นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้เสนอให้มีการตรวจสอบโครงสร้างของไดโนเสาร์เพื่อจำแนกสายวิวัฒนาการแบบใหม่ หลังจากเมื่อปี พ.ศ.2431 มีการวิเคราะห์สรุปได้กลุ่มไดโนเสาร์จำนวน 75 ชนิด แยกความแตกต่างของโครงกระดูกได้ 2 แบบคือไดโนเสาร์ที่มีโครงสร้างกระดูกคล้ายนก เรียกว่าออร์นิธิสเชีย (Ornithischia) และชนิดที่มีกระดูกเชิงกรานคล้ายสัตว์เลื้อย คลานเรียกว่าซอริสเชีย (Saurischia)ประเภทของซอริสเชีย จะครอบคลุมถึงกลุ่มเธอโรพอด (Theropods) ไดโนเสาร์ชนิดกินเนื้อ และกลุ่มซอโรพอด (Sauropods) ไดโนเสาร์คอยาว ซึ่งการวิจัยใหม่บ่งชี้ว่ากลุ่มเธอโรพอดมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มออร์นิธิสเชีย ฉะนั้นกลุ่มเธอโรพอดจึงไม่ควรจะรวมอยู่กับกลุ่มซอโรพอด จึงได้นำกลุ่มเธอโรพอดมารวมกับกลุ่มออร์นิธิสเชีย และตั้งชื่อกลุ่มใหม่ว่า “ออร์นิโธสเซลิดา” (Ornithoscelida) จากนั้นได้เพิ่มกลุ่มเฮอร์รีราซอรัส (herrerasaurids) เป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุดของยุคไทรแอสสิกเข้ามาอยู่ในประเภทซอริสเชียแทนที่กลุ่มเธอโรพอดทั้งนี้ ไดโนเสาร์กลุ่มเธอโรพอด ได้แก่ ไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ (Tyrannosaurus rex) หรือที-เร็กซ์, อัลโลซอรัส (Allosaurus) มีหน้าตาคล้ายกิ้งก่า, จิแกนโนโตซอรัส (Giganotosaurus) เป็นไดโนเสาร์พันธุ์กินเนื้อขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก และสไปโนซอรัส (Spinosaurus) อยู่ในประเภทสัตว์เลื้อยคลานมีแผง ส่วนกลุ่มซอโรพอด ได้แก่บรอนโตซอรัส (Brontosaurus) ไดโนเสาร์ขนาดใหญ่คอและหางยาว, ไดพลอโดคัส (Diplodocus) เป็นไดโนเสาร์หัวเล็ก เตี้ยและเอียงลาด หางยาว รวมถึงอาร์เจนติโนซอรัส (Argentinosaurus) เป็นไดโนเสาร์กลุ่มไททันโนซอรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุด.