ขอแสดงความยินดีต่อประชาชนคนฝรั่งเศสที่ได้ประธานาธิบดีคนใหม่ นายแอมานุเอล มาครง จากอ็องมาร์ช หรือกลุ่มก้าวหน้าผู้ชนะคู่แข่ง นางมารีน เลอ แปน จากพรรคแนวร่วมแห่งชาติ ด้วยเสียงขาดลอยประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศสเป็นตำแหน่งสูงสุดฝ่ายบริหาร เป็นทั้งประมุขของรัฐ เป็นจอมทัพ เป็นคนแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี เป็นคนที่สามารถยุบสภา เป็นคนออกคำสั่งให้ใช้อาวุธนิวเคลียร์ เป็นผู้ประกาศกฎหมาย ฯลฯผู้นำหลายประเทศมีอำนาจจำกัด แต่ตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสมีอำนาจมากมายหลายอย่าง ประธานาธิบดีเป็นสถาบันคู่ฝรั่งเศสมาตั้งแต่ พ.ศ.2391 ในห้วงช่วงเวลา 169 ปี ฝรั่งเศสมีประธานาธิบดีมาแล้ว 24 คน นายมาครงเป็นคนที่ 25 แต่เดิมประธานาธิบดีฝรั่งเศสมีวาระ 7 ปี เพิ่งมาเปลี่ยนให้เหลือวาระ 5 ปี เมื่อ พ.ศ.2545 นี่เองการได้นายมาครงเป็นผู้นำฝรั่งเศสทำให้หลายคนถอนใจโล่งอก เพราะนายมาครงหนุนความเข้มแข็งของสหภาพยุโรป ผิดกับนางเลอ แปน ที่หนุนความเป็นชาตินิยมขวาจัดและหนุนนโยบายที่คล้ายกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เน้นประโยชน์ของประเทศของตนและหนุนลัทธิปกป้องการค้า แถมยังต่อต้านสหภาพยุโรป ตอนที่มีการรณรงค์แข่งขันประธานาธิบดีสหรัฐฯ นางเลอ แปน ประกาศหนุนทรัมป์ แถมยังเคยหนุนคนอังกฤษให้ถอนตัวจากสหภาพยุโรปการที่นายมาครงชนะครั้งนี้จึงถือเป็นชัยชนะของสหภาพยุโรป คนที่ดีใจที่สุดก็น่าจะเป็นนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน เพราะความใฝ่ฝันปรารถนาของนางแมร์เคิลคือสหภาพยุโรปที่ไม่แตกแยก พอรู้ว่านายมาครงชนะ นางแมร์เคิลให้โฆษกของตัวเองออกมาพูดว่าชัยชนะของมาครงก็คือชัยชนะของยุโรปที่แข็งแรง คือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และคือความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสกับเยอรมนีฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่สถาปนาความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสหภาพยุโรป คนฝรั่งเศสคิดเรื่องการบูรณาการยุโรปมานานหลายร้อยปีแล้วครับ คิดกันตลอดว่าทำยังไงถึงจะไม่ให้ประเทศในยุโรปทะเลาะกัน เมื่อ พ.ศ.2472 นายอะริสตีด บรียอง รัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศสเป็นคนเสนอให้ตั้งสหรัฐยุโรป แต่ตอนนั้นหลายประเทศไม่ได้ให้ความสนใจ ความคิดนี้จึงล่มไป บั้นปลายท้ายที่สุด ก็ฝรั่งเศสนี่แหละที่เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้ายุโรป ซึ่งพัฒนาจนกลายมาเป็นสหภาพยุโรปในปัจจุบันทุกวันนี้สิ่งที่อยู่ใต้สมองของคนฝรั่งเศสมักจะคิดว่าตัวเองเป็นผู้นำยุโรป ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแต่ละคนจึงมักเสนอสิ่งต่างๆ ที่เด่นดังไปทั้งยุโรปมาก่อนแทบทั้งนั้น ตั้งแต่ชารล์ เดอ โกลล์, ชอรช์ บีโด, ชอรช์ ปงปีดู, วาเลรี ชิสการ์ เดสแต็ง หรือแม้แต่ฟร็องซัว มิตเตร็อง ก็เคยเรียกร้องให้ตั้งสหภาพเศรษฐกิจมนุษยชนแห่งยุโรปที่มีสมัชชายุโรปและศาลสิทธิมนุษยชนในยุโรป มีคนบอกว่าคำพูดที่ออกมาจากใต้สมองของมาครงคล้ายกับของผู้นำฝรั่งเศสคนก่อนๆ ส่วนคำพูดของนางเลอ แปน รุนแรงไป และไม่ใช่แบบที่คนฝรั่งเศสนิยมชมชอบเมื่อรู้ว่าชนะแล้ว นายมาครงแถลงขอบคุณชาวฝรั่งเศสที่ไว้วางใจให้ตัวเองทำหน้าที่ผู้นำประเทศ มาครงแถลงอย่างไม่หวือหวา ซึ่งนี่ก็เป็นอีกลักษณะหนึ่งของคนฝรั่งเศสทั่วไป ผมฟังภาษาฝรั่งเศสไม่ออกดอกครับ แต่ดูภาพข่าวของการรณรงค์หาเสียงของนายมาครงหลายครั้งจนสมองของผมเอามาครงไปผูกกับถนนช็อง เซลีเซ ประตูชัยที่ตั้งอยู่ตรงลานเอตวลที่มีความมั่นคงสวยงามได้มาตรฐานอย่างราบเรียบ ผมเห็นหน้ามาครงลอยมาพร้อมกับเสียงของลา มาร์แซยแยส เพลงชาติฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเพลงที่พวกมาร์แซยร้องขณะเดินทัพสู่กรุงปารีส ลา มาร์แซยแยสได้รับการประกาศให้เป็นเพลงชาติตั้งแต่ 14 กรกฎาคม 2338ฝรั่งเศสในยุคสมัยของนายมาครงก็คงจะหนักไปในเรื่องการป้องกันการก่อการร้ายที่โจมตีฝรั่งเศสมาตั้งแต่ พ.ศ.2558 จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีคนตายไปแล้ว 230 คน เมื่อรู้ว่าชนะแน่นอน นายมาครง พูดกับผู้สนับสนุนว่า ฝรั่งเศสจะต้องเป็นแนวหน้าในการต่อสู้กับการก่อการร้ายฐานะประชากรโลก ผมสบายใจขึ้นที่ประเทศอำนาจขนาดกลางอย่างฝรั่งเศสได้ประธานาธิบดีเป็นพวก “แนวทางสายกลาง'” และเป็นพวก “สหภาพยุโรปนิยม”นายมาครงจะทำให้โลกเบาขึ้นเยอะครับ.นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยsonglok1997@gmail.com