สหรัฐฯปฏิบัติการช็อกโลก “ทรัมป์” กร้าวเปิด ฉากสั่งยิงขีปนาวุธ “โทมาฮอว์ก” 59 ลูก ถล่มสนามบินทางทหารของซีเรียแบบม้วนเดียวจบ จนสนามบินเสียหายยับเยิน หลังซีเรียใช้อาวุธเคมีแก๊สซารีน ถล่มพื้นที่ยึดครองฝ่ายกบฏ ส่งผลให้ผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตเกือบร้อยศพ เจ็บอีกระนาว ขณะที่อิหร่าน รัสเซีย รุมประณามรัฐบาลอเมริกันอันธพาลโลกชาวโลกสุดสลดและสะเทือนใจอีกคำรบกับปฏิบัติการช็อกโลกของสหรัฐฯ ที่เปิดฉากยิงขีปนาวุธถล่มซีเรียอ้างต้องสงสัยกองทัพรัฐบาลซีเรียสั่งใช้อาวุธเคมีกับกองกำลังฝ่ายกบฏในประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากทั้งนี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 7 เม.ย. ว่า กองทัพสหรัฐฯเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีซีเรียอย่างฉับพลันเมื่อเวลา 04.40 น. ของเช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นซีเรีย หรือราว 08.40 น. เช้าวันเดียวกันตามเวลาประเทศไทย โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ สั่งการกระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอน ยิงขีปนาวุธร่อน “โทมาฮอว์ก” จำนวน 59 ลูก ปล่อยออกจากเรือพิฆาต 2 ลำ คือ ยูเอสเอส พอร์เตอร์ กับยูเอสเอส รอสส์ ลอยลำอยู่ในพื้นที่ด้านตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนปฏิบัติการยิงปล่อยขีปนาวุธทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ขีปนาวุธโทมาฮอว์กพุ่งถล่มเป้าหมายพื้นที่สนามบินชายรัต ใกล้เมืองฮอมส์ ทางภาคกลางของประเทศซีเรีย เป็นสนามบินทหารสำคัญอันดับ 2 ของซีเรีย ทำลายเป้าหมายรันเวย์สนามบิน เครื่องบินรบ โรงเก็บเครื่องบินรบ คลังน้ำมัน คลังเก็บอาวุธยุทธภัณฑ์ เครื่องกระสุน บังเกอร์ ตลอดจนระบบเรดาร์และระบบป้องกันภัยทางอากาศ ได้รับความเสียหายอย่างหนักในเวลาต่อมา โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า ปฏิบัติการโจมตีฉับพลันของสหรัฐฯใช้เวลาแค่ 2-3 นาที เป็นการโจมตีแบบครั้งเดียวจบ เพื่อทำลายอากาศยานและยุทธภัณฑ์ของกองทัพซีเรีย หน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯอ้างว่าเครื่องบินรบและพื้นที่สนามบินดังกล่าวถูกใช้สำหรับปฏิบัติการทิ้งระเบิดและอาวุธเคมีแก๊สซารีนของกองทัพรัฐบาลซีเรียถล่มเป้าหมายพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกบฏซีเรียที่เมืองข่าน ชีคฮุน จังหวัดอิดลิบ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 86 ศพ รวมถึงเด็กๆ 27 คน ผู้บาดเจ็บและล้มป่วยมากกว่า 500 คน ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประณามการกระทำดังกล่าว ทั้งกล่าวหาประธานาธิบดี บาชาร์ อัลอัสซาด ผู้นำซีเรียเป็นเผด็จการสั่งใช้อาวุธเคมีโจมตีเป้าหมายพลเรือนผู้บริสุทธิ์ อเมริกาจำเป็นต้องดำเนินการดังกล่าวเพื่อปกป้องผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของสหรัฐฯและป้องกันการใช้อาวุธเคมีข่าวแจ้งว่า ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯถล่มเป้าหมายสนามบินทหารในซีเรีย ถือเป็นการออกคำสั่งปฏิบัติการทางทหารครั้งแรกและครั้งใหญ่ที่สุดของประธานาธิบดีทรัมป์ นับตั้งแต่ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดี สหรัฐฯตั้งแต่ 20 ม.ค. ฝ่ายรัฐบาลซีเรียอ้างว่า ผลของปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย รวมทั้งเด็ก 4 คนนายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกประจำตัวประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในฐานะชาติพันธมิตรของรัฐบาลซีเรีย แถลงประณามการกระทำของรัฐบาลสหรัฐฯ อ้างเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ก้าวร้าวล่วงละเมิดอธิปไตยซีเรียและยังอาจส่งผลให้สถานการณ์ต่างๆในซีเรียยิ่งเลวร้ายลงอีก นอกเหนือจากกระทบความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย รัสเซียขอเรียกร้องถึงคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติให้จัดประชุมฉุกเฉินเรื่องนี้ ขณะที่รัฐบาลซีเรียแถลงยืนยันมีทหารซีเรียเสียชีวิต 6 นาย ทั้งกล่าวหารัฐบาลวอชิงตันกำลังสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอเอสในพื้นที่ให้ยิ่งกร้าวแกร่งมากขึ้น อีกทั้งชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯต้องสงสัยรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีทั้งๆที่ยังไม่มีข้อมูลหลักฐานชี้ชัดอะไรคือความจริงปฏิบัติการทางทหารของกองทัพสหรัฐฯครั้งนี้ ได้รับเสียงสนับสนุนจากหลายประเทศพันธมิตร รวมถึงอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และตุรกี นอกเหนือจากฝ่ายกบฏและฝ่ายค้านรัฐบาลซีเรียที่ต่างแสดงความยินดีและต้องการให้ปฏิบัติการโจมตีฝ่ายรัฐบาลซีเรียเกิดขึ้นต่อไปอีก ขณะที่ฝ่ายต่อต้านปฏิบัติการทางทหารของ สหรัฐฯครั้งนี้คือ รัสเซียกับอิหร่าน ส่วนรัฐบาลจีนเรียกร้อง ถึงทุกฝ่ายความขัดแย้งให้เร่งหารือกันยับยั้งสถานการณ์มิให้เลวร้ายลงอีก ทั้งระบุรัฐบาลจีนคัดค้านการใช้อาวุธเคมีทุกกรณี