เมื่อน้องๆจากสำนักพิมพ์มติชนหอบหนังสือถุงใหญ่มายื่นให้ ผมก็เหมือนถูกเตือนให้รู้ว่า งานหนังสือแห่งชาติ...กำลังมาถึงอีกครั้งทุกเล่มที่ถูกเลือกสรรมา ถูกใจ ไม่อ่านไม่ได้เลยสักเล่มเดียวผมขอใช้นิสัยอ่านหาเรื่องเอาประวัติศาสตร์นอกตำรา สยามรัฐตามทรรศนะโลกตะวันตกมาอ่านก่อน เจอราชการลับของสมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ...แล้ว ทนรู้คนเดียวไม่ไหวไกรฤกษ์ นานา เริ่มว่า ครั้งเมื่อ พ.ศ.2434 มีข่าวองค์มกุฎราชกุมารนิโคลาสแห่งรัสเซีย (ซาเรวิช) จะเสด็จประพาสรอบโลก คนทั่วทั้งยุโรปพากันตื่นเต้นเส้นทางเสด็จไม่มีชื่อกรุงเทพฯเข้าไปเกี่ยวข้อง ทว่ารัชกาลที่ 5 ทรงแน่พระราชหฤทัยว่า วันหนึ่งซาเรวิชจะขึ้นเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ปี พ.ศ.2434 6 ปีหลังอังกฤษรบชนะพม่า ฝรั่งเศสยึดดินแดนญวนจากจีน สยามอยู่ท่ามกลางนักล่าเมืองขึ้น ดุลอำนาจทางการเมืองในยุโรปกำลังเปลี่ยนแปลงบิสมาร์ค อัครมหาเสนาบดีแห่งเยอรมนี ผู้จัดระเบียบยุโรป เพิ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2433 ปีเดียวกันนั้น รัสเซียก็สิ้นสุดข้อผูกมัดกับออสเตรีย-ฮังการี หันไปคบฝรั่งเศสความเปลี่ยนแปลงนี้ มีผลให้หลายประเทศทั่วโลกจำต้องกรองสถานการณ์เสียใหม่กระทั่งสยามหากถูกเลือกบนเส้นทางเสด็จซาเรวิช ก็อาจจะถูกผลักดันให้เป้าหมายใหม่เป็นเมืองหน้าด่านระดับแถวหน้าที่รัสเซียต้องการให้รู้จักรัสเซียตอนนั้น กู้เงินฝรั่งเศสไปทำรถไฟสายทรานไซบีเรีย ทิ้งอำนาจในแหลมบอลข่าน หันมาหาเอเชีย การมาของซาเรวิช เป็นทั้งความหวังและความท้าทายของประเทศต่างๆทุกหนแห่งที่เสด็จไป ทรงได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่โดยทฤษฎี สยามไม่มีประโยชน์อะไรต่อรัสเซีย แต่ในมุมกลับรัสเซียมีประโยชน์ต่อสยามมากกว่าชาติมหาอำนาจใดๆ ภาพลักษณ์ของรัสเซียจะเป็นภูมิคุ้มกันติดตัวสยามไปชั่วกาลนานจู่ๆประเทศเล็กๆไร้พิษสงอย่างสยาม ก็เกิดมีชื่อเป็นประเทศที่ซาเรวิชแวะเยือน จนเป็นที่ริษยาของชาติมหาอำนาจ อังกฤษปล่อยข่าวว่า สยาม อหิวาตกโรคระบาดรัชกาลที่ 5 ทรงสยบข่าวส่งกรมหมื่นดำรงราชานุภาพ อัญเชิญพระราชสาส์นไปทูลเชิญที่สิงคโปร์ กรมดำรงฯได้รับการวางตัวให้เป็นผู้ดูแลซาเรวิช ต่างพระเนตรพระกรรณ...มานับแต่นั้นผ่านช่วงเวลาสำคัญ 19-25 มีนาคม 2434 ที่อะไรๆที่ว่าดีที่สุด ต้องใช้คำว่า “ราวกับจะรับซาเรวิช” ไปแล้ว และองค์ซาเรวิชเสด็จกลับไปแล้วกรมหมื่นดำรงราชานุภาพ ได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เดินทางไปรัสเซีย ด้วยเหตุผลไปเปลี่ยนเครื่องอิสริยาภรณ์ชุดใหม่ ให้มีสถานะใหญ่กว่าชุดที่ถวายไปก่อนกรมดำรงฯขณะนั้น เป็นเพียงอธิบดีกรมศึกษาธิการ ไม่ใช่เสนาบดีต่างประเทศ จึงถูกหนังสือพิมพ์อังกฤษสงสัยเป็นสายลับของสยาม มีนัยแอบแฝงทางการเมือง สยามก็ใช้ประโยชน์จากข้อสงสัย เป็นข่าวนี้ให้โลกเป็นที่รู้จักปี 2440 รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสรัสเซีย ได้ทรงพบปะกับซาเรวิช ซึ่งเสวยราชย์เป็นจักรพรรดิรัสเซียแล้ว...สถานะของสยามจากประเทศเล็กๆไม่มีใครรู้จัก ก็เขยิบขึ้น เป็นที่นับหน้าถือตาของใครต่อใครสยามดำเนินวิเทโศบายทางการเมือง ใช้ความสัมพันธ์อันดีกับรัสเซียเป็นปราการกั้นการคุกคาม...การบีบคั้นจากอังกฤษ ฝรั่งเศสเป็นความพยายามเท่าที่จะทำได้สยามมีพระเจ้าแผ่นดินที่มีพระปรีชาญาณ อ่านการเมืองโลกกระจ่าง...แม้หลายครั้งเจอวิกฤติถึงทางตัน แต่ก็ฝ่าฟันเอาตัวรอดจากการเป็นเมืองขึ้นฝรั่งมาได้จนถึงบัดนี้.กิเลน ประลองเชิง