หาคะแนนคนทุกข์ ก็ไม่แปลกที่นายกรัฐมนตรีรีบบินกลับจากต่างประเทศ ด้านหนึ่งเหมือนเป็นห่วงเป็นใยประชาชน แต่อีกด้านหนึ่งก็หาคะแนนนิยมในภาวะน้ำท่วมได้อย่างนี้แหละนักการเมืองไทยเอาทุกท่า!ฝนหายจากฟ้ากรุงเทพมหานครแต่ไหลไปจังหวัดภูมิภาคตะวันตกรับทอดกันไป คนเมืองหลวงที่ประสบภัยก็สบายขึ้นเพราะเป็นสถานการณ์ระยะสั้นๆต่างจากพื้นที่ต่างจังหวัดบางแห่งที่เจอหนักเจอนานถือเป็นภาวะจำยอมที่ไม่สามารถแก้ไขด้วยตัวเองได้ต้องพึ่งพาอาศัยรัฐที่มีเครื่องไม้เครื่องมือและคนสนับสนุนช่วยเหลือน้ำท่วมประเทศไทยกลายเป็นปัญหาประจำปีพูดง่ายๆว่าหนึ่งปีมีหนึ่งครั้งอยู่ที่ว่าหนัก-เบาต่างกันจริงอยู่ฝนตกน้ำท่วมเป็นเรื่องของธรรมชาติที่มิห้ามได้แต่ที่ทำได้ก็คือทำอย่างไรให้เดือดร้อนน้อยที่สุดไม่เดือดร้อนเลยยิ่งดีสถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมวันนี้กลายเป็นเรื่องปกติ อยู่ที่ว่าพื้นที่ไหนจะหนักจะเบาก็เป็นเรื่องของบุญเก่าเพราะรัฐบาลไม่ได้หาวิธีแก้ไขอย่างเป็นระบบปีไหนเจอหนักก็ประกาศว่าจะแก้อย่างนั้นอย่างนี้ แต่พอน้ำลดก็ไม่ได้ทำอะไรกันเลย ดังนั้นอย่าได้ไปหวังจากรัฐบาลมากนักยิ่งวันนี้มีเรื่องที่รัฐจะต้องลงทุนอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง ขนาดกู้ 4 แสนล้านบาทก็ต้องนำไปใช้เพื่อเยียวยาจากปัญหาตะวันออกกลางอีกก้อนก็ต้องไปจัดการเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงานงบประมาณที่จะนำไปลงทุนหรือแก้ปัญหาสำคัญจึงไม่มีเพราะการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมนั้น ด้วยการวางระบบใหม่จะต้องใช้เงินจำนวนมากและต้องเจอปัญหาต่างๆมากมายโดยเฉพาะความเห็นต่างในเรื่องพื้นที่เพราะจะสร้างเขื่อน สร้างเส้นทางน้ำใหม่ก็ติดขัดที่ต้องใช้พื้นที่ของประชาชนหรือแหล่งทรัพยากรธรรมชาติกว่าจะตกลงกันได้ก็แทบลืมไปเลยนักการเมืองก็ไม่อยากไปยุ่งเพราะเสียคะแนนนิยมขัดแย้งกับชาวบ้านสู้อยู่เฉยๆดีกว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติด้วยเหตุผลต่างๆเหล่านี้ทำให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบจึงไม่เกิดก็เลยต้องเป็นแบบแก้ไขตามปัญหา ที่ไหนท่วมมากก็ระดมคนเครื่องมือไปช่วยแล้วก็จ่ายค่าเยียวยาได้คะแนนนิยมเป็นปีๆไปดังนั้นพื้นที่ไหนเจอน้ำท่วมหนักก็ถือว่าซวยไปปีนี้คนกรุงเทพฯเจอเข้าไปก็ลุ้นกันว่าจะเป็นเหมือนปี 2554 หรือไม่โชคดีแค่ฝนตกมากหน่อย2-3 วันก็จบเป็นโชคดีของชาวบ้านและรัฐบาลที่ (เอาอยู่) ได้!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม