“รวยไม่ไหว” เสียงตะโกนประชดต้อนรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ระหว่างลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมชุมชนพัฒนา ริมคลองเปรมประชากร บางเขน กทม.คือเสียงตอกย้ำความเจ็บปวดบนกองทุกข์ของชาวบ้านในพื้นที่ รวมถึงเป็นตัวแทนเสียงของผู้คนอีกหลายพื้นที่ใน กทม.– ปริมณฑล–ภาคกลาง ที่ต้องจมวิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่ หลังฝนถั่งโถมตั้งแต่ค่ำวันที่ 24 ก.ย. ยืดเยื้อถึง 27 ก.ย. น้ำทะลักท่วมสูงขยายวงกว้าง ซ้ำเติมประชาชนจนบอบช้ำอย่างแสนสาหัสชนวนเหตุที่ทำให้เสียงก่นด่าถล่มใส่รัฐบาล ยิ่งต้องพาย้อนไปขุด “ดิจิทัลฟุตพรินต์” แฉร่องรอยและพฤติกรรมของเหล่ารัฐมนตรีผู้รับผิดชอบระบบน้ำ การป้องกันภัยที่ได้ทิ้งทวนเอาไว้ปักหมุดหมายที่ดีตั้งแต่บ่ายวันที่ 23 ก.ย. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เดินหน้านำทัพรับมือสาธารณภัย ดึงข้าราชการระดับสูง ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน พร้อมหัวหน้า ปภ.จังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ (ผวจ.) รวมเข้าแถวตั้งรับสถานการณ์เน้นย้ำยึดมั่น “Single Command” มอบดาบเบ็ดเสร็จตาม พ.ร.บ.ปภ.ให้ ผวจ.เป็นผู้บัญชาการสูงสุดในพื้นที่ สั่งเคาะกำลังพลประจำจุดเสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง เตรียมพร้อมทั้งคน รถ กู้ภัย เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อมลุย เข้าถึง จุดเกิดเหตุสยบวิกฤติได้ทันท่วงทีแต่หากมองตามลำดับชั้น นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. กลับมีน้ำหนักการสื่อสารชี้นำสังคมมากกว่า โดยการันตีกลางทำเนียบรัฐบาล 23 ก.ย.ว่า “รัฐบาลเอาอยู่” สยบความวิตกของคน กทม.เรื่องมวลน้ำเจ้าพระยาก็ยังอยู่ในกรอบที่คุมได้ ไม่ส่งผลกระทบประชาชนขณะที่กลางวง ครม. 22 ก.ย. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มี นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ชูนวัตกรรมล้ำยุค เตรียมติดตั้งครอบคลุมทุกจุด เพื่อเค้นข้อมูลประมวลผลเพิ่มความแม่นยำ แจ้งเตือนให้ประชาชนตั้งรับพร้อมอพยพทันเวลาต่อเนื่องด้วยการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง นั่งหัวโต๊ะสำทับเตือนรับมือน้ำท่วมใหญ่“หากยึดตามสถิติและข้อมูลของกรมอุตุฯ ฝนเข้ามาจริง แต่ไม่หนักหนา ไม่มากพอจะเกิดอุทกภัยใหญ่ แต่เตรียมพร้อมไว้ก่อน”บทสรุปที่ย้ำชัดว่า รัฐบาลประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอีกครั้งใหญ่ หลังเคยประเมินสถานการณ์ผิดพลาดมาแล้วครั้งเกิดน้ำท่วมหาดใหญ่ จ.สงขลาแต่เหตุผลที่ไม่หยิบยก “ดิจิทัลฟุตพรินต์” ของผู้ว่าฯ กทม.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขึ้นมา เพราะ ภาพวิกฤติน้ำท่วมที่ทะลักยึดกรุงเทพฯ ได้ทำหน้าที่เป็นคำตอบพิสูจน์ฝีมือการบริหารจัดการไว้เรียบร้อยแล้วต่อให้เกิดน้ำท่วมใหญ่อีกกี่ครั้ง ถอดบทเรียนกันอีกกี่เหตุการณ์ แต่สภาพที่เกิดขึ้นทั้งหมดสะท้อนว่า ไทยมีความพร้อมทั้งเทคโนโลยี ข้อมูล ระบบตรวจวัดประมวลผลสุดล้ำจากกระทรวงดีอีและกรมอุตุฯ แต่บทสรุปกลับพังพินาศ เพราะรู้ข้อมูลล่วงหน้า แต่กลับประเมินวิกฤติต่ำกว่าความเป็นจริงขณะที่กำลังพลและอุปกรณ์ แม้จะส่งสัญญาณสแตนด์บาย 24 ชม. แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความพร้อมเพรียงหน้างานที่ไร้การเชื่อมโยง ขาดการ บูรณาการในภาพรวม เช่นเดียวกับมิติการสั่งการและการสื่อสาร แม้ปากจะตะโกนย้ำ “Single Command” แต่ระดับผู้บริหารกลับสื่อสารขัดแย้งกันเองฉะนั้น การแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำหลาก ต่อให้รัฐบาลฝันใหญ่คิดแยกออกมาตั้ง “กระทรวงน้ำ” หรือประเคนเทคโนโลยีล้ำยุคที่กำลังตั้งงบประมาณซื้อ สุดท้ายก็ล้มเหลวซ้ำซากเหมือนเดิม หากผู้บริหารยังไร้เอกภาพในการสั่งการ.“วายุ บูรพา”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม