"บุญผะเหวด”...แห่พระเวสสันดรเข้าเมือง ประเพณีงานบุญมหากุศลของคนอีสาน ชาวบ้าน ร้านค้า ข้าราชการ...ราษฎร์ รัฐร่วมใจให้ความสำคัญกับงานนี้ร่วมจัดขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่แม้ในยามข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจ ฝืดเคือง หากแต่งานบุญใหญ่นี้ยังต้องยิ่งใหญ่ สืบต่อวัฒนธรรมอันดีงามต่อไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน“งานบุญ” ยิ่งใหญ่...ยิ่งทำให้จิตใจเบิกบานเทียบได้กับพระพุทธเจ้าที่ทำบุญสร้างบารมีมานานแสนนาน พระองค์ยังได้สั่งสอนพระ ธรรมที่ทำให้เราได้รู้ความเป็นจริงของชีวิต ได้เข้าใจเรื่อง “บาป”... “บุญ” เรียนรู้ “กฎแห่งกรรม” ...ได้รู้หนทางการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข...พ้นจากความทุกข์ทั้งปวงO O Oชาวอีสานจะจัดงาน “บุญผะเหวด” ปีละครั้ง ระหว่างเดือน 3...เดือน 4 โดยจะมีวันรวมที่เรียกกันว่า “วันโฮมบุญ” พุทธศาสนิกชนจะมาช่วยกันตกแต่งศาลาสถานที่จัดงานบุญ เตรียมเครื่องสักการะ ดอกไม้ ธูป เทียน ข้าวตอกอย่างละพันก้อน มีการตั้งธงใหญ่ไว้แปดทิศ มีศาลเล็กๆเป็นที่เก็บข้าวพันก้อน เครื่องคาวหวานสำหรับผี เปรต มาร นอกจากนี้ยังจะมีการแขวน “ผ้าผะเหวด” ที่สะท้อนเรื่องราวของพระเวสสันดรตั้งแต่กัณฑ์ที่ 1 ถึงกัณฑ์สุดท้าย เอาไว้ที่ศาลาการเปรียญอีกด้วย“งานบุญผะเหวด” หรือ “งานเทศน์มหาชาติ” นิยมอัญเชิญพระอุปคุตมาปกป้องคุ้มครองเพื่อไม่ให้เกิดเหตุเภทภัยร้ายแรง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อศรัทธากันด้วยว่าท่านจะมาให้โชค ให้ลาภแก่พุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญมหาชาติ จึงมีพิธีการแห่พระอุปคุต ที่สมมติว่าอัญเชิญมาจาก...สะดือทะเลเป็นประจำเสมอมาO O O“พระอุปคุต”...เชื่อกันว่าเป็นพระผู้รักษาพิธีต่างๆให้ดำเนินไปอย่างราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบว่ากันว่า...ในการทำบุญแต่ละครั้งจะมีมารเข้ามาขัดขวางทำลายพิธี จึงต้องนิมนต์พระอุปคุตมาร่วมเพื่อขจัดภัย อันตรายที่จะมากล้ำกราย เกิดความเป็นมงคล หนึ่งวันก่อน “วันเทศน์มหาชาติ” เรียกว่าวันสุกดิบหรือ “มื้อโฮม” ในตอนบ่ายจะมีพิธีแห่พระเวสสันดรเข้าเมือง หลังจากนั้นจะนิมนต์พระอุปคุตมาสถิตในบริเวณพิธี ขบวนแห่ดอกไม้ ธูป เทียน ขันห้าหรือขันแปดพร้อมเพรียงแห่ไปยังสระน้ำที่อยู่ใกล้ๆ แล้วผู้อาวุโสจะหยิบก้อนหินจากสระน้ำถาม 3 ครั้ง...ก่อนจะนำหินมาสถิตไว้ยัง “หอพระอุปคุต” ...ให้สมมติว่าหินนั้นเป็นพระอุปคุต กำหนดให้หออุปคุตเป็นศาลเพียงตา หรือทำหิ้งบูชาอยู่ในมณฑลพิธี โดยมีเครื่องบูชาต่างๆ เช่น บาตรพระ ผ้าไตรจีวร พานหมาก...พานยาสูบ ร่มกางกันแดด น้ำดื่มกระโถน รวมทั้งขันห้าหรือขันแปด O O O“พระอุปคุต”...“พระอุปคุปต์”... หรือ... “พระบัวเข็ม” เป็นพระภิกษุองค์สำคัญหนึ่งในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นปฐมาจารย์แห่งนิกายสรวาสติวาท ชื่อ “อุปคุต” แปลว่าผู้คุ้มครองรักษา เป็นพระที่นิยมนับถือกันมากของชาวอินเดีย มอญ ชาวไทยอีสานเชื่อกันว่า...พระอุปคุตมีอิทธิฤทธิ์ปราบท้าววสวัตตี เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาราวปลายพุทธศตวรรษที่ 2 หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ที่นครปาตลีบุตราชธานี ปัจจุบันคือเมืองปัตนะ ประเทศอินเดีย พระเจ้าอโศกมหาราชผู้ครองนครสมัยนั้น ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่งจัดฉลองสมโภชพระสถูปเจดีย์ทั้งหมดที่พระองค์สร้างอย่างยิ่งใหญ่ ตลอด 7 ปี 7 เดือน 7 วัน แต่ถูกมารมาผจญ จึงนิมนต์พระอุปคุตไปปราบพญามารจนยอมแพ้ จากนั้นพระอุปคุตก็มีชื่อเสียงในเรื่องนี้“พระอุปคุต” มีชื่อเรียกอีกว่า “พระบัวเข็ม” ผู้ศรัทธาชื่นชอบในทางพระเครื่องยิ่งต้องรู้จักเป็นอย่างดี ด้วยพระพุทธคุณอันศักดิ์สิทธิ์...ก่อให้เกิดลาภผล เงินทอง ความมั่งมี ปัดเป่าภัยร้าย นอกจากนี้ยังมีอิทธิฤทธิ์ในการขอฝนได้อีกด้วยO O O งานบุญมหาชาตินี้ถือเป็นงานมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ ให้ระลึกถึงการบำเพ็ญบุญ ยึดถือความดีที่ยิ่งยวด...สละความเห็นแก่ตัวเพื่อผลคือ... ประโยชน์สุขอันไพศาลของมวลมนุษยชาติเป็นสำคัญ บรรพชนชาวไทยอีสานแต่โบราณถือเป็นเทศกาลที่ประชาชนทั้งหลายพึงสนใจ ร่วมมือ ร่วมใจกันหนึ่งปีสักครั้งหนึ่ง...นอกจาก “ศรัทธา”... “ความเชื่อ” ที่ไม่เสื่อมคลายนับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันแล้ว งาน “บุญผะเหวด” ยังเป็นการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามสืบต่อไปยังคนรุ่นลูก...รุ่นหลาน. รัก–ยม