ออกความเห็นในฐานะรองจเรตำรวจแห่งชาติด้วยความเป็นห่วงพล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ เสนอมุมมอง “1212 ต้องไม่เป็นเสือกระดาษ—หัวหน้าต้องรู้จักคน รู้จักงาน และกล้าตรวจ” เนื่องจากมีข่าวข้าราชการตำรวจบางนาย เข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ทั้งความผิดวินัยร้ายแรง คดีอาญา รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์และการซื้อขายตำแหน่งอยากให้ “หัวหน้าหน่วย” โดยเฉพาะ ผกก. และหัวหน้าหน่วยระดับปฏิบัติการกลับมาถามตัวเองอีกคำถามหนึ่งว่า ก่อนที่ลูกน้องจะเดินไปถึงจุดนั้น เราได้ ทำหน้าที่ของ “หัวหน้า” อย่างเต็มที่แล้วหรือยังคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 วางแนวทางให้ผู้บังคับ บัญชากำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ต้องรู้ว่า ลูกน้องของเราทำงานอย่างไร มีปัญหาอะไร มีพฤติการณ์หรือสัญญาณเตือนที่อาจนำไปสู่การกระทำผิดวินัยหรือกฎหมายหรือไม่“รู้จักคนอย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่าเขาทำงานอย่างไร” พล.ต.ท.ไตรรงค์บอก และระบุหัวหน้าหน่วยต้องลงไปตรวจและตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานจริง ไม่ใช่อาศัยเฉพาะรายงาน “บนโต๊ะ” และในงาน หรือจุดที่มีความเสี่ยง และการตรวจไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าย่อมเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราเห็นสภาพการปฏิบัติงานตามความเป็นจริง “เห็นข้อบกพร่อง” และสามารถป้องกันหรือระงับยับยั้งปัญหาได้ก่อนที่จะลุกลามการตรวจเช่นนี้ ไม่ใช่การจับผิดลูกน้อง แต่เป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา เป็นการป้องกันทั้งลูกน้อง ประชาชน และองค์กรถ้าพบความผิดปกติ ต้องกล้าถาม ถ้าพบข้อบกพร่อง ต้องรีบแก้ ถ้าพบสัญญาณว่าจะเกิดความผิด ต้องรีบระงับ ยับยั้ง และหากพบการกระทำผิดแล้ว ก็ต้องดำเนินการ อย่างตรงไปตรงมา ไม่ปกป้อง ไม่ละเว้น“ผมเชื่อมาตลอดว่า หน้าที่ของหัวหน้าไม่ใช่รอ ให้ลูกน้องทำผิดแล้วค่อยลงโทษ แต่ต้องทำทุกอย่างตามอำนาจหน้าที่ เพื่อไม่ให้ลูกน้องเดินไปถึงวันที่เราจำเป็นต้องลงโทษเขา”ไม่ควรหยุดอยู่เพียงว่า “ใครเป็นคนทำผิด” แต่ต้องย้อนกลับมาดูด้วยว่า “ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นได้ทำหน้าที่กำกับ ดูแล ตรวจตรา และป้องกันอย่างจริงจังแล้วหรือยัง”คำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 ใช้มานานกว่า 30 ปีแล้ว พล.ต.ท.ไตรรงค์อยากเห็นเป็น “ระบบป้องกัน”มากกว่าเครื่องมือหาคนผิด."สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม