุดได้ยินเสียวแว่วๆ แต่ไม่มีเซนส์” ถ้าเกิดมีเซ็นส์ สัมผัสสิ่งลี้ลับได้เอาไหม “ไม่เอาครับ (หัวเราะ) ผมว่าเป็นบุคคลที่ไม่รับรู้อะไรดีกว่า”ช่วงงานหลักๆของลิฟท์ จะเป็นงานแสดงหรือคอนเสิร์ตมากกว่ากัน“มีทั้งละคร คอนเสิร์ต ซีรีส์ก็มี ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงที่ละครเคยถ่ายไว้ ถ่ายเสร็จ รอออนแอร์พร้อมกัน 5 เรื่อง อย่างเรื่อง ลางปริศนา ถ่าย 2-3 ปี ของช่อง 3 ก็เหมือนกัน ล่าสุด ละครช่องไทยพีบีเอสก็เพิ่งปิดกล้องไป อีก 2 เรื่อง เป็นเรื่องของซีรีส์วาย พอออนพร้อมกัน” ดูฮอตมาก “ไม่ฮอตหรอก จริงๆถ่ายจบไปนานแล้วแต่ไม่ได้ออนเลยก็มี ก็ไม่เป็นไรหรอก เราทำเต็มที่แล้วในหน้าที่ของเรา” จะมีโอกาสกลับมาทำเพลง ปล่อยซิงเกิลอีกสักครั้งไหม “ผมคิดว่าซิงเกิล คนที่ฟังเพลงยุคปัจจุบันจะเป็นคนเจน Z แนวการร้องของเรา แนวดนตรีของเราจะไม่ไปโดนกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายของเรายุค 90 คนที่เขาทำงานแล้ว ฉะนั้นเพลงที่คนกลุ่มเป้าหมายเราชอบคือคนยุค 90 เมื่อไหร่ที่เล่นเพลงยุค 90 คนกลุ่มนี้จะมีความสุขมาก เมื่อก่อนเวลาเล่นคอนเสิร์ตไม่สนใจใครเลยจะสนใจร้องเพลงให้ดี อย่าร้องให้ผิด เล่นให้จบๆพอ แต่ทุกวันนี้กลายเป็นขึ้นคอนเสิร์ตผมไปโฟกัสที่คนดู เล่นกับเขามากขึ้น เมื่อก่อนเราจะมีความคาดหวังไว้เยอะ เวลาเล่นคอนเสิร์ตเกร็ง คนดูจะต้องสนุก คนต้องมาดูเยอะๆ คอนเสิร์ตที่มีคนดูน้อยๆ เฟล ไม่สนุกแล้ว ทุกวันนี้เล่นคอนเสิร์ตไม่ว่าคนดูจะเยอะจะน้อยสนุกไว้ก่อน บางคอนเสิร์ตมีคนดู 30-40 คนก็สนุกได้ การเล่นคอนเสิร์ตเราต้องสนุก ถ้าเราสนุกทุกอย่างตามไปเอง” ขนาดน้องพราวโตเป็นสาวแต่ยังเห็นลิฟท์ยังเล่น ยังฟัดแรงๆ อยู่เลย “ทุกวันนี้เรายังเล่นกับลูกเหมือนเพื่อน พอลูกอยู่กับเพื่อนเขาจะเป็นอีกแบบนึง พออยู่กับเราเขาจะกลายเป็นเบบี๋เลย ก็จะคอยเตือนลูก หนูเป็นผู้หญิงนะ แต่ทุกวันนี้ยังกระโดดขี่หลังผม คิดตั้งแต่เขายังเด็กๆ เราอยากเป็นเพื่อนกับเขา ตอนนี้เวลาอยู่บ้านกลายเป็นเขาเล่นกับผมเป็นเพื่อน บางทีก็แกล้งเอาเท้ามาเขี่ยๆ ผมเราก็อ้าว...ว นี่ป๊านะ ลูกก็ตอบกลับเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ (หัวเราะ) แต่ทำให้ผมรู้สึกดีนะ เพราะเวลามีอะไรเขากล้าเล่าหลายๆอย่างในชีวิตให้เราฟัง ทุกวันนี้ไม่ยอมให้หอมแก้มแล้วนะ เพราะกลัวสิวขึ้น (หัวเราะ) พอเราจะหอมเขาก็จะพูด ป๊ามีหนวด ป๊าไปกินอะไรมาบ้าง สกปรก มาหอมปุ๊บลูกสิวขึ้น เขาก็มีเหตุผลก็จะบอกเขาว่าการที่พ่อแม่หอมแก้มลูกคือมีความสุขที่สุดเลยรู้เปล่า เขาบอกหอมหัวเอาสิ” ตอนนี้ลูกโตเป็นสาวมีหนุ่มๆมาจีบเขากล้าเล่าให้เราฟังไหม“เล่านะ แต่เขาจะเล่าให้แม่เค้าฟัง ผู้หญิงเหมือนกัน มีปั๊ปปี้เลิฟ มีผู้ชายมาจีบอะไรบ้าง”ลิฟท์หวงไหมถ้าลูกมีแฟนขึ้นมา“ห่วงครับ จะบอกเขาลูกใจเย็นๆ ความรักไม่ต้องห่วงเดี๋ยวก็มาเรื่อยๆ ป๊ากับมี้กว่าจะเจอกันอายุ 28 ระหว่างนั้น เจอความรักมาเยอะเลย ความรักมันไม่ต้องรีบเลยถึงเวลาเดี๋ยวมาเอง จะเจอคนที่ใช่ เด็กรุ่นนี้เขาเข้าใจ เดี๋ยวเขาดำเนินชีวิต เขาเคยถามผมป๊า ถ้าแฟนพราวทำอาชีพนี้ป๊าจะว่ายังไง โยนหินถามทาง เดี๋ยวถึงเวลาก็โอเคแหละแต่ตอนนี้ยังไม่โอเค (หัวเราะ)”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่