งานใหญ่ต้องเอาจริงเอาจัง การปฏิรูประบบราชการเพื่อลดงบประมาณเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งแต่ต้องวางแผนใหญ่ ประเด็นสำคัญก็คือต้องถามใจด้วยว่าเอาแน่หรือเปล่า ไม่ใช่ทำแบบครึ่งๆกลางๆไม่มีทางสำเร็จ“เวียดนาม” ประกาศไปแล้วเขาจะปฏิรูประบบราชการทำให้เล็กลง ลดงบประมาณ กำหนดภารกิจที่จำเป็นเท่านั้นการที่จะที่ทำเรื่องนี้ได้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาลต้องถามตังเองเสียก่อนว่าต้องการทำจริงๆหรือเพียงแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเนื่องจากงบประมาณมีน้อยถ้าจะทำจริงๆก็ต้องคุยกันให้รอบด้านอย่างเป็นระบบเริ่มจากภารกิจงานจะมีกี่กระทรวงครอบคลุมงานอะไรบ้างตรงนี้ต้องชัดเจน!ไม่ใช่ลดคนแก้งานซ้ำซ้อนแล้วถึงไปเริ่มต้นว่าจะปฏิรูปอะไรตรงไหน“ปกรณ์ นิลประพันธ์” รองนายกรัฐมนตรี บอกแนวทางการปฏิรูประบบราชการ นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายจะยุบ หน่วยงานที่ซ้ำซ้อนกัน ลำดับต้นตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนคือ สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ไปรวมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติจากนั้นจะพิจารณายุบหน่วยงานอื่นๆที่ซ้ำซ้อนต่อไปเช่นสำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปยุทธศาสตร์แห่งชาติและหน่วยงานองค์กรมหาชนอื่นๆอีก 4-5 หน่วยในเบื้องต้นเปิดโอกาสให้ข้าราชการเออร์ลี่รีไทร์จะเริ่มตั้งแต่ ก.ย.นี้การที่รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของการปฏิรูปเท่านั้นไม่ใช่การปฏิรูปทั้งระบบอย่างเป็นเรื่องเป็นราวต่างกับของเวียดนามที่เขาว่ากันทั้งระบบนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็ไม่เคยแสดงวิสัยทัศน์หรือแสดงความเห็นที่ชัดเจนว่าต้องการปฏิรูประบบราชการว่ามีแนวคิดอย่างไรจะแบ่งภารกิจงานอย่างไรแค่ไหนนี่เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นพูดตรงๆก็คือไม่ได้มีแนวคิดแม้แต่น้อยเพราะการปฏิรูประบบราชการให้ได้เนื้อได้หนังจริงๆมันต้องมีแนวคิดที่ชัดเจนเป็นระบบว่าจะยุบหน่วยงานไหนเหลือหน่วยงานอะไรบ้างยุบแล้วจะทำให้ข้าราชการเหลือเท่าไรได้เงินที่จะใช้เป็นงบประมาณเท่าใดแล้วจะนำไปสร้างงานอะไรบ้างเพราะมันเป็นเรื่องใหญ่และมีผลต่อการพัฒนาประเทศไม่ใช่ลดนิดลดหน่อยแต่ภาพรวมยังเหมือนเดิมก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไร...นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคงคาดหวังอะไรไม่ได้ในเรื่องนี้เพราะเขามุ่งหวังเพียงแค่ได้เป็นผู้นำประเทศมีอำนาจเท่านั้นไม่ได้มองประเทศไปถึงอนาคตอันยาวไกล!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม