จาก “เพื่อนรัก” กลายเป็น “ศัตรูหัวใจ” แค่เปิดตัวก็แรงแบบสับๆ สำหรับ ปูเป้–เกศรินทร์ น้อยผึ้ง ในละคร “กุหลาบเล่นไฟ” ทางช่อง 7HD ถึงขั้นเอ่ยปากเล่นเองกลัว “อ้อม” เวอร์ชันนี้เลยแต่เป็นความสนุกที่ท้าทายได้ทำอะไรใหม่ๆ เพิ่งตัดสินใจซื้อบ้านเพราะเป็นความฝันมาตั้งแต่เด็กๆ พร้อมแง้มสถานะหัวใจไม่ว่าง รอให้ทุกอย่างมั่นคงเปิดตัวแน่นอน...กับละครเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้าง “ผ่านมา 2 ปีได้ค่ะ ยังไม่ลืมเรื่องราว รู้สึกว่ายังตรึงตราตรึงใจอยู่และมีความสนุกมากๆในการถ่ายทำ ในเรื่องรับบทเป็นอ้อม เป็นสาวต่างจังหวัดแล้วมาเรียนในกรุงเทพฯ ได้เจอกลุ่มเพื่อนน่ารัก เรารักเขาถวายชีวิตเลย กับพี่พิ้งค์พลอย และพี่จีน เฌอตินท์นารา ไม่เคยร่วมงานสักคน เป็นการร่วมงานครั้งแรก” เรื่องนี้เล่นจริงตบจริง“ไม่อยากสปอยล์มันมีความน่าสงสารของตัวละคร และจริงๆทุกคนเป็นเหยื่อของความรักหมดเลยเพราะว่าทุกคนอยากได้ความรักแต่มีมุมคนนี้ก็น่าสงสาร ทุกคนมีปม ทุกคนเป็นห่วงโซ่อาหาร (หัวเราะ) ของความรัก” เล่นไปเหมือนอ้อมไบโพลาร์เหมือนกันนะ“ไม่ถึงขั้นนั้นแต่เล่นเอง กลัวอ้อมเวอร์ชันนี้มาก บางทีก็มีมุมน่ากลัว มีความแค้นของเขาถึงบอกเขารักเพื่อนมาก” กลัวมุมไหนของอ้อมมากสุด“มุมเอาคืนจนลืมไปว่าอันไหนถูกหรือผิด การที่เราอยู่กับความโกรธนานๆ จนลืมไปว่าสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ ไม่ได้ไตร่ตรองให้ดี เป็นสิ่งที่ปูเป้กลัว” ร่วมงานกับธันวาล่ะ เป็นสายเทกแคร์สาวๆดีขนาดไหน“เป็นสไตล์พี่ธันวา เป็นฟีลห่วงแต่อยู่ห่างๆ ถ้ามีอะไรตงิดๆเขาก็จะเดินเข้ามาคุยเลย เหมือนเป็นคนไม่ค่อยพูดจาแต่จริงๆเป็นคนพูดเก่ง อธิบายเก่ง ไม่เคยเจอผู้ชายสไตล์นี้มาก่อน แรกๆไม่ชิน เล่าย้อนครั้งแรกทำงานร่วมกันด้วยความอายุห่างพอสมควร เลยรู้สึกบางทีไม่เข้าใจพี่เค้าเพราะพี่ธันวาโตกว่าประมาณ 10 ปี มีประสบ การณ์ทำงานประมาณนึงก็เข้าใจแล้วสไตล์การทำงานพี่ธันวาเป็นยังไง เราต้องคอยไขปริศนา เขาจะเป็นผู้ชายแรร์ไอเท็ม แนวกล่องสุ่ม (หัวเราะ) คาดเดาไม่ได้”ล่าสุดเพิ่งตัดสินใจซื้อบ้าน“จริงๆหลายอย่างเข้ามาในชีวิตจะเป็นแบบปุ๊บปั๊บอยู่ตลอด ใจอยากได้บ้านอยู่แล้ว อยากให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยความที่พื้นฐานของเราไม่ได้สบายเลยต้องขวนขวายและทำงานเยอะมากๆ ทำงานมาตั้งแต่เด็ก เลยเป็นความฝันที่ตั้งไว้อยู่แล้วอยากมีบ้าน มีรถ เพียงแต่เมื่อไหร่เท่านั้นเอง แต่อยู่ๆได้บ้าน อาจจะเป็นจังหวะชีวิต เป็นมือ 2 กำลังตกแต่งในสไตล์ที่ชอบ แต่ก็ใกล้เสร็จแล้ว รู้สึกแรกๆ จริงๆไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรเลย ใจลึกๆคิดว่าคงกู้ธนาคารไม่ผ่านก็ทำใจ อีกใจนึงถ้าได้ก็ดี ถ้าไม่ได้ไม่เป็นไร ครั้งแรกที่ไปดูบ้าน ทำให้มองเห็นอนาคตของตัวเองในการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ รู้สึกอบอุ่น สบายใจ ใกล้ๆบ้านหลังเดิมที่อยู่เลยแต่บ้านหลังนั้นเช่าเขาอยู่ วันที่ธนาคารโทร.มาบอก ว่ากู้ผ่านนั่งร้องไห้เลยเป็นบ้านหลังแรกของหนูเลย” เพราะเราอยู่บ้านเช่ามาทั้งชีวิต“ใช่ค่ะ เราอยากให้ชีวิตการเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นเหมือนฝันที่เป็นจริง เหมือนเราไม่ได้ตั้งตัว ก็ใช้เวลา 10 ปีเหมือนกันค่ะ” ความรักเป็นอย่างไรบ้างหลายๆคนคาดหวังว่าเป้จะยอมเปิดตัว“จริงๆปีนี้อายุ 26 ค่อนข้างโตพอสมควร ทุกคนก็อยากให้หนูมีแฟนซะที จริงๆไม่ใช่ว่าไม่มีใครเลย อยากให้มั่นใจก่อน มั่นใจในที่นี้ทัศนคติตรงกับใจที่เราอยากได้จริงๆ จะเป็นคนเซนซิทีฟกับความรู้สึกง่ายเลยอยากได้คนที่ตรงกับเราจริงๆ ถ้าเจอคนที่ใช่ก็คงประกาศให้ทุกคนรู้ ตอนนี้ก็มีคนคุยๆ ด้วยความอายุเราเท่านี้ ยังไม่มั่นใจในตัวเอง ทั้งนิสัย ความรู้สึก แค่รอให้มั่นคง ถ้า ณ เวลานั้นยังมีใครที่ยังอยู่ตรงนั้นคงไม่ได้ปิดบังอะไร” พี่พิ้งค์พลอยช่วยสแกนให้ด้วยไหม“ก็มีปรึกษากัน ไม่ได้ปิดบัง แค่มีใครคุยก็คบ เหมือนตัวเองยังไม่ได้มั่นคงกับความรักมาก มุ่งมั่นการทำงาน สร้างฐานของตัวเอง อย่างปีนี้เพิ่งซื้อบ้าน กำลังสร้างความเป็นอยู่ของตัวเอง เลยให้ความรักเป็นเรื่องรองลงมา ตอนนี้ก็ไปเรื่อยๆ” เป็นคนรักคนยากเหมือนกัน“ยากค่ะ ต้องมารูปแบบเพื่อน หรือเป็นพี่เป็นน้อง จนเรารู้สึกคนนี้ใช่หรือไม่ใช่ก่อน ไม่ได้คบเผื่อเลือก ถ้าคุยแล้วไม่ใช่ก็ไม่อยากฝืน ถ้าใครเข้ามาหนูมั่นคงจริงๆคนนี้แหละ”แม่กับน้องโล่งอกเราจะได้หลุดโฟกัสไม่ได้อยู่ที่พวกเขา“ชีวิตหนูวุ่นวายอยู่กับน้อง แม่ พ่อ น้องถึงขั้นบอกว่ายุ่งกับชีวิตเขาเยอะไปไหม (หัวเราะ) หนูยังบอกน้องถ้ามีแฟนพามาให้พี่ดูตัวก่อนนะ เขาบอกว่าคนแรกที่จะไม่ให้ดูคือเป้ คิดว่าผู้หญิงที่จะเข้ามาจะต้องสตรองไม่แพ้เรา อยากมีเพื่อนที่สตรองเหมือนกันแล้วน้องชายบอกว่าไม่อยากได้แบบนี้ เขากลัวเป็นแบบพี่ค่ะ”.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่