“อัจฉริยะ” นักร้องเรียนคนดังสิ้นฤทธิ์ ถูกตำรวจไซเบอร์ถือหมายศาลอาญา บุกตะครุบตัวคาร้านข้าวมันไก่ หน้าสนามมวยอ้อมน้อย ย่านกระทุ่มแบน แจ้ง 4 ข้อหาหนัก “ฉ้อโกงประชาชน ผิด พ.ร.บ.คอมฯ ฟอกเงิน ลักลอบเล่นพนันออนไลน์” พบพฤติกรรมใช้บัญชีเงินฝากของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เปิดรับบริจาคจากแฟนคลับ ก่อนโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวนำไปเล่นพนันมวย รวมยอดเงินหมุนเวียนร่วม 360 ล้านบาท เจ้าตัวยังปากแข็งปฏิเสธลั่นตำรวจไซเบอร์ตะครุบนักร้องเรียนคนดัง แจ้งดำเนินคดีหลายข้อหาหนัก เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ต.ค. พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.อ.ประเสริฐ หวังบุญสร้าง ผกก.2 บก.สอท.3 สนธิกำลังชุดสืบสวน 3 หน่วยงานจับกุมนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ อายุ 59 ปี ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 5926/ 2569 ลงวันที่ 2 ต.ค.69 ฐาน “ฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯอันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ฟอกเงินและลักลอบเล่นการพนันผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต” จับกุมได้ในร้านเจ๊หงษ์ข้าวมันไก่ หน้าสนาม มวยอ้อมน้อย ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาครพล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง จตร. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เริ่มต้นจากชุดสืบสวน บก.สอท.1 ได้สืบสวนขยายผลจากกรณีเมื่อวันที่ 13 มี.ค.69 ศปอส.บก.น.4 และ สน.บึงกุ่ม จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของเครือข่ายพนันมวยออนไลน์ชื่อ “มวยพักยกวาไรตี้” ฐานจัดให้เล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตและสมคบกระทำผิดฐานฟอกเงิน เครือข่ายรายนี้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีหนึ่ง โพสต์ชักชวนประชาชนให้สมัครใช้บริการ “มวยหู หนึ่งชัยวัฒน์” และเรียกเก็บค่าบริการเป็นรายวันและรายเดือน พร้อมเชิญชวนให้เล่นพนันทายผลการแข่งขันชกมวยแบบออนไลน์ ผ่านไลน์กลุ่ม “มวยพักยกวาไรตี้” ใช้เป็นช่องทางประกาศอัตราต่อรอง รับแทงพนัน และติดต่อกับสมาชิกรอง จตร.กล่าวอีกว่า ภายหลังการจับกุมดังกล่าว ศปอส.ตร.ได้ประสานให้ชุดสืบสวน บก.สอท.1 ขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม กระทั่งพบว่าเครือข่ายดังกล่าวแบ่งหน้าที่กันดำเนินการอย่างเป็นระบบทั้งโปรโมตผ่านโซเชียลมีเดีย การใช้ภาพลักษณ์ของบุคคลสร้างความน่าเชื่อถือ การรับสมัครและติดต่อประสานงานกับสมาชิก การรับเงินพนัน การใช้บัญชีธนาคารหลายบัญชีรับ พัก กระจาย และหมุนเวียนเงิน ตลอดจนบริหารจัดการและกระจายเงินไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในเครือข่าย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนขยายผลพบธุรกรรมการเงินเชื่อมโยงไปยังบัญชีธนาคารของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จำนวนมาก ได้สืบสวนสอบสวนขยายผลจนพบการกระทำความผิดที่มีพยานหลักฐานทำให้เชื่อได้ว่านายอัจฉริยะได้กระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน, ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย (ประเภท ข) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต” พบกลุ่มบัญชีพนันมวยมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท และธุรกรรมการเงินเชื่อมโยงไปยังบัญชีธนาคารของนายอัจฉริยะ จำนวน 2 บัญชี เป็นบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่เริ่มเปิดใช้ตั้งแต่ปี 2556-2569 ทำธุรกรรม 5,140 ครั้ง ยอดหมุนเวียนผ่านบัญชีกว่า 168 ล้านบาท และบัญชีส่วนตัวที่เปิดใช้ตั้งแต่ปี 2567-2568 ก่อนจะปิดบัญชีไป พบทำธุรกรรมจำนวน 1,196 ครั้ง ยอดหมุนเวียนกว่า 191 ล้านบาท“การใช้ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แสดงเจตนาว่าเพื่อการช่วยเหลือผู้เดือดร้อน มีการแจ้งบัญชีเงินฝากส่วนตัว และบัญชีเงินฝากชมรม ผ่านสื่อสาธารณะที่ประชาชนรับทราบโดยทั่วไปเพื่อขอรับบริจาค อ้างว่าจะนำเงินที่ได้ไปช่วยเหลือสังคมและกิจกรรมของชมรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ แต่กลับปรากฏข้อเท็จจริงว่า นำเงินที่ได้รับจากการบริจาคโอนต่อไปเล่นพนันมวย เป็นการนำเงินของผู้บริจาคไปใช้โดยผิดวัตถุประสงค์ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ ก่อนติดตามเข้าจับกุมตัวไว้ได้ เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา” พล.ต.ต.ศิริวัฒน์กล่าวอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่