ชุดปราบปรามยาเสพติดนครบาลกำลังร้อนแรง ตำรวจ 191 สกัดจับรถเทรเลอร์ขนสินค้าซุกยาไอซ์ 350 กก. บนถนนบางนา-ตราด โชเฟอร์สารภาพรับจ้างขนปะปนกับอะไหล่รถยนต์ลงใต้เที่ยวละ 3 แสนบาท ก่อเหตุมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่ปี 65 อีกคดีชุดสืบสวน กก.ดส.การข่าวดี สกัดจับรถตู้ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ตะลึงซุกยาไอซ์ 462 กก. พร้อมผู้ต้องหา 2 คน อ้างรับจ้างขนเที่ยวละแค่ 2 หมื่นบาท ผบช.น.แถลง รู้แกวคนร้ายใช้ช่วงวิกฤติน้ำท่วม ตำรวจต้องไปช่วยเหลือประชาชน เร่งขนย้ายยาเสพติด สั่งการชุดสืบสวนกวดขันได้ผล จับรวมกัน 2 คดี ได้ยาไอซ์ของกลางกว่า 812 กก.ตำรวจนครบาลทลายเครือข่ายยานรก 2 ราย ยึดของกลางยาไอซ์หนักเกือบตัน เปิดเผยขึ้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ต.ค. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.สปพ. (191) แถลงชุดสืบสวนนครบาลจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่ 2 คดี ยึดของกลางยาไอซ์น้ำหนักรวม 812 กก.คดีแรก พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ธนากร อ่อนทองคำ รอง ผบก.สปพ. และ พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) จับกุมนายจรินทร์ แก้วดี อายุ 37 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์หนัก 350 กก. รถพ่วง 18 ล้อบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ และอายัดทรัพย์สินหลายรายการรวมมูลค่ากว่า 77 ล้านบาท สืบเนื่องจากชุดสืบสวนตำรวจ 191 ขยายผลจับกุมคดียาเสพติดใช้รถพ่วงลักลอบขนส่งยาเสพติดไปพื้นที่ภาคใต้เมื่อเดือน ก.ย. ได้เบาะแสว่า กลุ่มค้ายาเสพติดเตรียมใช้รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์รับยาเสพติดจาก จ.ชลบุรี ขับไปส่งพื้นที่ภาคใต้ วางกำลังสะกดรอยติดตามกระทั่งพบรถพ่วงเป้าหมาย ป้ายทะเบียนหมวดจังหวัดสงขลา วิ่งอยู่ถนนบางนา-ตราดฝั่งขาเข้า นำกำลังสกัดจับบริเวณ กม.14 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ช่วงกลางดึกวันที่ 2 ต.ค. ตรวจค้นในตู้คอนเทนเนอร์พบยาไอซ์ 14 กระสอบ น้ำหนักรวม 350 กก. ซุกซ่อนปะปนอยู่กับสินค้าอะไหล่รถยนต์ สอบสวนนายจรินทร์ ให้การรับสารภาพว่า รับค่าจ้างขนยาไอซ์ไปส่งภาคใต้เป็นเงิน 3 แสนบาท ก่อนหน้านี้เคยทำหน้าที่ขับรถนำดูต้นทางเครือข่ายยาเสพติดมาตั้งแต่ปี 62 หลังจากสมาชิกในเครือข่ายถูกจับ หันมาทำหน้าที่รับจ้างลำเลียงยาเสพติด ทำมาตั้งแต่ปี 65 ใช้เวลาว่างจากทำงานขับรถบรรทุกขนส่งสินค้าจากภาคใต้ขึ้นไปส่งในพื้นที่ภาคเหนือ นำยาไอซ์ซุกกับสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ จนมาถูกจับครั้งนี้อีกคดีชุดสืบสวน กก.ดส.บช.น. นำโดย พ.ต.ท.วรพล สมประสงค์ สว.กก.ดส.จับกุมนายคทาธร หรือจอร์ช หนูลอย อายุ 37 ปี ชาว จ.นนทบุรี และนายนัฐพล หรือแฟรงค์ บำรุง อายุ 33 ปี ชาว จ.ระยอง พร้อมของกลางยาไอซ์ 462 กก. รถตู้ฮุนได เฮช 1 สีดำ รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.ดส.บช.น. จับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่พื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อเดือน ก.ย. ขยายผลพบเบาะแสว่า มีเครือข่ายใช้รถตู้ขนยาไอซ์จาก จ.สระบุรี มาพักไว้ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ชุดสืบสวนสะกดรอยตามรถตู้คันเป้าหมายสกัดจับได้พื้นที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จับกุมนายคทาธร คนขับรถตู้ เมื่อตอนค่ำวันที่ 2 ต.ค.ตรวจค้นในรถพบยาไอซ์น้ำหนักถุงละ 1 กก.จำนวน 462 ถุง จากนั้นขยายผลจับกุมนายนัฐพลที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งบนถนนกาญจนาภิเษก ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ขณะนายนัฐพลขับรถมารอที่ปั๊มน้ำมันเพื่อนำทางรถตู้เอายาไอซ์ไปเก็บซุกซ่อนไว้ก่อนกระจายส่งให้ลูกค้า สอบสวนทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาเสพติดได้ค่าจ้างครั้งละ 2 หมื่นบาท ทำมาแล้ว 2 ครั้ง ตรวจสอบประวัตินายคทาธรเคยถูกจับคดียาเสพติดเพิ่งพ้นโทษพล.ต.ท.สยาม บุญสม เผยว่า คดียาเสพติดทั้ง 2 ราย ชุดจับกุมทั้งตำรวจ 191 และ กก.ดส. ขยายผลมาจากจับกุมเครือข่ายค้ายาไอซ์รายใหญ่เมื่อเดือน ก.ย. ผู้ค้ายาเสพติดอาศัยช่วงสถานการณ์น้ำท่วมลักลอบลำเลียงยาเสพติด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องนำกำลังไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย แต่สั่งการให้ชุดสืบสวนกวดขันจับกุมอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขยายผลจับผู้ร่วมขบวนการและผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 2 คดีแจ้งข้อหาจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาไอซ์ หรือแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และทำให้กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีอีกคดีเมื่อเวลา 07.00 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.และ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 สั่งการให้ พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.ชานนท์ ทองเกษม รรท.รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.ธเนศ ศรีจำปา รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ต.ชิษณุพงศ์ ไค่นุ่นสิงห์ สว.สส.สน.ห้วยขวาง ด.ต.นพรัตน์ ปานะโปย และ จ.ส.ต.อาทิตย์ คชเสนีย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สน.ห้วยขวาง ร่วมกันจับกุมนายบุย วาน ฮวน อายุ 27 ปี และนายตาน ดิน นู อายุ 28 ปี ทั้งคู่เป็นชาวเวียดนาม ที่ห้องเลขที่ 87/84 ชั้น 4 คอนโดจี สไตล์ ซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ 18 เขตห้วยขวาง พร้อมของกลาง คีตามีน 8 ถุง น้ำหนัก 8 กรัม หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า (พอดเค) 15 อัน เครื่องชั่งน้ำหนัก 2 เครื่อง เครื่องอัดเม็ดยา 1 เครื่อง และสารตั้งต้นยาเสพติดหนัก 20 กก.สืบเนื่องจากชุดจับกุมรับแจ้งจากพลเมืองดีเป็นไรเดอร์ส่งสินค้าว่า มีชายไม่ทราบชื่อจ้างไปรับซองกระดาษที่คอนโดจี สไตล์ ไปส่งที่พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อไปรับของพบชายท่าทางพิรุธ เอะใจสงสัยว่า พัสดุมีสิ่งผิดกฎหมายเอาไปให้ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ตรวจสอบ เปิดพัสดุพบยาคีตามีน 8 กรัม วางแผนให้ไรเดอร์พลเมืองดีแจ้งคืนพัสดุกลับไปคอนโด นายบุย วาน ฮวน ลงมารับพัสดุตำรวจจึงแสดงตัวจับกุม แล้วพาขึ้นไปจับนายตาน ดิน นู ที่ห้องเลขที่ 87/84 ชั้น 4 พร้อมของกลางดังกล่าวจากการสอบสวนผู้ต้องหาชาวเวียดนามทั้ง 2 คน ให้การได้ความว่า เช่าห้องเกิดเหตุพักอาศัยประมาณ 5 เดือน ยาเสพติดพร้อมอุปกรณ์ที่พบในห้องไปรับมาจากเพื่อนร่วมแก๊งย่านบางกะปิ แต่ตอนนี้เดินทางกลับประเทศเวียดนามแล้ว นำมาผลิตอัดเม็ดยาอี ลักลอบจำหน่ายผ่านการส่งพัสดุทางออนไลน์ คาดว่าแก๊งยาชาวเวียดนามรอสารแอมเฟตามีนนำไปผสมกับสารตั้งต้นอัดเม็ดผลิตยาอีขายให้ลูกค้า แจ้งข้อหามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เอโทมิเดต) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อหาเพิ่มนายบุย วาน ฮวน เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่