นิทานเรื่องที่เด็กรุ่นผมหัดอ่านตอนเรียนชั้น ป.เตรียม ลาตัวหนึ่ง ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องเสียงใสไพเราะจับใจ จึงถามจิ้งหรีดว่า เจ้าไปกินอะไรมา จิ้งหรีดตอบว่า ข้ากินน้ำค้างนับแต่นั้น เจ้าลาก็ตื่นแต่เช้า เอาแต่เลียน้ำค้างตามใบหญ้า...ในไม่ช้า ลาโง่ตัวนั้นก็ตายสี่สิบปีที่แล้ว ผมฟังจากวงกาแฟใต้ถุนลิโด้ สยามสแควร์ว่า รงค์ วงษ์สวรรค์ เป็นนักเขียนค่าแรงแพงที่สุด ตั้งชื่อหนังสี่คำ น้ำค้างหยดเดียว ได้มาถึงหนึ่งแสน หนึ่งแสนตอนนั้นเทียบเงินเดือนนักข่าว สองพัน มากเหลือหลายหนังเรื่องนี้ผมไม่ได้ดู จึงไม่รู้ว่าเนื้อหาเป็นยังไง...เพียงแต่จับใจ ชื่อน้ำค้างหยดเดียว...คงหมายถึง อะไรๆที่น้อยนิดเต็มที เมื่อเอาเติมในความต้องการของคนผมคิดถึงคำน้ำค้าง เมื่อได้ฟังข่าวผู้ปกครองเด็ก ที่ฝากเด็กเข้าโรงเรียนร้องนายกฯว่า ต้องจ่ายเงินค่าอุดหนุนโรงเรียน แถวถนนพระราม 6 ไป 4 แสนเงินอุดหนุนเรียกกันด้านดี เพราะโรงเรียนชื่อดังๆนั้นมีกิจกรรม ค่าแอร์ ค่าหลักสูตรพิเศษ ฯลฯ สารพัด...เป็นธรรมเนียม...ไม่ว่ากัน เพราะสมประโยชน์ทั้งผู้จ่ายผู้รับเหมือนกับเรื่องซื้อตำแหน่งตำรวจ...ทั้งผู้จ่ายผู้รับ...ผิดพอๆกัน ขืนโวยวาย...ติดคุกทั้งคู่เรื่องเงินอุดหนุนโรงเรียน...น่าจะอยู่ที่ครูรับไปแล้ว เขียนใบเสร็จให้ เอาเป็นเงินอุดหนุนหรือไม่ ถ้าไม่มีใบเสร็จ ก็ชัดครูเจอข้อหาเรียกรับสินบนแต่ไม่ว่าจะมีใบเสร็จหรือไม่ ความจริง...เรื่องเอาเด็กเข้าโรงเรียนต้องจ่ายเงิน เป็นเรื่องคาใจ...พ่อแม่ที่มีเงินเหลือเฟือจ่าย ไม่นานก็ลืม แต่เด็กจะฝังใจเด็กร่ำรวยมักมีเรื่องคุยคล้ายกัน ยืดอกอยู่ในโรงเรียนดังๆดีๆได้ พ่อแม่จ่ายไปเท่าไหร่โรงเรียนดังแถวหน้ามีวิธีที่นิยม...ให้ผู้ปกครองบริจาคเงินก้อนใหญ่ ห้าล้าน สิบล้าน ขึ้นป้ายผู้มีคุณูปการโรงเรียนไว้ พอเด็กอายุได้เกณฑ์ก็ใช้เป็นข้ออ้างฝากเรียนได้เลยความจริงข้อนี้นี่แหละครับ...ทุกช่วงเวลาของการสอบแข่งขัน เข้าโรงเรียนดัง เริ่มตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม...คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องวิ่งพล่าน ลูกเก่งแพ้ลูกคนมีเงินได้นี่หว่าประสบการณ์ตรงใครคนเดียว...เอาลูกเข้าอนุบาล ประถม ชื่อดังใกล้บ้าน...ก็ต้องหาจังหวะเข้าไปขอ ผอ. เนื้อตัว หน้าตา เสื้อผ้าส่อว่า น่าจะแก่ลูกจ้างเงินพัน ผอ.ท่านตาแหลม อ่านคนขาด เมตตาเอาเงินหนุนโรงเรียนหลักพันก้อนหนึ่ง บวกค่าเทอม อีกก้อนหนึ่ง แค่หมื่นกว่า โล่งไป...ลูกได้เข้าโรงเรียนออกแรง...อีกครั้งเข้ามัธยม...ผลการเรียนประถม เด็กที่หนึ่งตลอด คะแนนไม่เคยต่ำกว่า 94% ก็ยังไม่แน่ใจ...จะสอบได้หรือเปล่าก็โรงเรียน...ชื่อดังๆ แถวๆที่กำลังเป็นข่าวนี่แหละ...เพื่อนร่วมชั้น คะแนนไล่มาเป็นสอง...มากระซิบบอกกันฉันเพื่อน “กูสอบได้ แต่พ่อกูจ่ายไป 1 แสน” น้ำเสียงเพื่อนไม่ส่อความภูมิใจเลยประสบการณ์คนคนเดียว ก็เหมือนน้ำค้างหยดเดียว นั่นล่ะครับ ถ้านายกฯรู้จักถาม...ก็จะได้รู้ว่า น้ำค้างทุกหยดที่ลาโง่กินแล้วตาย...เป็นเช่นนี้ทั้งนั้นค่อยๆคิดต่อ...เด็กทุกคนเข้าโรงเรียนก็รู้ว่า ต้องใช้เงินซื้อ เติบโตเป็นผู้ใหญ่เป็นผู้มีอำนาจ...แล้วทางเลือกตัดสินใจ คงมีอยู่แค่ซื้อกับขายเรื่องปราบคอร์รัปชัน ให้นายกฯประยุทธ์เป็นนายกฯต่อไปอีกกี่สมัย...ก็แก้ไม่ได้ เพราะต้นตอเกิดจาก “ปมในใจ” เด็กปลูกฝังกันไว้ตั้งแต่เล็กผมขอเป็นต้นเสียงดังๆของน้ำค้างหยดเดียว จะปราบคอร์รัปชันให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทย ต้องเริ่มกันที่โรงเรียน เรื่องซื้อเก้าอี้ตำรวจ นั่น...ปลายทางเต็มที.กิเลน ประลองเชิง