ไม่เอาคอนเสิร์ต “เสม็ด อินเลิฟ” บนอุทยานฯ หมู่เกาะเสม็ดชาวบ้านรวมตัวผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต ทำหนังสือถึงอธิบดี กรมอุทยานฯ ให้เลิกจัดถาวรพร้อมคืนเงินจอง แฉสร้างแต่ปัญหาทั้งขยะ ทะเลาะวิวาท ทำลายข้าวของ ส่วนชาวบ้านได้แค่เศษเงิน เผยอุทยานฯได้แค่ที่ชาร์จแบตเตอรี่มืออันเดียวตอบแทน ด้านชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ แจ้งข้อหา 2 รีสอร์ตดังเมืองกาญจนบุรี “โฮมพุเตยริเวอร์แคว” กับ “ริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์” บุกรุกป่าอุทยานฯไทรโยคกรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ไม่อนุญาตให้มีการจัดคอนเสิร์ตเสม็ด อินเลิฟ 2560 (Samed In Love 8) บริเวณหาดทรายแก้ว อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ในวันที่ 3 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงใกล้เคียงกับงานพระราช พิธีพระบรมศพ ดังนั้น จึงไม่เหมาะสมที่จะมีการจัดงาน ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเมื่อวันที่ 27 เม.ย. นายประยูร พงศ์พันธ์ หัวหน้า อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง เปิดเผยว่า ได้ทำหนังสือถึง ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ (สบอ.) ที่ 2 (ศรีราชา) เสนอนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ เพื่อแจ้งมติของชาวบ้านและผู้ประกอบการบนอุทยานฯหมู่เกาะเสม็ด ที่ได้มาร่วมประชุมและมีมติร่วมกันว่าไม่ต้องการให้มีการจัดคอนเสิร์ตเสม็ดอินเลิฟในอุทยานอีกต่อไป โดยกลุ่มชาวบ้านให้เหตุผลว่า ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ อะไรจากการจัดงานดังกล่าวนายประยูรกล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ยังมีปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะขยะจำนวนมหาศาลที่ชาวบ้านต้องรับภาระ แต่ผลประโยชน์ทั้งหมดเป็นของคนจัดงาน ตนไม่เคยสัมผัสกับบรรยากาศการจัดงาน เพราะเพิ่งย้ายมาเป็นหัวหน้าอุทยานได้เพียง 6 เดือน แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ อุทยานว่าได้อะไรจากผู้จัดงานบ้าง ทราบว่า ได้ที่ชาร์จ แบตเตอรี่มือมาเพียงอันเดียว และในเช้าวันเดียวกันนี้ ผู้จัดงานได้โทรศัพท์ติดต่อมาจะขอพบและขอนัดทานข้าวด้าน นส.จันทร์จิรา สังข์สุวรรณ นายกสมาคมคนรักษ์เสม็ด กล่าวว่า กลุ่มชาวบ้านและผู้ประกอบการ ยืนยันขอให้ยกเลิกการจัดคอนเสิร์ตเสม็ดอินเลิฟตลอดไป ส่วนการจัดงานในวันที่ 3 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ตทั้งบริเวณหาดทรายแก้ว หาดทับทิม และอ่าวไผ่ ที่มียอดจองจากนักท่องเที่ยวมาแล้วยินดีคืนเงินให้กับคนที่จอง การจัดงานที่ผ่านมา 7 ปี ชาวบ้านได้แค่เศษเงิน แต่มีปัญหาตามมามหาศาล เช่น จองห้องพักแจ้งมา 2 คน แต่มาจริง 10 คน นักท่องเที่ยวที่เมาสุรา หลายครั้งมีการทำลายข้าวของและทะเลาะวิวาท รวมทั้งปัญหาขยะ นอกจากนี้การจัดงานที่ผ่านมาก็ไม่เคยแจ้งให้คนในพื้นที่ทราบนายกสมาคมคนรักษ์เสม็ดกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา คนเกาะเสม็ดถูกจัดระเบียบโดย คสช.โดยตลอด ทั้งการจัดระเบียบชายหาด การใช้เสียง เครื่องเสียงหรือ เปิดเพลงให้ปิด 5 ทุ่มและให้ปิดไฟตอนเที่ยงคืน เหมือนกับการปิดร้านโดยปริยาย แล้วทำไมคอนเสิร์ตดังกล่าวจึงจัดได้ อยากให้ผู้มีอำนาจทบทวนและขอให้ยกเลิกโดยเด็ดขาด ตลอดมาเขามีอภิสิทธิ์หลายอย่างที่เราไม่ทำเพราะเราอยู่ในกรอบ แต่เขาทำได้เพราะมีคำสั่งจากเบื้องบนอ้างว่าเป็นญาติกับ มท.1 นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ป้องกันจังหวัดระยองโทรศัพท์ มาต่อว่า หาว่าชาวเกาะประท้วงเสม็ดอินเลิฟผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาผู้จัดงานคอนเสิร์ตเสม็ด อินเลิฟ ได้ส่งหนังสือถึงกรมอุทยานฯในนามจังหวัดระยองและให้ผู้มีอำนาจประสานเพื่อผู้บริหารกรมอุทยานฯอนุญาต แต่นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ซึ่งเป็นคนที่จัดระเบียบใหม่ในอุทยานฯหมู่เกาะเสม็ดเมื่อช่วงปลายปี 2559ถึงขนาดมีการย้ายล้างบางข้าราชการตั้งแต่หัวหน้าอุทยานฯลงมาจนถึงคนขับเรือ 79 คนในคราวเดียวกันเพราะพัวพันกับผลประโยชน์รวมทั้งกลุ่มนายทุนที่หาผลประโยชน์ ไม่ยอมลงนามเพื่ออนุญาตให้จัดคอนเสิร์ตพร้อมทั้งสั่งการผ่านนายทรงธรรม สุขสว่าง ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ว่าอุทยานฯ ไม่เห็นด้วยกับการจัดงานครั้งนี้และให้จังหวัดระยองกลับไปทบทวนเอาเองว่าช่วงเวลาดังกล่าวควรจะจัดคอนเสิร์ตแบบนี้หรือไม่วันเดียวกันหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ นำโดยนายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นายชีวภาพ ชีวธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพรพร้อมเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการร่วมบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ยึดถือครอบครองที่ดินผิดกฎหมายในเขตป่าไม้และเขตอุทยานฯใน จ.กาญจนบุรี เป็นวันที่ 2 โดยลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมและรีสอร์ตบุกรุกอุทยานฯไทรโยค จุดแรกไปยังบริษัท โฮมพุเตยรีสอร์ต จำกัด เลขที่ 118 หมู่ 9 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค ซึ่งเป็นรีสอร์ตหรูชื่อดัง เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้างบ้านพัก 51 ห้องนอน ห้องอาหาร 5 หลัง ห้องครัว โถงต้อนรับ สระว่ายน้ำ ห้องประชุม บ้านพักพนักงาน อย่างละ 1 หลัง อาคารพิพิธภัณฑ์ 6 หลัง ส่วนใหญ่เป็นที่ดิน ภบท.5 ไม่มีเอกสารสิทธิ จึงแจ้งข้อหาบุกรุกถือครองที่ดินในเขตอุทยานฯและมีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ พ.ศ.2484จากนั้นจุดที่สอง ตรวจสอบริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ รีสอร์ตขนาดใหญ่ใกล้กับน้ำตกไทรโยคตั้งอยู่ในน้ำมีแพพัก 130 กว่าห้อง ขณะที่พื้นที่ด้านบนจากการตรวจสอบพบว่าไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นที่ดิน ส.ป.ก. 180 ไร่ และพบไม้แปรรูป ไม้ท่อน จำนวนหนึ่ง จึงแจ้งข้อหาทำผิดเงื่อนไขของ ส.ป.ก. และไม่ขออนุญาตสร้างแพในน้ำ รวมทั้งตั้งข้อหาบุกรุกถือครองที่ดินในเขตอุทยานฯและมีความผิดตาม พ.ร.บ. ป่าสงวนฯ พ.ศ.2484