พูดถึงเรื่องการอัดฉีด ต้องยกเครดิตให้รัฐบาล คสช.เป็นมือวางอันดับหนึ่งเพราะรัฐบาลนายกฯ บิ๊กตู่ ขยันอัดฉีดงบกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่ารัฐบาลอื่นแม้เศรษฐกิจไทยฟื้นแล้ว รัฐบาลยังทุ่มงบอัดฉีดเต็มพิกัดแถมมีโครงการอัดฉีดใหม่ๆ เพิ่มขึ้นๆ ไม่หยุดไม่หย่อน“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่า เทียบกัน ปีต่อปี งบอัดฉีดนโยบายประชารัฐ แซงหน้างบอัดฉีดนโยบายประชานิยมแน่นอนตัวอย่างเช่น เดือนที่แล้ว รัฐบาลเพิ่งอนุมัติอัดฉีดงบเพิ่มอีก 1.5 หมื่นล้านบาท แจกกระจายให้กองทุนหมู่บ้าน และชุมชนเมืองทั่วประเทศ 7 หมื่นกองทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจฐานรากเป็นกรณีพิเศษก่อนหน้านี้ รัฐบาลก็อัดฉีดงบใส่กองทุนหมู่บ้านเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจตามนโยบายประชารัฐไปแล้ว 3.5 หมื่นล้านบาทรวมเม็ดเงินอัดฉีด 2 ขยักเป็นเงิน 5 หมื่นล้านบาทงบอัดฉีดใส่กองทุนหมู่บ้าน 5 หมื่นล้านบาท จะเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจฐานรากได้มากขนาดไหน คงต้องรอพิสูจน์ต่อไปอีกระยะหนึ่ง“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่าล่าสุด ครม.ได้อนุมัติอัดฉีดงบกลาง สำรองจ่ายกรณีเร่งด่วนฉุกเฉินเพิ่มอีก 2.5 หมื่นล้านบาทเพื่อใช้สนับสนุนจ้างงานเกษตรกร ทั่วประเทศ จำนวน 9,101 ชุมชน ชุมชนละ 2.5 ล้านบาทงบอัดฉีด 2.5 หมื่นล้านบาท จะแบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนแรก ใช้เป็นงบจัดการอบรมสัมมนา ส่งเสริมความรู้เกษตรกร เพื่อพัฒนาเกษตรอย่างยั่งยืนจัดศูนย์เรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและโครงการส่งเสริมปลูกข้าวอินทรีย์ เพื่อการส่งออก ฯลฯโดยกำหนดให้เกษตรกรเข้าร่วมอบรมสัมมนา 500 คนต่อ 1 ชุมชน เมื่อรวมทั้ง 9,101 ชุมชน จะมีพี่น้องเกษตรกรร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 4.5 ล้านราย“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า ส่วนที่ 2 ของ งบอัดฉีดเร่งด่วนพิเศษ 2.5 หมื่นล้านบาท กำหนดให้เกษตรกรรวมตัวกันเองกลุ่มละ 10 คน ทำโครงการที่สนับสนุนการลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตการเกษตร ตามแนวทางพระ ราชดำริเพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืนรัฐบาลจะจ่ายค่าจ้างค่าแรงให้เกษตรกรทุกคนที่ร่วมทำโครงการและให้เร่งเบิกจ่ายงบอัดฉีด 2.5 หมื่นล้านบาท ให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน หรือก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมถามว่านโยบายอัดฉีดเร่งด่วนแบบนี้ดีหรือไม่??“แม่ลูกจันทร์” ตอบได้ทันทีว่าดีแน่นอนเท่ากับรัฐบาลช่วยเติมเงินด่วนให้พี่น้องเกษตรกรเอาไปใช้แก้ขัดหนักขัดเบาในช่วงที่รอเก็บเกี่ยวข้าวอีก 2 เดือนปัญหาคือโครงการอัดฉีดเร่งด่วนฉุกเฉินอย่างนี้ เป็นเพียงการช่วยเหลือชั่วคราวการให้เกษตรกรทำโครงการกันเองกลุ่มละ 10 คน โดยไม่ได้เตรียมการวางแผนโครงการล่วงหน้าให้ละเอียดรอบคอบ จะไม่เกิดประโยชน์ในการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนงบกลางที่รัฐบาลอัดฉีดลงไป 2.5 หมื่นล้านบาท ก็เป็นเงินมากพอสมควร หากใช้ให้ถูกทางจะเกิดประโยชน์มากกว่าในระยะยาว“แม่ลูกจันทร์” ในฐานะเจ้าของเงินอัดฉีด 2.5 หมื่นล้านบาท จึงต้องท้วงติงกันบ้างพอเป็นกระสายยาอะไรที่เร่งรีบเกินไป...มักมีจุดอ่อนนะโยม.“แม่ลูกจันทร์”