ผมเพิ่งเขียนถึงกฎหมายดักฟังที่เพิ่งผ่าน ครม.ไป เพราะเห็นว่าส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน วันนี้เลยมีมุมมองของ นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุดมาให้อ่านกันนายธนกฤตให้ความเห็นว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวเดิมทีอยู่ในชั้นความลับมาก หลังถอดชั้นความลับเนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 77 บัญญัติให้รับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องก่อนตรากฎหมายตัวร่างมีสาระสำคัญคือ 1.ร่างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 105/1 กำหนดให้พนักงานฝ่ายปกครองผู้มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัด หรืออธิบดีกรมการปกครอง หรือตำรวจผู้มีหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้รับอนุมัติจากผู้บังคับการตำรวจขึ้นไปยื่นคำขอต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา หรือผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด เพื่อมีคำสั่งอนุญาตเข้าถึงและได้มาซึ่งเอกสาร หรือข้อมูลข่าวสารที่ส่งทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องมือหรืออุปกรณ์สื่อสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อทางเทคโนโลยีสารสนเทศใด ที่ถูกใช้หรืออาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการกระทำผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือคดีก่อการร้าย คดีองค์กรอาชญากรรม หรือคดีความผิดที่มีความซับซ้อน อัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป2.ร่างประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 105/2 กำหนดความผิดสำหรับผู้กระทำให้ผู้อื่นรู้หรืออาจรู้เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารที่ได้มาตามมาตรา 105/1 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้เพิ่มโทษ 3 เท่า สำหรับเจ้าพนักงานตามมาตรา 105/1 วรรค 1เนื้อหาร่างกฎหมายฉบับนี้มีลักษณะเดียวกับกฎหมายอื่น 4 ฉบับที่ให้อำนาจดักฟังคือ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2556 มาตรา 17 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 2551 มาตรา 30 พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ 2547 มาตรา 25 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้โทษ 2519 มาตรา 14 จัตวาในเรื่องกระบวนการตรวจสอบเพื่ออนุญาต และหลักเกณฑ์การอนุญาต ต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อสิทธิส่วนบุคคลหรือสิทธิอื่นใด ต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำความผิด และไม่อาจใช้วิธีการอื่นที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ให้ดำเนินการคราวละไม่เกิน 90 วัน และให้รายงานผลทุก 30 วันตรงนี้เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมจากกฎหมายทั้ง 4 ฉบับข้างต้น ที่กำหนดแต่เพียงให้ผู้ได้รับอนุญาตรายงานผลการดำเนินการให้ทราบ แต่ไม่ได้ระบุระยะเวลา และกำหนดหลักเกณฑ์ต้องระบุเหตุผลและความจำเป็นและรายละเอียดด้วย ถือว่าเป็นผลดีต่อการคุ้มครองสิทธิของบุคคลมากขึ้นกว่าเดิม (อ่านต่อพรุ่งนี้)สหบาท