อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอีกครั้ง เนื่องในโอกาสวันเกิดครบ 85 ปี มีการแจกหนังสือเรื่องการสร้างความปรองดองระบุว่า มูลเหตุที่แท้จริงของความแตกแยก มาจากปัญหาการเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ปัญหาการเมืองมีปัญหาเดียวคือระบอบเผด็จการ ส่วนการปรองดองต้องทำให้อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนอดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้นำกองทัพ กล่าวว่า หลักการปกครองในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นระบอบประชาธิปไตย คืออำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน ต้องถือว่าเป็นทหารผู้ยึดมั่นและเชื่อมั่นในประชาธิปไตย และคัดค้านระบอบเผด็จการมาโดยตลอด เคยสละตำแหน่งผู้นำกองทัพ ออกมาตั้งพรรค การเมืองเพื่อต่อสู้ในระบบรัฐสภา และประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งย้อนกลับไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2559 พล.อ.ชวลิต เคยให้สัมภาษณ์ทีมข่าวการเมืองหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ บางตอนความว่า “ผู้ที่คิดแบบผู้มีอำนาจในกองทัพตอนนี้ คิดเหมือนกับผู้มีอำนาจในอดีต ทำให้ประเทศ ไทยไม่สามารถแก้ปัญหา คือระบอบการปกครองแบบเผด็จการให้หมดสิ้นไปได้” และอีกตอนหนึ่งว่า ทหารชอบพูดว่าเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อป้องกันนักการเมืองคดโกงพล.อ.ชวลิต วิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า “ขณะนี้รัฐบาลปกครองด้วยความหวาดระแวงหรือไม่ เช่นเปิดช่องให้มี ส.ว. 250 คนอยู่ในมือ เพื่อเปิดทางให้มีนายกรัฐมนตรีคนนอกได้” ใช้โมเดลไม่เอามวลชน แต่กำลังใช้อำนาจปูทางขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี คสช.ยังเข้าใจผิด ที่ใช้อำนาจทำให้ประชาชนอยู่ในแถวแนวทางนี้ไม่สามารถนำประเทศสู่ความสำเร็จพรรคความหวังใหม่ ซึ่ง พล.อ.ชวลิตจัดตั้งขึ้น ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ 2535 ได้นำเอาคำขวัญของกองทัพไปใช้ ในการหาเสียงเลือกตั้งเป็นครั้งแรก นั่นก็คือคำขวัญที่ว่า “ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง” คสช. ก็ยังใช้คำขวัญลักษณะนี้อยู่ พล.อ.ชวลิตก็ยังชูธงประชาธิปไตย ตามหลักการ “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน” ซึ่งค่อนข้างเป็นนามธรรมที่จับต้องได้ยากพล.อ.ชวลิตยืนยันว่า ทางออกของประเทศ ต้องสร้างประชาธิปไตย ยึดหลักอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน กระจายอำนาจให้ประชาชนใช้อำนาจ เพื่อประโยชน์ของประชาชน คล้ายกับคำประกาศของประธานาธิบดีลินคอห์น ผู้ยิ่งใหญ่ของสหรัฐ อเมริกา ที่ให้นิยามประชาธิปไตยสั้นๆว่า “การปกครองของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน”แต่ปัญหาที่ท้าทายที่สุดก็คือ ทำอย่างไรจึงจะสามารถแปรเปลี่ยนคำขวัญหรูๆ เช่น “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชน” ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญไทยทุกฉบับจากความเป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม ที่สามารถจับต้องได้ และเป็นของจริงในการปกครองประเทศ ไม่ใช่เป็นเพียงคำขวัญหรูๆ เพื่อปลอบใจประชาชน แต่อำนาจอธิปไตยเป็นของอื่น.