ทีมกฎหมาย ปชป.นัดถกลุยต่อคดีฮั้ว สว. “นิพิฏฐ์” รับลูก “จรัญ” ชี้ช่องยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินส่งศาล รธน.ฟัน เชิญ สว.สำรองเข้าร่วมวงตั้งแท่นร้องผู้ตรวจการฯ-ฟ้องคดีอาญา มาตรา 157 เชือด กกต.พร้อมเลขาธิการ กกต. “ณัฐพงษ์” ออกตัว ปชน.ไม่เกี่ยวข้องใช้ช่องทางนี้ไม่ได้ สว.น้ำเงินลงชื่อยื่น ป.ป.ช.สอย “สิทธิโชติ” “อนุทิน” ชิ่งไม่ตอบ “เท้ง” โพสต์ตามหา “ฉัตรชัย” ลั่นลุยนิรโทษกรรมให้จบในกรอบ 180 วัน “โรม” จี้ถามสินบนดีอี 40 ล้านบาท ไม่คืบ “ไชยชนก” สวน สส.ส้มเอี่ยวเว็บพนัน เจอตอกกลับสามี สส.ชัยภูมิค่าย ภท.พันสแกมเมอร์ ปะทะเดือด “มัลลิกา” ไล่ “รังสิมันต์” พ้นห้องประชุมพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ขานรับแนวทางที่นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้แนะแนวทางส่งฟ้องคดีต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาวินิจฉัยกระบวนการฮั้ว สว.เพื่อหวังกินรวบประเทศ โดยทีมกฎหมายพรรค ปชป.นัดหารือวางแนวทางยื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน และยื่นฟ้องคดีอาญาต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการกกต.ทีม ก.ม.ปชป.ถกลุยต่อคดีฮั้ว สว.เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ปชป.เปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ได้จัดเวทีเสวนาทางวิชาการ หัวข้อ “คดีฮั้ว สว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” ไปเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ในวันที่ 2 ต.ค. คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค ปชป.จะประชุมเพื่อสรุปประเด็นจากเวทีเสวนาดังกล่าวถึงข้อชี้แนะ อาทิ สิ่งที่นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรุณาชี้แนะช่องทางในการส่งฟ้องคดีต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยถึงกระบวนการและวิธีเลือก สว.ที่มีการฮั้ว หรือที่นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต. เสียงข้างน้อยที่ยอมรับว่ามีขบวนการจัดตั้งตั้งแต่ต้นทาง โดยการใช้บุคลากรของฝ่ายปกครอง คือนายอำเภอในการคัดกรองผู้สมัคร สว.กว่า 8.4 หมื่นคนทั่วประเทศใน 20 กลุ่มอาชีพ มีการเกลี่ยคนเข้าในหมวดหมู่ สาขาอาชีพที่จัดตั้งมา คือทำเป็นขบวนการใหญ่ตั้งแท่นฟ้องอาญา–ยื่นผู้ตรวจการฯนายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคปชป.จะได้เชิญ สว.สำรองบางคนที่มาร้องขอให้พรรคช่วยทางคดีมาเข้าร่วมประชุมเพื่อเริ่มดำเนินการยื่นฟ้องร้องคดีนี้ เบื้องต้นจะร้องทั้งผู้ตรวจการแผ่นดิน และคดีอาญา มาตรา 157 ประมวลกฎหมายอาญาทั้งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเลขาธิการ กกต. ต้องรอผลการประชุมรับฟังจากหลายฝ่ายอีกครั้งจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน“ณัฐพงษ์” ออกตัว ปชน.ไม่ใช่ผู้เสียหายนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เสนอแนวทางยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยว่า กระบวนการร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เช่น กรณีคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สส.กระทบสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่การเลือก สว.อาจจะใช้แนวทางนี้ได้ เพียงแต่ใครเป็นผู้ได้รับผลกระทบหรือถูกละเมิดสิทธิโดยตรงต้องพิจารณาให้ดี ตนหรือพรรค ปชน.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องคงจะไม่สามารถใช้สิทธินี้ร้องเรียนได้ แต่ไม่ว่าช่องทางใดที่กฎหมายเปิดช่องไว้ อยากให้ทุกส่วนดำเนินการเต็มที่ ทางออกไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือทำให้กลไกถ่วงดุลตรวจสอบทำงานได้ดีขึ้น ต้องเริ่มจากการแก้ไขกระบวนการเลือก สว. ให้ถูกต้องก่อน อยากให้ผู้ถูกละเมิดสิทธิดำเนินการเต็มที่ ส่วน กกต.เตรียมเร่งรัดสำนวนคดีฮั้วเลือก สว.อีก 3 สำนวนอาจเกี่ยวโยงกับพรรค ปชน. ยังไม่ได้รับทราบรายละเอียด แต่ยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงทุกอย่าง สำหรับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประเมินตอนนี้ยังเชื่อว่ายังคงอยู่ในกรอบเวลาเดิม“ไอซ์” จวกนายกฯบูลลี่คนไม่มีพ่อแม่น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรค ภท.ตั้งโรงครัวส่งถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมผ่านแอปพลิเคชันดังว่า สะท้อนวิธีคิดของพรรค ภท.ว่าการบริหารจัดการวิกฤติ ขนาด การบริหารจัดการส่งอาหารไปให้ถึงมือผู้ประสบภัยยังคิดไม่ได้เลย แล้วเรื่องอื่นๆ พ่อแม่พี่น้องประชาชนจะไว้วางใจให้ท่านดูแลความเป็นไปของประเทศนี้ได้ไหม การทำผิดนั้นขอโทษได้ไม่ตาย เมื่อถามว่าน้ำท่วมมีการเมืองเกี่ยวข้องหรือไม่ น.ส.รักชนกกล่าวว่า ประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่คงจะได้เห็นฝีมือรัฐบาลแล้ว คงเป็นผู้ตัดสินใจเอง ความรับผิดชอบทางการเมืองเป็นการตัดสินใจของประชาชน บริหารจัดการแบบนี้แล้วจะไว้วางใจต่อไปหรือไม่ ส่วนที่นายกฯพูดถึงเรื่องพ่อแม่ตอบโต้กันผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระดับผู้นำประเทศควรเห็นใจประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง รวมถึงกลุ่มคนไม่ได้มีพ่อมีแม่ดูแลมาตั้งแต่เด็กๆ อย่าเอามาบูลลี่กัน อย่าเอาสิ่งที่คนอื่นไม่สามารถจะกะเกณฑ์ในชีวิตเขาได้ ไม่สามารถจะตัดสินใจได้ว่าจะมีสิ่งนั้นหรือไม่มาด้อยค่ากัน ทำให้เห็นถึงวุฒิภาวะของท่านเอง การไปบูลลี่หรือไปเหยียดหยาม พยายามจะด้อยค่าว่าบุคคลนี้ไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอนเหมือนตัวเอง คำถาม จะย้อนกลับไปที่ตัวท่านเองว่าขนาดตัวท่านเองที่มีพ่อ มีแม่คอยอบรมสั่งสอนแล้วยังทำได้แค่นี้“อนุทิน” ปัดตอบ “เท้ง” ถามหานายกฯเมื่อเวลา 09.50 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามนายอนุทินถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์ภาพนายอนุทิน ตรวจโรงครัวภูมิใจไทย (ภท.) พร้อมเรียกร้องให้นายอนุทินเข้าประชุมสภาฯที่อยู่ระหว่างพิจารณาญัตติน้ำท่วม นายอนุทินไม่ตอบคำถามดังกล่าวเพียงว่า “ไม่เอาแล้ว ไปแล้ว” แล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่าประเมินฝ่ายค้านจะนำเรื่องน้ำท่วมมาอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายอนุทินไม่ได้ตอบคำถามเช่นเดิม“แนน” โต้แต่ละคนมีหลายหน้าที่ด้าน น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โฆษกพรรค ภท. ให้ สัมภาษณ์กรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในเดือน ต.ค.ว่า ไม่แปลกใจที่จะอภิปรายเดือนนี้ รัฐบาลไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรเป็นพิเศษ ตอนนี้รัฐบาลโฟกัสการแก้ปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดอยู่ ถ้ายื่นอภิปรายเราพร้อมตอบคำถามทุกเรื่อง แต่นาทีนี้เราโฟกัสการบริหารจัดการน้ำท่วมเป็นหลัก หากเอาเรื่องน้ำท่วมไปอภิปรายก็เป็นสิทธิ แต่มั่นใจว่าจะตอบได้ ส่วนกรณีผู้นำฝ่ายค้าน โพสต์ภาพนายอนุทินตรวจโรงครัว ภท.เรียกร้องให้นายอนุทินเข้าประชุมสภาฯที่กำลังพิจารณาญัตติน้ำท่วม ในที่ประชุมสภาฯญัตติน้ำท่วมเมื่อวันที่ 30 ก.ย. มี รมต.หลายท่านอยู่ในสภาฯ ไม่ว่าจะเป็นตน นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย จะบอกว่าไม่มีใครมาฟังต้องเป็นนายกฯคนเดียวเท่านั้น หลายคนต้องทำหน้าที่หลายส่วน เรื่องที่ สส.พูดได้รวบรวมข้อมูลให้นายกฯรับทราบตลอด นายกฯกำลังพยายามแก้ปัญหาอยู่ ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับงานในสภาฯแน่นอนสว.น้ำเงินยื่น ป.ป.ช.ฟัน “สิทธิโชติ”ช่วงเย็น ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า กลุ่ม สว.สีน้ำเงินประมาณ 5 คน เข้าชื่อกันทำหนังสือเพื่อจะยื่นต่อประธาน ป.ป.ช.ให้ดำเนินการไต่สวนเอาผิดนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย ตามความผิดในรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 และ 235 เกี่ยวกับ เรื่องจริยธรรมและการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการเปิดเผยมติคดีฮั้ว สว.อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดย สว.กลุ่มดังกล่าว ได้ร่างคำร้องเสร็จในวันเดียวกัน และได้มอบอำนาจให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ไปยื่นคำร้องต่อประธาน ป.ป.ช.แทนช่วงก่อนเที่ยงวันที่ 2 ต.ค.“โรม” จี้ถามสินบน 40 ล้านเมื่อเวลา 12.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามทั่วไปของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.ถามการเสนอสินบน 40 ล้านบาทให้นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไม่มีความคืบหน้าการดำเนินการกับนายฉัตรมงคล ผู้เชี่ยวชาญของ สส.อยุธยา ที่เชื่อว่าเป็นนกต่อและนายภูวิศิษฐ์ หรือคิว เจ้าของกาสิโนหลายแห่งในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่มีการตรวจสอบเส้นเงินผู้เกี่ยวข้อง เช่น นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย“ไชยชนก” สวนพรรคส้มเอี่ยวเว็บพนันจากนั้นนายไชยชนกชี้แจงว่า ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในกระทรวงดีอี แต่ไม่พบหลักฐานมีคนในกระทรวงเกี่ยวข้อง จะไม่นำความเชื่อส่วนตัวเป็นตัวตั้ง ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและร้องทุกข์กับตำรวจ เป็นผู้เสียหายแต่กลับถูกพูดให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้ร่วมกระบวนการ ผลงานรัฐบาลจับกุมผู้ต้องหาสแกมเมอร์ เว็บพนัน 52 ราย ยึดทรัพย์ 1.7 หมื่นล้านบาท ต่อยอดหลายเรื่องทั้งคดีที่ จ.สมุทรปราการ มีชื่อนายสิทธิชัย เชื้อทอง นักการเมืองท้องถิ่นคณะก้าวหน้า โดนจับกุมข้อหาจัดให้มีการพนันและฟอกเงิน ยังมีคดีนอมินี ฟอเร็กซ์ ฟอกเงินของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. หรือคดีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรค ปชน.ประกอบธุรกิจต่างด้าวนอมินี ที่ จ.ภูเก็ต หากนายรังสิมันต์จริงใจต่อการปราบปรามไม่ต้องป้ายสีรัฐบาล ควรส่งข้อมูลเบาะแสทั้งคนในพรรคหรือนอกพรรค พร้อมทำเต็มที่สุดความสามารถเจอโต้กลับสามี สส.ชัยภูมิพันสแกมเมอร์ขณะที่นายรังสิมันต์ตอบโต้ว่า พรรค ปชน.พร้อมให้ตรวจสอบ ไม่ปกป้อง แต่หากทำหน้าที่ให้เป็นธรรม แต่ต้องไปตรวจสอบ สส.หญิงชัยภูมิที่มีสามีเกี่ยวข้องสแกมเมอร์ อาชญากรรมระหว่างประเทศ ควรดำเนินการให้ครอบคลุม ไม่ใช่จัดการแต่พรรคส้ม ส่วนสีน้ำเงินรอด สิ่งที่อยากรู้ตัวการใหญ่ เบื้องหลังพนันคือนายคิว ทำไมไม่จัดการ สงสัยว่าคดีนายคิวที่ช้าเพราะนายคิวคือผู้มีพระคุณต่อพรรคท่านพวกพ้องท่าน กฎหมายแตะต้องกรณีนายสิทธิชัย ขอให้ดูดีๆคนนี้ไม่ได้อยู่พรรค ปชน. แต่ไปอยู่บ้านใหญ่พรรคใด สนับสนุนให้ดำเนินการเด็ดขาดปะทะฝีปากเดือดท้าโชว์หลักฐานจากนั้นบรรยากาศยิ่งดุเดือดเมื่อ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ซึ่งมีชื่อเล่น “ไอเดียร์” สส.ชัยภูมิ พรรค ภท.ใช้สิทธิประท้วงถูกพาดพิง สส.หญิงชัยภูมิมีตนคนเดียว จะพูดเลื่อนลอยไม่ได้ต้องมีหลักฐาน พูดชื่อมาเลยจะดูแมนกว่า ขอให้ถอนคำพูดถ้าเป็นลูกผู้ชาย แต่นายรังสิมันต์ชี้แจงว่าอยากได้หลักฐาน ไม่ต้องห่วง ไม่ช้า น.ส.สุชาดาสวนว่า “เปิดเลยค่ะ ถ้ามีหลักฐานเปิดเลย อย่าพูดเลื่อนลอย ท่านต้องถอน ดิฉันไม่ยอม” ประธานที่ประชุมพยายามตัดบทขอให้นายรังสิมันต์ถอนคำพูด แต่นายรังสิมันต์ย้ำ ถ้ายืนยันบริสุทธิ์ก็ชี้แจง แต่หลักฐานมาแน่ จะถอนหรือไม่ถอน ไม่ใช่เรื่องความแมน สภาฯควรพ้นจากเรื่องพวกนี้ได้แล้ว ไม่เกี่ยวกับลูกผู้ชายลูกผู้หญิง ทุกคนเท่าเทียมกัน แต่ น.ส.สุชาดายืนยันว่า ไม่มีความจำเป็นต้องชี้แจง เพราะไม่มีเหตุผลว่าตนผิด ไม่มีหลักฐาน มากล่าวหาว่าคนอื่นผิดโดยไม่มีหลักฐานประธานไล่ “โรม” พ้นห้องประชุมผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายรังสิมันต์ยังคงยืนยันว่าไม่ถอนคำพูด ทำให้ น.ส.มัลลิกา ประธานการประชุมสั่งนายรังสิมันต์ออกไปนอกห้องประชุม พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภาฯทุกประตู วันนี้ห้ามนายรังสิมันต์เข้ามาในห้องประชุม เป็นวินิจฉัยของประธานแล้ว นายรังสิมันต์ระบุว่าน้อมรับปฏิบัติ เดินออกจากห้องประชุมทันที โดยมี สส.พรรค ภท.ลุกขึ้นประท้วงไม่พอใจคำวินิจฉัยของประธาน ทำให้นายณัฐวุฒิ บัวปทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. เสนอขอนับองค์ประชุม จน น.ส.มัลลิกาเบรกว่าอย่าใช้วิธีนี้ต่างคนต่างว่ากัน ทุกคนอย่ามาใส่อารมณ์กัน ขณะที่นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ สวนว่าจะนับองค์ประชุมไม่มีปัญหา พอเกมสภาเดินต่อไม่ได้แบบนี้ท่านวอล์กเอาต์แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำให้ น.ส.มัลลิการีบไกล่เกลี่ย จนนายณัฐวุฒิยอมถอนนับองค์ประชุมเดินหน้าประชุมต่อตามวาระ ต่อมา 13.50 น. น.ส.สุชาดาลงไปแถลงข่าวจะดำเนินการทางกฎหมายเต็มที่ เอาผิดถึงที่สุด“ชัยพฤกษ์” รับไม้ต่อเลขาฯ สมช.เมื่อเวลา 08.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่ ศาลตายาย ก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกฯเป็นวันแรก โดยนายฉัตรชัยกล่าวว่า จะสานต่อการทำงานของปลัดสำนักนายกฯคนเก่าที่ได้วางรากฐานไว้ ภาคภูมิใจและเป็นเกียรติได้มีโอกาสทำงานในพระราชพิธีสำคัญให้ทั้ง 2 พระองค์ ได้แก่ พระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ช่วงเดือน ธ.ค.69 และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชร กิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ช่วงต้นเดือน ก.พ.70 ต้องเตรียมทุกอย่างให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ส่วนมิติการดูแลประชาชนการรับเรื่องราวร้องทุกข์ตนทราบบทบาทนี้มาตลอด ในช่วงตนที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ประสานสำนักปลัดสำนักนายกฯมาตลอด ประชาชนที่เดือดร้อนมาร้องเรียนได้ส่งผู้แทน สมช.ร่วมประชุมด้วย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ได้ส่งมอบงานให้กับ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการ สมช.คนใหม่เรียบร้อยแล้ว ได้ฝากหลายเรื่องสานต่อ เพราะงาน สมช.มีหลายมิติครอบคลุมความมั่นคงประเทศและระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือความมั่นคงของมนุษย์ต้องมีความสมดุลระหว่างสิทธิมนุษยชนและเรื่องความมั่นคง ซึ่ง พล.อ.ชัยพฤกษมีประสบการณ์อยู่แล้ว น่าจะขับเคลื่อนต่อได้อย่างดีลุยนิรโทษกรรมจบในกรอบ 180 วันนายฉัตรชัยยังกล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะกรรมการเสริมสร้างสังคมสันติสุข ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ในฐานะเลขานุการว่า ประชุมไปแล้ว 1 ครั้ง มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด คือ อนุกรรมการกลั่นกรองเรื่อง ที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน และด้านการประชาสัมพันธ์ มีตนเป็นประธาน ขั้นต่อไปอยู่ในกระบวนการที่จะต้องรับเรื่องต่างๆ มาพิจารณาตามหลักเกณฑ์ มีข้อจำกัดตรงไหนอย่างไร ส่วนการประชุมครั้งที่ 2 คงต้องเร็วเพราะเรื่องนิรโทษกรรมมีเวลา 180 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด ต้องเร่งให้แล้วเสร็จ แม้จะสามารถขยายเวลาได้ แต่เรื่องเหล่านี้ถ้าทำได้เร็วก็จะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบในช่วงที่ผ่านมา และตนเชื่อมั่นว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้เน้นการสร้างความปรองดอง เพียงแต่เราคงต้องกลั่นกรองให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์อย่างถูกต้องและเป็นธรรมอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่