เดือนเมษายน ปีพุทธศักราช 2569 บันทึกไว้ในความทรงจำ ฤดูร้อนที่ประชาชนคนไทยต้องผจญวิกฤติความร้อนหนักหน่วง “แสนสาหัส” เป็น ประวัติศาสตร์ แบบที่ไม่เคยพบเจอ“ซุปเปอร์เอลนีโญ” ดันอุณหภูมิทะลักปรอท ไฟป่ากระพือฝุ่นพิษ PM 2.5วิกฤติซ้ำซ้อนล้อมคนไทยเหมือนโดน “ไฟคลอกทั้งเป็น” อากาศร้อนแบบ “ซ้อมตกนรก” ในประเทศไทย ประชันกับอุณหภูมิองศาเดือดภายนอกจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง ภาวะขึงพืดระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล อิหร่าน ที่ยังไม่คลายดีกรีตึงเครียด แนวรบ “ช่องแคบฮอร์มุซ” อุดทางเดินน้ำมัน เขย่าเศรษฐกิจโลกสั่นสะเทือนสภาพประเทศไทยเป็นเบอร์ต้นๆของโลก เจอวิกฤติพลังงานหนักกว่าเพื่อน เพราะผลจาก “การเมืองมั่วน้ำมัน” รัฐบาลปล่อย “ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน ปล้นประชาชนซ้ำวิกฤติสงครามพฤติกรรมระยำเกือบทำระบบธุรกิจน้ำมันของประเทศ พังพินาศกดทับเศรษฐกิจของชาติที่ “ตกท้องช้าง” ลากไม่ขึ้น เจอซ้ำด้วยวิกฤติน้ำมัน แก๊งกักตุนดีเซลฟาดกำไร สร้างภาวะ “ขาดแคลนเทียม” ดันราคาพลังงานสูงผิดธรรมชาติ ทำลายกลไกการตลาดผิดเพี้ยนไปหมดประชาชนหาเช้ากินค่ำต้องลำบากหนักจากภาวะน้ำมันแพงแก๊งกักตุนฟาดกำไร ผลาญ “กองทุนน้ำมัน” ติดลบสูงสุดทะลุ 7 หมื่นล้านบาท “เงินบาป” ไหลไปเข้ากระเป๋าแก๊งไอ้โม่งปล้นน้ำมันถอนทุนเลือกตั้งสะดือปลิ้นสร้างภาระใหญ่หลวงต่องบประมาณแผ่นดินที่ต้องกู้มาโปะขนานใหญ่ตามสัญญาณชัดเจนที่ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง แถลงอย่างเป็นทางการ กระทรวงการคลังเตรียมออกพระราชกำหนดกู้เงินวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาทเพื่อนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจก่อนงบประมาณ ปี 2570พูดกันชัดถ้อยชัดคำ คลังต้องรีบ “เติมกระสุน” การกู้เงินมีความจำเป็นในการดูแลกลุ่มเปราะบางในช่วงสุญญากาศงบประมาณ และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะถ้าไม่กู้จะเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจมากกว่า“นักกู้ลุ่มเจ้าพระยา” มาตามคาด แต่เร็วกว่าที่คิดไว้ในสภาพไฟต์บังคับที่ทุกฝ่ายในสังคมไทยยอมรับถึงความจำเป็น ไม่ว่ารัฐบาลไหน ไม่เว้นรัฐบาลทั่วโลกที่ไม่ใช่ชาติร่ำรวยก็ต้องวิ่งหาแหล่งกู้เงิน ภาวะฉุกเฉินต้องอัดฉีดน้ำเลี้ยง ประคองภาวะวิกฤติเศรษฐกิจจากสงครามตะวันออกกลาง เขย่าพลังงานโลกหนักสุดในประวัติศาสตร์แต่ที่ค้างคาใจก็คือ “ไอ้โม่ง” ปล้นซ้ำ ทำคนไทยเผชิญวิกฤติน้ำมันแพงวิกฤติความเชื่อมั่นรัฐบาล “ตกขีดแดง” ผลจาก “การเมืองมั่วน้ำมัน” ฉุดเครดิตความไว้วางใจรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เกจ์วัดหล่นไปอยู่ในจุดเกลี้ยงถังลำพังเชิงบริหารบ้อท่ายังพอทน แต่ฉวยโอกาสโกงพอเลยชาวบ้านไม่ยอมให้อภัย เสียงสาปแช่ง “ไอ้โม่ง” อารมณ์หวาด ระแวงของประชาชนลามไปทุกหัว ระแหงดีกรีแรงแค้นของเกษตรกรที่ถือแกลลอน ไปแย่งเติมน้ำมัน ประชาชนที่ต้องขับรถไปต่อคิวหน้าปั๊มกันข้ามคืนข้ามวัน ซ้ำร้ายยัง “โดนลักหลับ” ขึ้นราคาดีเซลพรวดเดียว 6 บาท ช็อกตาค้างมันมากเกินกว่าจะหลงแห่ตามมุก “คืนกำไร—คายของกลาง”สังเกตได้ กระแสสังคมไม่แห่ตาม “ขิง สุดซอย” นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ปฏิบัติการ “ปิดประตูตีแมว” ไล่ทุบโรงกลั่น บีบให้ลดค่าการกลั่น บี้ให้หั่นราคาน้ำมันหน้าปั๊ม โชว์ฟอร์มดุดันตีกินแต้มการเมืองกลับกลายเป็นเรื่องที่ชาวบ้านรู้ทัน เกมตื้นเบี่ยงไฟไม่ให้ลามไหม้บ่อน้ำเขากระโดงความพยายามกลบกระแส “อุ้มไอ้โม่ง” แต่นั่นกลับต้องแลกด้วยความเสี่ยงทำลายระบบธุรกิจน้ำมันของประเทศพังยับ นักลงทุนฝรั่งเริ่มส่งสัญญาณถอนสมอ จ่อขายทิ้งหุ้นโรงกลั่นในประเทศไทย“การเมืองมั่วน้ำมัน” ไอ้โม่งฟันกำไร แต่ดันไปไล่ทุบกลไกธุรกิจโรงกลั่น ผิดเพี้ยนไปหมดเหลี่ยมเขี้ยวการเมือง สูตร “ลุงกำนันพุนพิน—ครูใหญ่เขากระโดง” เก๋าเกมยังไงก็สกัดเพลิงไม่อยู่กระแสกดดันลามไหม้รัฐบาลเซราะกราวแรงขึ้นทุกขณะ เสียงโห่ฮา ไล่บี้เค้นคอถาม “นายกฯอนุทิน” จะลากคอ“ไอ้โม่ง” กักตุนน้ำมัน มาเชือดโชว์วันไหนตามความคืบหน้าทางคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไล่ล่าแก๊งลักลอบสูบน้ำมันหายไป 70-80 ล้านลิตรที่สุราษฎร์ธานี ใส่เรือน้ำมันเถื่อนลอบขายกัมพูชา สดๆร้อนๆตามเจอคลังน้ำมันจุดกักตุนมหึมาที่จังหวัดอ่างทองหลักฐานชัดเป็นของ “เสี่ยตือ” ลูกหนี้ “โกเกี๊ย”ชุดข้อมูลเดียวกับที่ “รังสิมันต์ โรม” มือปราบทุจริตค่ายส้ม พรรคประชาชน แฉประจาน ไล่บี้ไล่ต้อนทั้งในสภา นอกสภา ต่อจิ๊กซอว์ให้ประชาชนให้ภาพชัดใครเป็นใคร“ไอ้โม่ง” เป็นชนักปักคาอก “นายกฯอนุทิน” ตราบที่ยังลูบหน้าปะจมูกแก๊งปล้นน้ำมันประจานอาการมูมมาม พฤติการณ์สะท้อนเป้าหมายเร่งกอบโกย รีบถอนทุนเลือกตั้งกันตั้งแต่หัววัน ไม่เว้นนาทีเป็นนาทีตาย “ใจดำ” ซ้ำเติมคนไทยกำลังเผชิญวิบากกรรมแล้วรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” กำลังจะลุยออกพ.ร.ก. 5 แสนล้าน มาล่อตาล่อใจสภาพล่อแหลมอันตรายพอๆกับ “เสือหิว—เสือโหย” เพ่นพ่านอยู่หน้าเขียงเนื้อ ไม่มีทางที่ประชาชนคนไทยจะไว้วางใจ เผลอละสายตาไม่ได้ก็แล้วกันและนั่นก็เป็นไปตามฟอร์ม โยนกลองให้ “เดอะแบก” หลังแอ่นตามเคยเดาทาง “นายกฯอนุทิน” เต็มใจมอบบท “นักกู้ลุ่มเจ้าพระยา” ให้ “ดร.เอก” รับไปเต็มๆแบบที่โบ้ยสื่อมวลชนให้ไปถาม “ขุนคลัง” เรื่องที่รัฐบาลกำลังก่อหนี้ก้อนใหญ่ดันหลังให้เป็นโต้โผหลัก เคลียร์ปมร้อน พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านสถานการณ์ต้องโหนเครดิตเทคโนแครตในการยื่นกู้ จำเป็นต้องพึ่ง “ต้นทุนหน้าตักความโปร่งใส” ของ “ดร.เอกนิติ” ที่สูงกว่านักเลือกตั้งอาชีพในรัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส”เพิ่มโจทย์หนักหนาสาหัสให้ “ดร.เอก” ต้องคุมเขียงเนื้อจาก “เสือหิว—เสือโหย”บริหารเศรษฐกิจหัวหมุนแล้วยังต้องเป็นปู่โสมเฝ้าอารักขาขุมทรัพย์ 5 แสนล้าน ที่ “ยักเงิน” ในอนาคตของลูก หลาน เหลน โหลน มาใช้ประคองชีวิต ดูแลปากท้องปู่ย่าตาทวดในภาวะสงครามเขย่าน้ำมันแพงณ จุดที่พลังอำนาจ “ก๊วนเขากระโดง” กำลังร้อนแรงเกินห้ามใจปาฏิหาริย์แบบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยกฟ้อง “เสี่ย โอ๋” นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม และอดีต เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ในคดีปกปิดการถือครองหุ้นและใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่นฯ“หักลำ” คำพิพากษาศาลรัฐธรรมนูญที่ฟันน้องเล็กตระกูลชิดชอบ ถึงขั้นหลุดเก้าอี้รัฐมนตรีจากโทษแรงห้าม ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จากสำนวนคดีเรื่องเดียวกัน แต่ทำไป ทำมา “เสี่ยโอ๋” มีข่าวจะกลับมานั่งแท่นรัฐมนตรีตามโควตาใน ครม.ที่เว้นว่างไว้ให้กระตุกชนวนหมิ่นเหม่หลัก “นิติธรรม” ของบ้านเมืองแบบที่เบอร์ใหญ่ในวงการศาลอย่างนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ทนนิ่งอยู่ไม่ไหว ต้องกระตุกเบรกแรงๆ ย้ำคำวินิจฉัยศาลล็อก “เสี่ยโอ๋” หมดสิทธิคัมแบ็กอารมณ์สังคมส่วนใหญ่เริ่มรับไม่ไหว ต้องแหกกันแรงๆแบบที่โลกโซเชียลฯพากันเปลี่ยนคำย่อ ป.ป.ช.เป็น “คณะกรรมการป้องกันและปกป้องตระกูลชิดชอบ”แต่นั่นก็ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆในเชิงใส่เกียร์ถอยแรงต้านสถานการณ์แบบที่นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. ร่อนแถลงการณ์ยาวเหยียดกว่า 5 หน้ากระดาษ เอ 4 แจงยิบปมยกฟ้อง “ศักดิ์สยาม”ตามฟอร์มทนายแก้ต่าง “ฟอกขาว” ให้เสร็จสรรพอากัปกิริยาของเลขาธิการ ป.ป.ช.ที่กระตุกเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ไม่ต่างจากคิวของ “แหวง เซราะกราว” นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ถูกมองเป็น “ตัวช่วย” ค่ายน้ำเงินกองหลังทีมเซราะกราว คอยเตะลูกออกให้ก๊วนเขากระโดงแล้วมันก็ย้อนโยงถึงที่มาที่ไปของกรรมการ ป.ป.ช. อรหันต์ กกต.ไปจนถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ทำคลอดมาจากมดลูกของ “สว.โพยฮั้ว” สายน้ำเงินยึดองค์อิสระ ล็อกเกมนิติสงคราม กินรวบกระดานอำนาจการเมืองตามท้องเรื่องยั่วประชาชนคนไทยบ่มเพาะดีกรีความอึดอัด ซ่อนอยู่ภายใต้ “ความเงียบที่น่ากลัว”รอวันระเบิดใส่ก๊วนเกรียน เส้นใหญ่ ตั๋ววีไอพี ทำอะไร ก็ไม่ผิด ทุจริตยังไงก็รอด“แก๊งไอ้โม่ง—เสือหิว—เสือโหย” เหิมเกริมตามพลังอำนาจ.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม