“อนุทิน” มาแล้ว พร้อมลุยเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ เมืองกรุง ลั่นถอดบทเรียนหาดใหญ่เพื่อฟื้นฟูเมือง สั่ง “ดีอี-มท.” สื่อสารให้คนฟังเข้าใจง่าย พร้อมดันเมกะโปรเจกต์แสนล้านเส้นทางระบายน้ำ “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” รอมติ ครม. ขณะเดียวกันให้ราชการหยุดพิเศษ 28-29 ก.ย. ด้าน “พาณิชย์” ถกผู้ประกอบการ-ตัวแทนจำหน่ายสินค้า รับมือน้ำท่วม เร่งเติมสินค้าเข้าระบบ ดูแลปริมาณ-ราคาให้เข้าถึงอย่างต่อเนื่อง ห้ามเนื้อสัตว์-ผักสดขาดตลาด ขณะเดียวกัน ม.รังสิตประเมินน้ำท่วม 4 วัน 24-27 ก.ย.ใน 48 จังหวัด ทำเศรษฐกิจเสียหาย 2.5 หมื่นล้านบาท ฉุด GDP ไตรมาส 3 ปีนี้ลดลงร้อยละ 0.55 กรุงเทพฯหนักสุด เสียหาย 1 หมื่นล้านบาท ค้าปลีก-ค้าส่งอ่วมหนักจากกรณีเกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องลักษณะหนักสลับเบามากว่า 3 วัน ในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลางรวมถึง กทม.และปริมณฑล ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล น้ำท่วมขังระดับน้ำค่อนข้างสูงในบางจุด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนในการดำรงชีพและทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก“อนุทิน” ถึงไทยลุยแก้น้ำท่วมต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.ย. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางถึงประเทศไทยหลังเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศญี่ปุ่น สหรัฐ อเมริกา และอังกฤษ ระหว่างวันที่ 20-27 ก.ย. มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทชน.) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รอรายงานสถานการณ์น้ำท่วมโวสั่งงานตั้งแต่อยู่ ตปท.จากนั้นนายอนุทินแถลงถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ได้รับรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและประสานงานตั้งแต่อยู่ต่างประเทศ ผ่านรองนายกฯที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบดูแลเรื่องอุทกภัยแต่ละภาค เมื่อรับทราบสถานการณ์แล้วได้นัดประชุมออนไลน์ติดตามสถานการณ์ การหารือเชิงลึก และสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเร่งเดินทางกลับประเทศ ไทย เพื่อมาติดตามการปฏิบัติงานและประสานงานร่วมกันในการตัดสินใจแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยพื้นที่กรุงเทพมหานคร กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก เรือยางเข้าไปสมทบในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง มีการจัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อผู้ประสบภัย เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องมีคนดูแลให้มาอยู่ในโรงพยาบาล สถานพยาบาลแล้ว ส่วนการบริหารจัดการในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดที่ประสบภัย สั่งการให้ปลัดมหาดไทยติดตามประสานงานและแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีอำนาจในการตัดสินใจแก้ปัญหาในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ถอดบทเรียนหาดใหญ่มาฟื้นฟูนายอนุทินกล่าวว่า ได้รับแจ้งจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่สถานการณ์ภัยพิบัติในภาคกลางว่า ได้ดำเนินการเพิ่มวงเงินให้กับจังหวัดแต่ละจังหวัด ในกรณีที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยฉุกเฉิน จะทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสามารถอนุมัติงบประมาณและจัดการปัญหาในพื้นที่ได้ทันที ยืนยันว่าเราจะทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีการแยกว่าใครมาจากไหนหน่วยงานใดทั้งสิ้น ซึ่งในพื้นที่ กทม. ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติแล้ว รัฐบาลต้องให้การสนับสนุนในทุกรูปแบบและทุกหน่วยงานด้วย ไม่มีแบ่งแยกพื้นที่ว่ากรุงเทพฯเป็นพื้นที่เขตปกครองพิเศษ ทุกหน่วยต้องทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ สำหรับการเยียวยาจะมีการเร่งรัดดำเนินการเยียวยาและชดเชยความเสียหายให้กับประชาชนที่ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุด รัฐบาลจะใช้การถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปีที่แล้วมาใช้ในแผนฟื้นฟู ให้ประชาชนกลับไปใช้ชีวิตโดยเร็วที่สุดลุยโครงการระบายน้ำระยะยาวนายอนุทินกล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาว สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) ได้ศึกษาและนำเสนอความพร้อมของโครงการระบายน้ำในเส้นทางชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย เลขาฯสภาพัฒน์รายงานเมื่อวันที่ 24 ก.ย. เห็นว่าโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่า และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้การระบายน้ำจากตอนบนของประเทศเกิดประสิทธิภาพสูงสุด และป้องกันไม่ให้มวลน้ำไหลเอ่อลงมาจนถึงภาคกลาง กทม.และปริมณฑล จะนำเข้าที่ประชุม ครม. เพื่อให้มีมติดำเนินโครงการนี้ในวันที่ 29 ก.ย.จะให้ความเห็นชอบ และสำนักงบประมาณแจ้งว่าได้กันงบประมาณปี 2570 ไว้แล้ว จะใช้ขอบเขตอำนาจในฐานะนายกฯเต็มที่ผลักดันเร่งให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด และตั้งใจจะทำให้สำเร็จในขณะเป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมสำหรับการแก้ไขระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่าในอนาคตประชาชนจะไม่ประสบภัยน้ำท่วมหลากในทุกปีแบบหนักหนาสาหัสเช่นนี้สั่ง คปภ.ช่วยเหลือประกันภัยนายอนุทินกล่าวว่า สำหรับความเสียหายทรัพย์สินที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะช่วยประสานงานกับบริษัทประกันภัยต่างๆ เพื่อให้ได้รับเงินประกันตามเงื่อนไขของกรมธรรม์โดยเร็ว และจะออกเป็นข้อสั่งการในช่วงนี้ รัฐมนตรีทุกท่านต้องงดเดินทางไปต่างประเทศไม่ว่าในเรื่องใดๆ และตนจะงดเดินทางไปต่างประเทศเช่นกัน จะเตรียมความพร้อมในระดับสูงสุดจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และขอขอบพระคุณประชาชนในความเข้าใจและความร่วมมือที่ดียิ่งที่มอบให้กับเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยกู้ภัยต่างๆ หลังจากนี้จะลงตรวจสภาพน้ำท่วมเพื่อดูสภาพหน้างานและให้กำลังใจประชาชนเจอคนตะโกนใส่ “รวยไม่ไหว”จากนั้นนายอนุทินและคณะ นั่งรถยกสูงของ ปภ.ไปที่ชุมชนร่วมพัฒนา ริมคลองเปรมประชากร เขตบางเขน โดยสวมเสื้อโปโลสีขาวลายมังกร ที่สวมใส่ มาตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน พร้อมกางเกงขายาวสีดำ และรองเท้าผ้าใบ เมื่อนายกฯมาถึงมีประชาชนตะโกน ว่า “รวยไม่ไหว” พร้อมตะโกนเรียกร้องให้นายกฯ เดินมาลุยน้ำที่ท่วมขังอยู่ โดยจะอุ้มนายกฯลงเรือไปดูสภาพความเป็นอยู่ เพราะเลือกมากับมือ นายอนุทิน เดินลงไปพูดคุยกับชาวบ้านที่ร้องขอสุขาเคลื่อนที่ เนื่องจากใช้ชีวิตไม่สะดวก พร้อมสอบถามว่าผู้ที่พักอาศัยในชุมชนนี้มีผู้สูงอายุหรือไม่ หากมีขอให้ออกไปที่ศูนย์พักพิง เนื่องจากอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมลำบาก เสี่ยงจะติดเชื้อโรค ส่วนเรื่องสุขาเคลื่อนที่จะให้ กทม. จัดหามาให้ควักเงินซื้ออาหารแจกชาวบ้านนอกจากนี้ ยังมีประชาชนอีกกลุ่มร้องเรียนกับนายกฯว่า ข้าวที่นำมาแจกจ่ายเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ไม่เพียงพอ ทำให้นายกฯเรียก รมว.กลาโหมมาสั่งการ ให้ทำโรงครัวเคลื่อนที่ที่ชุมชนแห่งนี้ เสร็จแล้วเดินไปที่ร้านลูกชิ้นพร้อมควักเงินให้จำนวน 3,000 บาท เพื่อให้ร้านลูกชิ้นนำลูกชิ้นไปแจกจ่ายคนในชุมชน พร้อมกันนี้ ยังเหมาร้านอาหารตามสั่ง จำนวน 10,000 บาท และร้านก๋วยเตี๋ยว 5,000 บาท ให้นำไปแจกจ่ายคนในชุมชน ระบุว่าหากรอครัวเคลื่อนที่อาจไม่ทันการณ์ ขอให้ชุมชนนำอาหารที่ได้จากตรงนี้ไปบริหารจัดการก่อน จากนั้นเดินทางต่อมาที่ศูนย์พักพิงโรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์) แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ มอบถุงยังชีพให้ประชาชนในศูนย์พักพิงสั่ง “ดีอี—มท.” ใช้ภาษาเข้าใจง่ายหลังจากนั้น นายอนุทินให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ในช่วงบ่ายจะประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัด พิเศษ เกี่ยวกับวันหยุดราชการ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ อยู่ระหว่างดูข้อกฎหมาย เพราะต้องใช้มติ ครม.เป็นมติเดียวกัน ไม่ต้องแยกว่าโรงเรียนหรือสถานที่ราชการจะหยุดวันใด ขณะที่หลักเกณฑ์เยียวยายังคงเป็นเกณฑ์เดิม ส่วนการประกาศแจ้งเตือนของภาครัฐที่ล่าช้า ได้ตรวจสอบไปยังกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกระทรวงมหาดไทย ตัวคำสั่งไม่ได้ล่าช้า แต่เนื้อหาค่อนข้างเข้าใจยาก ต้องใช้ข้อความที่เข้าใจง่าย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลรับผิดชอบในหน้าที่ของเราเต็มที่อยู่แล้ว หลายที่คลี่คลายไปแล้ว และในพื้นที่คลองเปรมประชากร จะเห็นว่ามีการรุกล้ำพื้น ที่ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆมากมาย นี่คือส่วนหนึ่งของปัญหาหลักที่ทำให้น้ำท่วมขังในพื้นที่รอบคลอง แต่กฎหมายหลักเรามี เราอะลุ่มอล่วยกันเรื่อยมา แต่หากจะเจอปัญหาแบบนี้ทุกปี ตนก็ต้องใช้กฎหมายอย่างเต็มที่เหมือนกันเสียใจแต่ไม่ขอโทษเมื่อถูกถามว่าในฐานะหัวหน้ารัฐบาลอยากกล่าวขอโทษประชาชนต่อเหตุการณ์อุทกภัยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ครับ รู้สึกเสียใจ กังวลใจ มีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และพยายามแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”1 ต.ค.ใช้ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ”จากนั้นนายอนุทินเดินทางไปเป็นประธานประชุมที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มี รมช.มหาดไทย ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหาร ปภ.เข้าร่วม รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านสื่ออิเล็ก ทรอนิกส์ ในที่ประชุมนายอนุทินกล่าวเน้นย้ำการให้บริการช่วยเหลือประชาชนด้วยมาตรฐานที่สูง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับส่วนราชการและนายอำเภอ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ใช้เครือข่ายในพื้นที่ร่วมทำงาน สำรวจความเป็นอยู่และความเดือดร้อนของประชาชนถึงระดับหมู่บ้าน พร้อมระดมสรรพกำลัง ทรัพยากรและเครื่องจักรกล ยานพาหนะที่มีอยู่ลงไปในทุกพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดภัย ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเฉกเช่นกรณีที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นอกจากนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป จะมีระบบ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” มาเป็นกลไกการจ่ายเงินเยียวยา ให้ ปภ. เร่งเตรียมการประสานงานกับ คปภ.เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ให้สอดคล้องกับแผนงานและเจตนารมณ์ที่ ครม.กำหนดไว้เคาะวันหยุดราชการ 28–29 ก.ย.ต่อมาเวลา 14.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ มีคณะรัฐมนตรีบางส่วนประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ที่มีวาระสำคัญคือการหารือกับนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในการกำหนดวันหยุดพิเศษในบางจังหวัด บางพื้นที่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและความสะดวก การสัญจรไปมาของประชาชน ซึ่งนายอนุทินกล่าวหลังการประชุมว่า ครม.มีมติให้ประกาศวันหยุดราชการพิเศษ 2 วัน ในวันที่ 28-29 ก.ย.ในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ส่วนธนาคารและตลาด หลักทรัพย์ ยังทำการปกติ เนื่องจากต้องเชื่อมต่อตลาดทุนทั่วโลก และยังได้รับความร่วมมือจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และดอนเมืองโทลล์เวย์ ยกเว้นค่าผ่านทางให้ประชาชนไปจนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 29 ก.ย. แต่ ครม.หยุดไม่ได้อยู่แล้ว วันที่ 28 ก.ย.เป็นวันธงชาติไทย พวกเราจะมาเคารพธงชาติที่ทำเนียบรัฐบาลในตอนเช้าและวันอังคารยังจะมีการประชุม ครม.ตามปกติ ส่วนราชการที่ต้องมาสนับสนุนการประชุม ครม.ต้องทำงานตามปกติขอปรับการสื่อสารให้เข้าใจทันทีส่วนการจะมีวอร์รูมการสื่อสารหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า วันที่ 28 ก.ย. โฆษกประจำสำนักนายกฯจะเปิดศูนย์แถลงข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ จะรวมการสื่อสารทั้งหมด เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องที่อยากสื่อสารกับประชาชนมาแถลง ซึ่งดูจากการพยากรณ์ จ.กาญจนบุรี อุทัยธานี ตาก จะเจอฝนหนัก เราทราบแต่เนิ่นๆ จึงสั่งการให้ ผวจ.ประสานกับ ปภ. และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มีอำนาจเต็มตัดสินใจ รัฐบาลจะสนับสนุนเต็มรูปแบบ ที่ผ่านมามีการแจ้งเตือนมาตลอด แต่บางทีประชาชนไม่เข้าใจคำศัพท์ต่างๆ ขอให้เน้นการสื่อสารใช้ภาษาสั้น กระชับ เข้าใจเลย ให้ประชาชนตรียมการอพยพ ขนของให้ปลอดภัย ส่วนการทำงานเป็นทีมเดียวกันนั้น ตอนนี้ดีมาก สื่อเห็นว่าหลายหน่วยงานร่วมมือกัน อย่าง กทม.เป็นเขตปกครองพิเศษ เขามีกฎหมายของเขา แต่รัฐบาลชุดนี้เราทำความเข้าใจชัดเจนเอาแน่ชัยนาท–ป่าสัก—อ่าวไทยนอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงการป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมซ้ำซากใน กทม. ว่า ขอให้รอดูวันที่ 29 ก.ย. ที่ประชุม ครม.ได้ย้ำให้สภาพัฒน์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมพร้อมนำเสนอโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ประกอบกับโครงการบางบาล-บางไทร และเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก จะมี 3-4 เส้นที่จะเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ถ้าเราตัดสินใจสร้างโครงการเหล่านี้มาก่อนหน้านี้ ป่านนี้น่าจะเกือบถึงครึ่งทางแล้ว งบประมาณใช้จ่ายเยียวยา จะได้นำมาใช้ในโครงการ ช่วยลดปัญหาปริมาณน้ำ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ศึกษาและเสนอสร้างแก้มลิง อ่างเก็บน้ำ โครงการที่มีคำว่า “แก้มลิง” เราต้องน้อมนำ ต้องบอกว่ามีประโยชน์ปราศจากข้อสงสัยว่ามีประสิทธิภาพหรือไม่ เพราะเป็นพระอัจฉริยภาพของในหลวง รัชกาลที่ 9 โครงการทั้งหลายเหล่านี้ต้องใช้ความกล้าหาญ และมีการวางแผนพอสมควร ส่วนตัวตั้งใจที่จะทำเพราะเห็นความสำคัญของโครงการนี้อยู่แล้ว ตอนนี้ทำได้แล้ว จะไม่ทำให้เสียโอกาส เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวใช้งบประมาณราว 1.6 แสนล้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย จะใช้งบประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ระยะเวลา 8 ปี ตกปีละหมื่นกว่าล้านบาท และโครงการเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก ใช้งบประมาณอีก 9 หมื่นล้านบาท โครงการเหล่านี้จะเข้าที่ประชุม ครม.เพื่อให้พิจารณาเห็นชอบต่อไปเร่งอพยพคนตามชุมชนใหญ่ส่วนสถานการณ์ฝนและน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.วันเดียวกัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้สถานการณ์ถือว่าดีขึ้น เพราะหย่อมความกดอากาศต่ำที่อยู่กลาง กทม. ขยับไปทางเมียนมาแล้ว ทำให้ฝนไปตกแถว จ.กาญจนบุรี ราชบุรี แทน ส่วน กทม.ฝนจะตกเหลือวันละ 10-20 มิลลิเมตร (มม.) พื้นที่ใกล้คลอง สถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้น แต่การระบายน้ำไม่สามารถทำได้รวดเร็ว ต้องใช้เวลาอีกหลายวัน แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือชุมชนที่น้ำท่วม เช่น ชุมชนเคหะร่มเกล้า ที่มีประชาชนกว่า 3 หมื่นคน เมื่อวันที่ 26 ก.ย.น้ำท่วมหนักมาก หลายคนต้องการอพยพไปศูนย์อพยพในชุมชน แต่ขณะนี้ไม่สะดวกแล้ว เพราะมีคนอพยพมาเป็นพันคน มีการย้ายไปที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ปัญหาหลักในขณะนี้คือการดูแลคนที่ตกค้างอยู่ในชุมชนขนาดใหญ่ คิดว่ามียอดรวมหลักหมื่นคน ต้องดูแลเรื่องอาหารการกิน รวมถึงการดูแลผู้ป่วยติดเตียง ที่ตอนนี้นำออกมาแล้ว 40-50 คน แต่ยังมีตกค้างอยู่ ต้องรีบดำเนินการ ขณะนี้เรามีรายชื่อทั้งหมดแล้วคาดถนนสายหลักดีขึ้นใน 3 วันเมื่อถามว่ามีพื้นที่ไหนต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ทุกจุดเลยที่ยังมีปัญหาน้ำท่วมอยู่ หากหนักๆเลยคือพื้นที่ใกล้คลอง เช่น คลองแสนแสบ ย่านบางกะปิ คลองเปรมประชากร บริเวณหลักสี่ คลองประเวศ ลาดกระบัง สวนหลวง ต้องดูอย่างใกล้ชิด ส่วนการระบายน้ำ ขณะนี้บางจุดเริ่มแห้งแล้ว เช่น พื้นที่เอกมัย แต่ที่น่าเป็นห่วงคือพื้นที่รอบนอก เช่น บางกะปิ อ่อนนุช รามคำแหง ซึ่งในพื้นที่ชุมชน หากจะให้แห้งสนิทเลยคงต้องใช้เวลา 2 สัปดาห์ แต่ถนนสายหลัก คิดว่า 2-3 วันคงดีขึ้น ดังนั้น หน่วยงานราชการควรเวิร์กฟรอมโฮม แม้ถนนจะสัญจรได้แล้ว แต่อาจจะมีบางส่วนที่น้ำท่วมขัง หากลดการออกจากบ้าน จะทำให้การจราจรบรรเทาลง ในส่วนของ กทม. ประกาศเวิร์กฟรอมโฮมสำหรับข้าราชการที่ไม่มีส่วนในการให้บริการประชาชน และโรงเรียนของ กทม. ที่มีอยู่กว่า 400 แห่ง ให้ปิดในวันที่ 28 ก.ย. 1 วันเตรียม 6 โรงเรียนเปิดศูนย์พักพิงด้านนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กระทรวงศึกษา ธิการ กล่าวว่า ขณะนี้สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพมหานคร เขต 1 เตรียมพร้อมโรงเรียน 6 แห่งสำหรับรองรับการจัดตั้งศูนย์พักพิงในพื้นที่ ได้แก่ โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบางขุนเทียน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ธนบุรี โรงเรียนสุวรรณารามวิทยาคม โรงเรียนชิโนรสวิทยาลัย โรงเรียนสวนอนันต์ และโรงเรียนทวีธาภิเศก ขณะเดียวกัน สพฐ.ได้จัดสรรงบประมาณให้ สพท.ที่ได้รับผลกระทบ เขตละ 350,000 บาท เพื่อซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารเรียนที่ได้รับความเสียหาย พร้อมเร่งฟื้นฟูสถานศึกษา ทั้งการทำความสะอาด ตรวจสอบระบบไฟฟ้า อาคาร และพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้โรงเรียนสามารถกลับมาเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัยโดยเร็ว รวมถึงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประสานการช่วยเหลือนักเรียน ครู บุคลากร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องพณ.ถกร้านค้าเร่งเติมของในส่วนการช่วยเหลือด้านอื่นๆนั้น วันเดียวกัน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่ประชาชนแห่ตุนสินค้าอุปโภคบริโภคจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ว่า วันนี้กรมได้เชิญผู้ประกอบการและผู้แทนจากทุกช่องทางการจำหน่ายสินค้าเข้าร่วมประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์การเปิดให้บริการ ปริมาณสินค้า การขนส่งและกระจายสินค้า พบว่าภาพรวมระบบการค้าปลีกและค้าส่งยังสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง ห้างโมเดิร์นเทรดยังสามารถเติมสินค้าเข้าสู่ระบบได้ตามปกติ ขณะที่ร้านสะดวกซื้อที่ได้รับผลกระทบ อาทิ บางกะปิ มีนบุรี และรังสิต อาจได้รับผลกระทบจากการเดินทางและการขนส่ง ทำให้การให้บริการในบางสาขาไม่เป็นไปตามปกติ ส่วนตลาดสดและตลาดกลางส่วนใหญ่ยังเปิดให้บริการตามปกติ และมีสินค้าจำหน่าย เพียงแต่ได้รับผลกระทบบางส่วนจากจำนวนพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนที่เดินทางเข้าตลาดลดลง เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์น้ำท่วมเฝ้าระวังฉวยโอกาสขึ้นราคาผักสด“กรมจะติดตามสถานการณ์การขนส่งและการเปิด-ปิดของแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเข้าไปสนับสนุนและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที สำหรับสถานการณ์ราคาสินค้าที่ต้องเฝ้าระวังในระยะนี้ ได้แก่ กลุ่มผักใบอ่อน อาทิ ผักชี ขึ้นฉ่าย และตั้งโอ๋ มีราคาปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ กะหล่ำปลี มะเขือเทศ และแตงกวา มีราคาลดลง โดยกรมจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านปริมาณผลผลิต สภาพอากาศ และการขนส่ง เพื่อประเมินผลกระทบต่อราคาสินค้าและการบริโภคของประชาชน” อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าว“เนื้อสัตว์–ผัก” ต้องไม่ขาดตลาดนายวิทยากรกล่าวด้วยว่า กรมจะดำเนินมาตรการช่วยเหลือ 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.ตลาดสดและตลาดกลาง จะช่วยเชื่อมโยงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นจากแหล่งผลิตเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และผักที่จำเป็น เพื่อให้ตลาดมีสินค้าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน พร้อมจัดส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และตรวจสอบราคาสินค้า เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาและเอาเปรียบผู้บริโภค และ 2.ทุกช่องทางการจำหน่าย ทั้งห้างโมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด ตลาดกลาง และห้างท้องถิ่น จะร่วมกันเป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนทราบถึงการเปิด-ปิดให้บริการของร้านและสาขาต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้สามารถวางแผนการเดินทางและเลือกซื้อสินค้าได้สะดวกมากขึ้น กรม จะประสานข้อมูลกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการกระจายสินค้าไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการ หากพื้นที่ใดที่สินค้ายังไม่เพียงพอ หรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรม แจ้งได้ที่สายด่วนกรม โทร.1569 เจ้าหน้าที่เร่งประสานและแก้ไขปัญหาทันทีขอนายจ้างยืดหยุ่นวันทำงานด้านกระทรวงแรงงาน เรือเอก สาโรจน์ คมคาย อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า กสร.ห่วงใยลูกจ้างและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมจึงขอความร่วมมือสถานประกอบการดูแลช่วยเหลือลูกจ้าง โดยเฉพาะผู้ที่บ้านพักได้รับผลกระทบจนไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้หรือเดินทางล่าช้า ขอให้นายจ้างอนุญาตให้หยุดงาน ไม่ถือเป็นวันลาหรือเป็นความผิดต่อข้อบังคับการทำงานพร้อมให้นายจ้างเตรียมแผนฉุกเฉินรับมือภัยธรรมชาติ ตรวจสอบระบบไฟฟ้าเครื่องจักร และอาคารสถานที่ ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงให้คณะกรรมการสวัสดิการฯ และฝ่ายความปลอดภัยร่วมกันดูแลลูกจ้างที่ประสบภัยอย่างเหมาะสม สามารถสอบถามข้อมูลและขอความช่วยเหลือด้านแรงงานได้ที่ สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506อาชีวะช่วยซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าขณะที่ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ขานรับ 5 มาตรการเร่งด่วนของ รมว.ศึกษาธิการ โดยระดมสำนักงานอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร สำนักงานอาชีวศึกษาจังหวัด (สอจ.) พระนครศรีอยุธยา สอจ.สมุทรปราการ สอจ.ปทุมธานี และจังหวัดใกล้เคียง เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ขณะนี้อาชีวะได้แจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม และดูแลประชาชนในเบื้องต้น พร้อมเตรียมกำลังอาชีวะ ครู นักเรียน นักศึกษา และบุคลากรสายช่าง จัดตั้งศูนย์อาชีวะอาสาและพร้อมลงพื้นที่ทันทีเมื่อสถาน การณ์คลี่คลายและน้ำลด เพื่อให้ความช่วยเหลือดูแลซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องยนต์ บ้านเรือน และสถานศึกษาในพื้นที่ได้รับผลกระทบ อาทิ แฟลตคลองจั่น เคหะร่มเกล้า และพื้นที่อื่นๆยันจ่ายเหยื่อไฟดูดคลองจั่น 2 ล้านบาทด้าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไฟดูดเหตุน้ำท่วมที่แฟลตคลองจั่นว่า มีการเยียวยาแน่นอน ถือว่าอยู่ในหลักเกณฑ์ เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาที่เคยจ่ายให้ผู้เสียชีวิตจำนวนเงิน 2 ล้านบาท โดยให้ทางกรุงเทพมหานครทำเรื่องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายกฯ ได้เร่งรัดให้หน่วยงานเร่งสำรวจความเสียหาย คาดว่างบการเยียวยางวดแรกจะชดเชยในส่วนผู้เสียชีวิตก่อนบขส.งดเดินรถบางเส้นทางวันเดียวกัน นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้รถโดยสารของ บขส.ยังคงให้บริการตามปกติทุกเส้นทาง รวมถึงสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ จำนวน 5 แห่งในพื้นที่กรุงเทพฯยังคงเปิดให้บริการตามปกติเช่นกัน ส่วนรถร่วมฯปัจจุบันได้แจ้งหยุดให้บริการชั่วคราว 6 เส้นทางในพื้นที่ภาคตะวันออก ดังนี้ 1.สาย 46 กรุงเทพฯ (เอกมัย)-ระยอง 2.สาย 9916 กรุงเทพฯ (เอกมัย)-กบินทร์บุรี-ตลาดโรงเกลือ 3.สาย 920 กรุงเทพฯ (จตุจักร)-องครักษ์-ปราจีนบุรี 4.สาย 921 กรุงเทพฯ (จตุจักร)-องครักษ์-ตลาดโรงเกลือ 5.สาย 9907 กรุงเทพฯ (จตุจักร)-จันทบุรี 6.สาย 9920 กรุงเทพฯ (จตุจักร)-บ้านสร้าง-ปราจีนบุรีขยายเวลาขึ้นทางด่วนฟรีนายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน ดังนั้น กทพ.จึงขยายระยะเวลาให้ใช้ทางพิเศษฟรีต่ออีก 2 วัน ไปอีกจนถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 29 ก.ย. ครอบคลุมทางพิเศษทั้ง 8 สายทาง ได้แก่ ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ระบบทางด่วนขั้นที่ 1) ทางพิเศษศรีรัช (ระบบทางด่วนขั้นที่ 2) ทางพิเศษฉลองรัช (สายรามอินทรา-อาจณรงค์ และวงแหวนรอบนอก) ทางพิเศษบูรพาวิถี (สายบางนา-ชลบุรี) ทางพิเศษอุดรรัถยา (สายบางปะอิน-ปากเกร็ด) ทางพิเศษสายบางนา-อาจณรงค์ (S1) ทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี-สุขสวัสดิ์) ทางพิเศษประจิมรัถยา (สายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร)คปภ.หารือแนวทางเยียวยาด้านนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 ก.ย. คปภ.เชิญบริษัทประกันวินาศภัยประชุมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีประเด็นสำคัญเบื้องต้น ได้แก่ 1.สำรวจข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายและจำนวนผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบ 2.การบูรณาการความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยในการจัดเตรียมรถยกและรถลากเข้าช่วยเหลือเพื่อเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและกีดขวางการจราจร โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กทม. เพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับการเคลื่อนย้ายรถยนต์ และ 3.กำหนดแนวทางและกรอบระยะเวลาในการพิจารณาและชำระค่าสินไหมทดแทน รวมถึงมาตรการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยเพื่อให้ได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม นอกจากนี้ จะพิจารณามาตรการผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัย สำหรับผู้เอาประกันภัยในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ตลอดจนพิจารณาผ่อนผันการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดาที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวแบงก์พาณิชย์พักหนี้น้ำท่วมขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ประกาศให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในกทม. และส่วนภูมิภาค ทั้งธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ในกลุ่มลูกค้าบุคคลและลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ SME สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ที่มีทั้งการพักชำระเงินต้น 3-6 เดือน พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ขยายระยะเวลาผ่อนชำระ รวมถึงการขอเงินกู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยสามารถแจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือและสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารที่เป็นลูกหนี้อยู่น้ำท่วม กทม.เสียหายหมื่นล้านวันเดียวกัน นายอัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยถึงผลกระทบของสถานการณ์น้ำท่วมใน 48 จังหวัดทั่วประเทศในระยะ 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 24-27 ก.ย.69 จากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ที่มีต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ปี 69 ตั้งแต่ร้อยละ 10-30 คิดเป็นมูลค่า 16,897-33,794 ล้านบาท หรือมีค่ากลางที่ 25,000 ล้านบาท โดย กทม.จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมากสุดที่ประมาณ 10,586 ล้านบาท ตามด้วย ภาคตะวันออกและภาคกลาง 5,521 ล้านบาท และ 4,402 ล้านบาทตามลำดับ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 3 ปี 69 ลดลงร้อยละ 0.55 เมื่อพิจารณาเป็นรายภูมิภาค พบว่า กรุงเทพฯ GDP ลดลงร้อยละ 0.23 ของ GDP ทั้ง 48 จังหวัดตามด้วย ภาคตะวันออก GDP ลดลงร้อยละ 0.12 ส่วนภาคอื่นๆลดลงเพียงเล็กน้อย ประมาณภาคละร้อยละ 0.04-0.1 เท่านั้น ส่วนกิจกรรมทางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ธุรกิจค้าส่งค้าปลีก ตามด้วยธุรกิจธนาคารและประกันภัย การบริหารราชาการ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23.4 ร้อยละ 14.9 และร้อยละ 10.3 ของ GDP 48 จังหวัด ตามลำดับ ขณะที่ภาพรวมของประเทศ กิจกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ อุตสาหกรรมการผลิต และเกษตรกรรมแห่ซื้อของสด—ไข่ไก่เกลี้ยงร้านสำหรับบรรยากาศการออกมาซื้อหาของกินของใช้ของคนใน กทม.และปริมณฑล ที่ประสบภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ 27 ก.ย.ตามร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เกต และห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่เขตหลักสี่ บางเขน ลาดพร้าว และบางกะปิ ยังคงเนืองแน่นต่อเนื่องอีกวัน ทำให้สินค้าอาหารปรุงสำเร็จ อาหารสด อาหารแห้ง น้ำดื่ม และไข่ไก่หมดลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่หาซื้ออาหารไม่ทันต้องขับรถลุยน้ำตระเวนออกไปหาซื้อของจำเป็นจากหลายร้าน ขณะที่ห้างโลตัส สาขาบางกะปิ ประชาชนจำนวนมากรอซื้อของตั้งแต่เช้า สินค้าหลายชนิดหมดลงอย่างรวดเร็ว และทางห้างไม่สามารถเติมสินค้าตามความต้องการได้ทัน เช่นเดียวกับที่ห้างแม็คโคร สาขา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี ตลอดทั้งวันมีประชาชนออกมาหาซื้ออาหารสด เนื้อสัตว์ ผัก และไข่ ไปกักตุนจำนวนมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านในซอยแจ้งวัฒนะ 10 เขตหลักสี่ กทม.คนหนึ่งเปิดเผยว่า อาหารปรุงสำเร็จและอาหารแห้ง รวมถึงไข่ไก่ หมดเร็วมาก หาซื้อไม่ได้เลย แต่จะให้ลุยน้ำออกไปตระเวนซื้อของก็ลำบาก ขณะที่พนักงานร้านสะดวกซื้อระบุว่าน้ำท่วมส่งผลให้รถขนส่งสินค้าไม่สามารถเข้ามาตามเส้นทางปกติได้ และยังประเมินไม่ได้ว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อใดลุยน้ำทุลักทุเลหาซื้อของกินส่วนที่ตลาดสดลาดพร้าว 123 เขตบางกะปิ ต่อเนื่องศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์บางกะปิ มีพ่อค้าแม่ค้าหลายคนลุยน้ำมาตั้งแผงขายเนื้อสัตว์ ผัก และเครื่องเทศสำหรับปรุงอาหาร ด้วยการใช้โฟมลอยน้ำ หรือกล่องพลาสติกแทน เพื่อไม่ให้วัตถุดิบจมน้ำเสียหาย บางรายปูเสื่อแบไปกับทางเดินหน้าห้าง บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในย่านแฟลตคลองจั่นและใกล้เคียงต่างเดินลุยน้ำ พร้อมนำกะละมัง หรือลังพลาสติก หรือลังโฟมมาใช้ใส่วัตถุดิบ บ้างพายเรือออกมา เพื่อจับจ่ายซื้อสิ่งของจำเป็น และวัตถุดิบอาหารนำไปกักตุนไว้ในที่พักสำหรับใช้ปรุงอาหารรับประทาน เพราะหวั่นระดับน้ำลดลงช้า เสี่ยงฝนตกซ้ำ จนอาจไม่สามารถออกมาซื้อได้อย่างสะดวก“อนุทิน” ลงเรือแจกของแฟลตคลองจั่น ต่อมาเวลา 18.00 น. แฟลตการเคหะคลองจั่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงพื้นที่ นำเรืออาสาสมัครกู้ภัย 3 ลำ พร้อมนำอาหารและน้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อไปแจกจ่ายให้กับประชาชน ผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบ และติดค้างอยู่บริเวณแฟลตการเคหะคลองจั่น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน สำหรับบรรยากาศสถานการณ์น้ำท่วม บริเวณแฟลตการเคหะคลองจั่น ยังพบว่าระดับน้ำยังคงสูงกว่า 1 เมตร และยังมีรถยนต์ของประชาชนที่จอดอยู่บริเวณภายใต้อาคาร ได้รับความเสียหายจมอยู่ในน้ำมิดหลังคาจำนวนหลายคันด้วยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่