“ลูกโลกทองคำ” ครั้งที่ 79 จัดโดยสมาคมสื่อมวลชนต่างประเทศของฮอลลีวูด (HFPA) ได้มอบรางวัลกันไปแล้วในคืนวันที่ 9 ม.ค. ที่โรงแรมเบเวอร์ลีย์ ฮิลตัน ในเบเวอร์ลีย์ ฮิลส์ นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตรงกับช่วงเช้าวันที่ 10 ม.ค.ของไทย ซึ่งเป็นการจัดมอบรางวัลแบบส่วนตัว งดการถ่ายทอดสด งดเดินพรมแดง แต่ประกาศผลรางวัลทางเว็บไซต์ goldenglobes.com และทางสื่อโซเชียลแทน เหตุเพราะเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตใน HFPA ที่ถูกวิจารณ์ยับเมื่อปีที่แล้ว หลังปรากฏว่ามีการยอมรับของขวัญที่ไม่เหมาะสมและผลประโยชน์อื่นๆจากบางบริษัทที่อยู่เบื้องหลังผู้ได้รับการเสนอชื่อ แถมมีเรื่องปูดว่ากรรมการตัดสินรางวัลไม่มีคนผิวดำเลย จนก่อกระแสประท้วงคว่ำบาตรจากหลายสตูดิโอภาพยนตร์ ดาราหลายรายก็ประกาศไม่ร่วมงานกับ HFPA สถานีโทรทัศน์เอ็นบีซีของสหรัฐฯก็ยกเลิกการถ่ายทอดสดพิธีมอบรางวัลในปี 2565 ถึงจะมีเรื่องถูกเปิดโปง แต่ HFPA ก็เดินหน้าประกาศผู้ชนะผลงานทางโทรทัศน์และภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปี โดยไร้เงาดารา คนดังวงการฮอลลีวูด ซึ่ง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมสาขาดราม่า ตกเป็นของ “เดอะ พาวเวอร์ ออฟ เดอะ ด็อก” (The Power of the Dog) โดย เจน แคมเปียน ผู้กำกับหญิงชาวนิวซีแลนด์ ก็ซิวรางวัล ผู้กำกับยอดเยี่ยม จากเรื่องนี้เช่นกัน ส่วนนักแสดงสาขาหนังดราม่า นิโคล คิดแมน คว้านำหญิงยอดเยี่ยมจาก “บีอิง เดอะ ริคาร์โดส์” (Being the Ricardos) ขณะที่ วิล สมิธ ก็เข้าวินได้นำชายยอดเยี่ยมไปจากเรื่อง “คิง ริชาร์ด” (King Richard) ฟากของ ภาพยนตร์สาขาเพลงหรือตลก เรียกว่าสมราคาของสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่แม้จะพลาดรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม แต่ “เวสต์ ไซด์ สตอรี” (West Side Story) ฝีมือกำกับของเขา ก็คว้าชัยได้ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ในสาขานี้ไปครอง ส่วน ราเชล เซเกลอร์ ก็ได้นำหญิงยอดเยี่ยมจาก “เวสต์ ไซด์ สตอรี” ด้วยเช่นกัน ปิดท้ายด้วยอดีตสไปเดอร์แมน แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ เข้าป้ายได้นำชายยอดเยี่ยมจาก “ติ๊ก, ติ๊ก...บูม!” (tick, tick...BOOM!) ได้สำเร็จหลังจากนี้ก็ต้องจับตาว่าชะตากรรมของรางวัลลูกโลกทองคำจะเป็นอย่างไร...ไม่แน่ว่าอาจเป็นหนังยาว!