องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือองค์การนาซา ปล่อยยานอวกาศแคสสินีเดินทางไปสำรวจดาวเสาร์และดวงจันทร์บริวารรวมทั้งหมด 62 ดวง ตั้งแต่เดือน ก.ค.2547 ล่าสุดมีความคืบหน้าว่ายานเตรียมพร้อมทำภารกิจครั้งสุดท้ายด้วยการผ่านเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์ โดยใช้แรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์เป็นตัวดึงให้ยานเข้าสู่วงโคจรใหม่โดยเคลื่อนผ่านช่องว่างระหว่างขอบของบรรยากาศดาวเสาร์กับวงแหวนด้านในที่กว้าง 1,930 กิโลเมตร ในวันที่ 22 เม.ย.นี้โดยคาดการณ์ว่ายานแคสสินีจะอยู่รอดได้นานพอสมควรเมื่อต้องพุ่งผ่านวงแหวนของดาวเสาร์ แต่ถ้าอนุภาคของวงแหวนส่งผลกระทบต่อยานก็อาจทำให้ภารกิจสิ้นสุดลงได้ เนื่องจากยานแคสสินีต้องใช้ความเร็วในการเดินทางเคลื่อนผ่านมากกว่า 112,654 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนักวิทยาศาสตร์หวังจะได้ข้อมูลว่าวงแหวนเหล่านั้นมีอายุเท่าดาวเสาร์ที่ประมาณไว้ราว 4,600 ล้านปี ซึ่งตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 2 ทางคือ วงแหวนเกิดขึ้นหลังจากดาวหางพุ่งผ่าน หรือเกิดจากชิ้นส่วนของดวงจันทร์ที่กระเด็นออกมาจากการปะทะกับแรงโน้มถ่วงของดาวเสาร์ ทั้งนี้ พวกเขาเผยว่าจะสามารถกำหนดขนาดของหินซึ่งเชื่อว่าอยู่ที่แกนกลางของดาวเสาร์ได้เมื่อยานพุ่งลงไปที่พื้นดวงดาวในวันที่ 15 ก.ย.2560 นี้.