วันก่อนไปทานข้าวที่ฟู้ดเซ็นเตอร์หรือศูนย์อาหารของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เนื่องจากต้องไปทำธุระแถวนั้น บรรยากาศของศูนย์อาหารถ้าใครเคยไปจะทราบว่ามีการเปิดเป็นพื้นที่โล่งแถมจัดสรรให้มีพื้นที่กว้างขวางด้วย (แต่ขึ้นอยู่กับขนาด ของทางห้างสรรพสินค้าแต่ละแห่งซึ่งมีพื้นที่ไม่เท่ากัน)ที่แน่ๆโต๊ะและเก้าอี้ที่เค้าจัดให้เป็นบริเวณที่รับประทานอาหารของลูกค้านั้นไม่มีฉากหรืออะไรมากั้น ดังนั้นลูกค้าจะได้เห็นกันอย่างทั่วถึง และสามารถจองนั่งตรงไหนก็ได้ตามใจชอบพอเราไปซื้ออาหารมานั่งรับประทาน ก็สังเกต เห็นหนุ่มสาววัยรุ่นคู่หนึ่งซึ่งนั่งอยู่โต๊ะตรงกันข้าม กำลังจีบกันไป, ออดอ้อนกันไป แล้วก็ทานอาหารไปด้วย บอกตามตรงว่า เห็นคู่นี้แล้วก็น่ารักดี ทำให้คิดถึงตอนคู่รักคู่อื่นๆที่เคยจีบกันก็เป็นแบบนี้ หน้าตาของพวกเค้าจะมีความสุข, ยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างบอกไม่ถูกเนอะ เป็นความสุขใจและทำให้ชีวิตเบิกบาน มองอะไรไปตรงไหนก็เห็นแต่สีชมพู มีแต่สิ่งดีๆและงดงามเข้ามาในชีวิตขณะที่มองไปอีกทางหนึ่ง เห็นหนุ่มสาววัยทำงานมานั่งคุยกันแล้วก็รับ ประทานอาหารไปด้วย ก็น่ารักในแบบผู้ใหญ่ขึ้นมาอีกนิด แถมฝ่ายชายกำลังคุยเรื่องสัพเพเหระให้ฝ่ายหญิงฟัง แต่ดูเหมือนฝ่ายหญิงจะไม่ค่อยอยากฟังเท่าไหร่แฮะ ซึ่งผิดแผกแตกต่างไปจากคู่ที่เป็นแฟนกันคู่อื่นๆนะ แต่ก็เรื่องของเค้าแต่เอ๊ะ หนุ่มสาววัยทำงานนั่งกันอยู่สักพัก ก็มีหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามาทักฝ่ายชายก่อน ด้านผู้ชายพอเห็นสาวคนนี้ถึงกับหน้าถอดสีกันเลยเชียว คงคิดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอกัน จึงอุทานชื่อของเธอออกมาว่า น้องเอ หลังจากนั้นฝ่ายชายทักน้องเอแบบเสียไม่ได้ แล้วก็แนะนำแฟนสาวของเค้าให้รู้จักด้วย แต่ดูเหมือนฝ่ายหญิงทั้งคู่จะไม่ค่อยชอบหน้ากัน เพราะมองกันแบบผ่านๆ ไม่ได้ดีใจว่าได้เจอกันแต่อย่างใด น้องเอยังถามฝ่ายชายว่า มาทานข้าวที่ศูนย์อาหารที่นี่บ่อยไหม?เพราะสมัยที่คบกับเธอ (น้องเอ) ผู้ชายไม่เห็นชวนมาทานข้าวที่นี่เลย มีแต่พาไปทานตามร้านอาหารที่เป็นอาหารญี่ปุ่น, ไทย, จีน, ฝรั่ง ไรงี้ ซึ่งคงหลายปีก่อน เขาไม่เคยพาเธอมาทานอาหารที่ต้องบริการตัวเองอย่างนี้เลย เอาละสิ ทำไมพูดอย่างนี้ล่ะ ไม่นึกถึงหัวอกของหญิงที่เค้าพามาด้วยเลยว่า จะคิดอย่างไร?นี่น้องเอแสดงความเป็นนางร้ายในละคร ประเภทแฟนเก่ามาแฉ พฤติกรรมของผู้ชาย ว่าปฏิบัติต่อผู้หญิง 2 คนผิดกันคนละขั้วเลยนะเนี่ย มิน่า ผู้ชายถึงแสดงสีหน้าตกใจที่เห็นน้องเอตั้งแต่แรกเหตุนี้ เมื่อน้องเอเดิน จากไป ผู้ชายจึงแอบถอนหายใจ ถึงกับพูดขึ้นมาว่า ไปๆซะได้ก็ดี! โถมีงี้นะ เพราะแฟนสาวคนใหม่ต้องมีอะไรซักไซ้ไล่เรียงกับเค้าแน่ๆ อย่างน้อยเธอคงรู้สึกน้อยใจอยู่บ้างที่ทำไม ผู้ชายทีมาทานข้าวกับน้องเอ=แฟนเก่าถึงได้ทุ่มเทกินกันดีนัก ตรงข้ามเวลาพาเธอมาทานข้าวกลับทานในราคาประหยัดกว่าสมัยคบกับน้องเอเล่า มันก็น่าอยู่หรอกที่ผู้หญิงซึ่งเป็นแฟนคนใหม่จะมีข้อกังขาเอาละสิ เมื่อโดนแฟนเก่าแผลงฤทธิ์เข้าให้อย่างนี้ เป็นใครก็คงต้องหาทางแก้ตัวก่อนให้ได้เป็นอันดับแรก ฝ่ายชายรีบอธิบายกับแฟนคนล่าสุดว่า ที่เมื่อก่อนชวนกันไปทานตามร้านต่างๆ เพราะร้านอาหารที่ฟู้ดเซ็นเตอร์ไม่ค่อยมี แต่เดี๋ยวนี้ศูนย์มีร้านค้าเยอะขึ้นและอร่อยดีด้วย จึงชวนเธอมาทาน ไม่ได้ทำอะไร 2 มาตรฐานหรอกนะ อ้อ ที่สำคัญ เค้าคิดจะลงหลักปักฐานกับแฟนคนล่าสุดมากกว่า “ดังนั้นเราจึงควรประหยัดเพื่อก่อร่างสร้างครอบครัวกัน ดีกว่า อย่าไปคิดมากเรื่องในอดีตเลย”แหมหนุ่มคนนี้ก็ช่างเอาตัวรอดเนอะ แต่แฟนจะเชื่อขี้ปากหรือเปล่า? ก็ไม่รู้สิแต่ที่แน่ๆใครเคยมีแฟนเก่าต้องหัด “รับมือ” กันไว้บ้างนะ อย่างน้อยก็อย่าให้มาทำลายความรัก ปัจจุบัน ด้วยการ 1.หลีกเลี่ยงที่จะเจอกับแฟนเก่าคือแบบว่า ถ้าไปไหนมาไหนแล้ว คุณไม่เห็นแฟนเก่า แต่แฟนเก่าเห็นคุณแล้วเข้ามาทักอย่างนี้ก็ช่วยไม่ได้ เพราะคุณไม่รู้นี่หว่าว่าจะเกิด เหตุแบบนี้ งั้นก็ทักกันไปละกัน ทว่าอย่าให้แฟนคนปัจจุบันเห็นเข้าล่ะตรงข้ามหากคุณเห็นแฟนเก่าก่อน จงเลี่ยงที่จะพบกัน เพราะคุณก็มีแฟนใหม่แล้วจะอาลัย อาวรณ์แฟนเก่าทำมั้ย หรือต่อให้ปากบอกว่า แฟนเก่าเป็นเพื่อนกันได้ แต่ถ้าคุณอยู่กับแฟนคนล่าสุดก็อย่าไปทักเลย เพราะคุณไม่รู้นี่ว่าแฟนคนปัจจุบันจะคิดอย่างไร จึงอย่าเจอกันเลยดีฝ่า2.แต่ถ้าต้องเผชิญหน้าแฟนเก่า จงมีความใจเย็นเข้าไว้ ขอให้ค่อยๆพูดค่อยๆจา เพราะประเภทที่เลิกกับแฟนเก่าไม่ค่อยดีก็มีใช่ปะ ดังนั้นเมื่อเจอแฟนเก่าจึงต้องพูดดีด้วยเข้าไว้ อย่าใช้วาจาเชือดเฉือนกัน คุณอาจแนะนำคนใหม่ให้แฟนเก่ารู้จักได้ แต่ขอให้พูดรวบรัดมากที่สุดแล้วบ๊าย บายกันเร็วๆ3.ถ้าแฟนเก่าโทร.มา หากอยู่กับแฟนปัจจุบันไม่ควรรับสาย เดี๋ยวค่อยไปเคลียร์ทีหลังก็ได้นี่.@@@เมอร์ลิน