ชาวสวนยางกำลังฮึ่มๆกดดันให้ภาครัฐตอบชัดๆจะช่วยอย่างไรในช่วงราคากำลังดิ่งลงเหว...!หลังจากเปิดฤดูกรีดยางยังไม่ทันข้ามเดือน ราคายางก็ตกต่ำพรวดพราด ต้นทุนที่ลงไปไม่คุ้มกับราคาที่ได้จะหันหน้าไปพึ่งใครก็ยากเต็มที ไม่ว่ารัฐหรือองค์กรการยางมัวพะวงแต่หลักการเงื้อง่าราคาแพง ไม่ลงมือทำอะไรให้เป็นรูปธรรม ถ้าแบบนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยน เมื่อไหร่ชาวสวนยางจะเงยหน้าอ้าปากได้แต่วันนี้มีแนวทางการแก้ปัญหาจากผู้รู้ที่ทำไปแล้วรูปธรรมความชัดเจนน่าจะเกิดขึ้นได้จากการเปิดเผยของ นายธนพล พลพิสิฐกุล ประธานชมรมพ่อค้ายางพาราบึงกาฬ ปัจจุบันจัดเป็นกลุ่มรับซื้อยางที่ให้ราคายางตามเปอร์เซ็นต์ยางแบบตรงไปตรงมา เพื่อส่งป้อนให้บริษัทไทยอิสเทิร์นเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ 5 เสือที่พี่น้องชาวสวนยางได้ยินชื่อแล้วยังต้องขยาดนายธนพล บอกถึงวิธีการแก้ปัญหาราคายางร่วงติดดินไว้ 2 แนวทาง แนวทางแรกชาวสวนต้องหันมาผลิตยางที่มีคุณภาพโดยใช้กรดหยอดยางก้อนถ้วยที่ดี หรือกรดฟอร์มิกผสมเสร็จพร้อมใช้ ซึ่งปัจจุบันมีให้เลือกหลายยี่ห้ออย่างเช่นที่แปะยี่ห้อตราแรดเอาไว้เพราะกรดตัวนี้จะช่วยทำให้เปอร์เซ็นต์ DRC ของยางมีคุณภาพสูง ถ้าเป็นยางสดจะได้กว่า 58% แต่ถ้ายางค้างคืนไว้ยิ่งดี จะได้ถึง 65-70% ทำให้ขายได้ราคามากกว่าเมื่อเทียบกับยางที่ทำจากกำมะถันหรือซัลฟิลริกนอกจากนี้การใช้กรดฟอร์มิกผสมเสร็จยังช่วยลดเรื่องกลิ่นเหม็นและน้ำเสียที่จะซึมลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ทำให้ปลากระชังตายเกลื่อนจนโรงงานถูกร้องเรียนใกล้ถูกสั่งปิดกันหลายโรงงานอีกแนวทางต้องมองถึงการแก้ปัญหาที่ผ่านมา โดยนำเงินไปแจกชาวสวนยาง ไร่ละ 500-1,000 บาท เพราะทำแล้วสูญเปล่า สู้นำไปสร้างโรงงานแปรรูปยาง หรือให้กลุ่มสหกรณ์ที่ขึ้นทะเบียนแล้วไปรับซื้อยางจะดีกว่านี่คือ 2 แนวทางจากแนวคิดที่อยากเห็นพี่น้องชาวสวนยางรอดพ้นจากวิกฤติราคาดิ่งเหวในช่วงนี้...!ทีมข่าวภูมิภาค