“อนุทิน” ถกทีมไทยแลนด์ สยบลือญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ก่อนบินต่อนิวยอร์กประชุมใหญ่ สหประชาชาติ “นันทนา” คาใจ กกต.ทำงานตามธงใคร ฉะมาตรฐานสุดมั่ว “นิพิฏฐ์” ลุยล้างบาง “แก๊งน้ำเงิน” ยึดสภาสูงล้มล้างการปกครองฯ มติวุฒิสภารับรองรายงาน กมธ. ยกเครื่องจัดเลือกตั้ง-ปฏิรูป กกต.ครั้งใหญ่ ส่ง ครม.ดำเนินการต่อ เสนอแก้ รธน.กลับมาใช้ระบบผู้สมัคร-พรรคเบอร์เดียวกัน ให้ประชาชน 5 หมื่นคนเข้าชื่อถอดถอน กกต.ได้ รื้อโครงสร้างสรรหาต้องยึดโยงประชาชน “กลุ่มพันธุ์ใหม่” ยุริบอำนาจเหลือแค่จัดเลือกตั้ง เย้ยชอบแจกแต่ใบน้ำเงิน สว.สีน้ำเงินกางปีกป้อง อย่าทำกฎหมู่เหนือกฎหมาย ซัดพวกปลุกม็อบรอไม่เป็น “การดี” ชง สตง.สอบ TH-AI Passport สัญญาจ้างมีปัญหาส่อโมฆะ “โรม” แซะนายกฯเปิดชื่อ-เปิดพฤติกรรม “ที่ปรึกษาบนหัว” “รุทธพล” ขู่ออกหมายจับ สส.ส้มที่ประชุมวุฒิสภามีมติรับรองรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ที่เสนอให้ยกเครื่องการจัดการเลือกตั้ง และปฏิรูป กกต.ครั้งใหญ่ ส่งต่อให้ ครม.ไปดำเนินการต่อ“อนุทิน” สยบลือญี่ปุ่นย้ายฐานผลิตเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 ก.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง) ที่โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนด้านการต่างประเทศ รวมถึงทิศทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการบูรณาการทำงานร่วมกันของทีมประเทศไทย มีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว กงสุลใหญ่ไทย ณ นครโอซากา และนครฟุกุโอกะ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายอนุทินกล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นถือเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แม้การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยอาจไม่ได้มีมูลค่ามหาศาลเหมือนอดีต แต่ควรมองภาพรวมของการเปลี่ยนแปลง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ กำลังเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV มีกระแสข่าวว่าญี่ปุ่นอาจย้ายฐานการผลิตออกจากไทยทั้งหมดนั้น จากการหารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยก่อนหน้านี้ ได้ปฏิเสธข่าวดังกล่าวฟุ้งลุยธุรกิจสีเทา-เถื่อนไม่มีซูเอี๋ยนายอนุทินกล่าวว่า สำหรับการปราบปรามสแกมเมอร์ 3 เดือนของรัฐบาลก่อนหน้า รวม 7 เดือน ของรัฐบาลชุดนี้ ยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ ไปกว่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รัฐบาลดำเนินการปราบปรามจริงจัง รวมทั้งป้องกันธุรกรรมการเงินผิดกฎหมาย ทำให้ขณะนี้ทำได้ยากมาก ทำให้ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความน่าเชื่อถือในเรื่องของการปราบปรามสแกมเมอร์ เรื่องยาเสพติด รัฐบาลดำเนินการปราบปรามเต็มที่ เหลือเพียงเข้าไปปราบปรามโรงงานผลิตเท่านั้น แต่เริ่มพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านด้านฝั่งตะวันตกชัดเจนแล้วว่า คงปล่อยไปไม่ได้ พูดได้เลยว่ารัฐบาลนี้ไม่มีใครหากินกับเรื่องพวกนี้เด็ดขาด ไม่มีรัฐมนตรีคนไหนไปมีความสัมพันธ์กับธุรกิจเทา ธุรกิจเถื่อนบินต่อนิวยอร์กประชุมใหญ่ยูเอ็นต่อมาเวลา 14.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่าหลังเสร็จสิ้นภารกิจที่กรุงโตเกียว นายอนุทินออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว (ฮาเนดะ) มุ่งสู่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 20-27 ก.ย. โดยมีกำหนดเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ.เคนเนดี (JFK) ในเวลา 15.05 น.ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ช้ากว่าไทย 11 ชั่วโมง จากนั้นนายอนุทินจะรับฟังบรรยายสรุปกำหนดการเข้าร่วมการประชุม UNGA81 และวันที่ 22 ก.ย. นายอนุทินมีกำหนดเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม UNGA81 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ“นันทนา” ฉะมาตรฐาน กกต.สุดมั่วน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยมติการไต่สวนคดีฮั้ว สว. ที่มีรายชื่อ สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่อยู่ในบางสำนวน แต่ กกต.มีมติยกคำร้องว่า ไม่ทราบมาก่อนมีประเด็นถูกยื่นร้อง รู้สึกงงเกิดอะไรขึ้น ให้นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. กลุ่มพันธุ์ใหม่ ไปยื่นสอบถามต่อ กกต.เกิดอะไรขึ้น หากตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาควรมีเอกสารแจ้งและเชิญไปให้ปากคำ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีปรากฏ กกต.อย่าทำงานมั่ว แม้คำร้องถูกยกไป แต่เป็นคำร้องไม่มีที่มาที่ไป ในคำร้องไม่มีรายละเอียดชัดเจนว่าทำอะไรที่ไหน พฤติกรรมเป็นอย่างไร ต้องถามถึงมาตรฐานการทำงาน หากบอกเป็นการจัดเลี้ยงที่ห้องจูปิเตอร์ ยืนยันไม่มีการจัดเลี้ยง แม้กระทั่งเลี้ยงน้ำ วันดังกล่าวมี กกต. สื่อมวลชนร่วมสังเกตการณ์ด้วย เหตุการณ์ที่ห้องจูปิเตอร์ไม่เคยมีการแจ้งข้อกล่าวหา ตั้งข้อสังเกต ว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นหลังนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.กลุ่มสีน้ำเงิน ออกมาพูด ทำให้สงสัย การทำงานของ กกต.ว่าตรวจสอบตามหลักฐาน หรือตามธงของใคร ทำงานมั่วมากไม่มีมาตรฐานบี้ กกต.เปิดเผยสำนวนฮั้วทุกคดีน.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว.กลุ่มอิสระ กล่าวว่า ไม่ทราบถึงข้อกล่าวหาที่ กกต.มีมติยกคำร้อง เพราะไม่เคยถูกเรียกไปชี้แจง คาดว่าเพราะมีผู้สมัคร สว. กลุ่ม 13 วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การพัฒนานวัตกรรม ยื่นร้องขาดคุณสมบัติ แต่ตนไม่มีปัญหา ไม่ทราบว่ากล่าวหาเรื่องอะไร กรณีห้องจูปิเตอร์ก็ไม่ได้ไป แต่ไม่ติดใจเพราะ กกต.มีมติเอกฉันท์ยกคำร้องไปแล้ว แต่ให้ดี กกต.ควรเปิดเผยรายละเอียดคดีฮั้วทุกคดี หากผลการไต่สวนมีมูล ยินดีขึ้นศาล เคลียร์ให้จบ ขณะนี้ สว.ทุกคนถูกสังคมเหมารวมมีพฤติกรรมฮั้วเหมือนกันหมด หาก กกต.ทำคดีและศาลตัดสินเร็วจะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานทุกฝ่าย“นิพิฏฐ์” ยินดีให้คำแนะนำข้อ ก.ม.ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต รมว.วัฒนธรรม ที่ปรึกษาคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศสนับสนุนทางคดีการกระทำผิด พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว.มาตรา 77 ป.วิอาญามาตรา 157 พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 172 และจะดำเนินการทางกฎหมายกับ กกต.ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.มาตรา 69 นาย นิพิฏฐ์ระบุว่า ยินดีร่วมมือกับทุกฝ่าย ขอบคุณนายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ที่ช่วยเหลือผู้สมัคร สว. (บางราย) ที่ขอความช่วยเหลือจากฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัคร สว.ที่ทำเอง ยื่นเอง ศาลฎีกาฯรับเรื่องไว้พิจารณาแล้ว บางรายที่ผ่านฝ่ายกฎหมายของพรรคยังรอแก้ไขรายละเอียดในคำร้องอีกเล็กน้อย ส่วนจะมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกากี่ราย ไม่ทราบได้ เพราะต่างคนต่างยื่น บางรายส่งคำร้องมาให้ดู ก็เพียงแต่ดูให้ไม่ได้แก้ไขอะไรเพราะเวลากระชั้นมาก กระบวนการพิจารณา ระบบไต่สวน ศาลท่านให้แก้ไขข้อผิดพลาดได้ล้างบาง “แก๊งน้ำเงิน” ยึดสภาสูงนายนิพิฏฐ์ระบุอีกว่า “บอกตรงๆตั้งใจทำ 2 เรื่อง คือ 1.การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ กกต. (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157) และ 2.การที่พรรคการเมืองได้มาซึ่งอำนาจการปกครองโดยมิชอบ อันเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันจะนำไปสู่การยุบพรรค อย่าโกรธกันเลยหากพิสูจน์ได้ว่า พรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการ “ฮั้ว” จริง เป็นการกระทำที่เลวร้ายเกินจะกล่าว ไม่ว่าการกระทำนี้จะเป็นการกระทำของคนนุ่งกางเกงขาสั้น, ขายาว หรือเสื้อแขนสั้น, แขนยาว นับว่าเลวร้ายมาก ใครรับการกระทำนี้ได้คุณอยู่คนละข้างกับผม ยินดีร่วมมือกับทุกคน ทุกพรรค ทุกสี ทุกฝ่าย เพื่อล้มล้างความเลวร้ายนี้ เรื่องนี้ผมชัดและทำโดยไม่โกรธ ไม่เกลียดใครเป็นการส่วนตัวเลย เพราะคิดว่านี่คือหลักการของบ้านเมือง”สว.ชงรายงานยกเครื่องจัด ลต.เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมวุฒิสภา พิจารณารายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม ตามที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค พิจารณาเสร็จแล้ว มีสาระสำคัญคือการเสนอแก้ไขกฎหมาย 3 ฉบับ เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 1.ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ อาทิ ให้ผู้สมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ใช้หมายเลขเดียวกับหมายเลขประจำพรรคทั่วประเทศ ลดความสับสนของผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง การให้ประชาชน 5 หมื่นคนเข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา ให้รัฐสภาลงมติถอดถอน กกต.ได้ ใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของที่ประชุมรัฐสภา 2.แก้ไขร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. อาทิ ลดเกณฑ์อายุ กกต.ขั้นต่ำจาก 35-70 ปี การปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการสรรหาของ กกต. ให้ยึดโยงกับประชาชน 3.ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. อาทิ กำหนดให้ กกต.ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครให้แล้วเสร็จและรายงานกลับภายใน 3 วัน การยกเว้นการกระทำที่เป็นประโยชน์สาธารณะ ให้หน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดยานพาหนะรับส่งคนพิการ ผู้สูงอายุไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างเป็นธรรม ข้อเสนอเหล่านี้ช่วยสร้างระบบนิเวศทางประชาธิปไตยใหม่ แก้ไขตั้งแต่โครงสร้างองค์กร การจัดการบริหาร การคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างเท่าเทียม“พันธุ์ใหม่” ยุริบอำนาจ-ถอดถอนในการอภิปราย สว.หลายคน โดยเฉพาะกลุ่มพันธุ์ใหม่ อภิปรายสนับสนุนให้ริบอำนาจ กกต. มีหน้าที่แค่จัดการเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่ให้มีอำนาจวินิจฉัยแจกใบเหลือง ใบแดง และสั่งจัดการเลือกตั้งใหม่ รวมถึงให้ประชาชน 5 หมื่นคนเข้าชื่อถอดถอน กกต.ได้ นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ กล่าวว่า การให้ กกต.เป็นทั้งผู้จัดการเลือกตั้งและมีอำนาจสืบสวน ไต่สวน วินิจฉัย สั่งนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ ทำให้เกิดคำถามความขัดกันของบทบาท ควรแยกอำนาจจัดการเลือกตั้งออกจากการตรวจสอบการเลือกตั้ง ป้องกันการตรวจสอบตัวเอง ล่าสุด กกต.พิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว. มีผู้ถูกร้อง 427 ราย แต่มีมติยื่นคำร้องต่อศาล 77 ราย เป็น สว. 26 ราย จึงขอเสนอชำแหละโครงสร้าง กกต. และประกอบใหม่ คนจัดเกมไม่ควรเป็นคนเดียวกับคนตัดสินเกม กกต.มี 7 คน แต่มีอำนาจตามกฎหมายสูงต่อกระบวนการเมือง ทั้งสืบสวน ไต่สวน สั่งนับใหม่ เลือกตั้งใหม่ ยิ่งอำนาจมากความรับผิดชอบต่อประชาชน ต้องมากด้วย ควรฟื้นกลไกประชาชน 5 หมื่นคนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระได้เย้ย กกต.ชอบแจกใบน้ำเงินฉลุยน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.กลุ่มพันธุ์ใหม่ อภิปรายเสนอแนะการบริหารจัดการเลือกตั้ง ควรแยกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายจัดการ กับฝ่ายตรวจสอบ กกต.ควรทำหน้าที่บริหารจัดการเลือกตั้งเท่านั้น และให้ศาลเป็นฝ่ายตรวจสอบ ให้ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ เพราะ กกต.ไม่ค่อยแจก แจกแต่ใบน้ำเงินให้ผ่านฉลุย ที่มา กกต. ต้องยึดโยงประชาชน ไม่ใช่ให้ สว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเป็นผู้เลือก คือความอัปลักษณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องแก้ไขด่วน เขียนที่มา สว.แบบวิปริต สุ่มเสี่ยงประชาชนถูกกินรวบอำนาจโดยพรรคที่ควบคุมองค์กรอิสระได้ และควรให้ สส.เป็นผู้เลือกองค์กรอิสระ ที่มา กกต.ควรหลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะข้าราชการ เพราะองค์กรอิสระแทบกลายเป็นบ้านพักข้าราชการชราหลังเกษียณอายุ และควรลดอายุผู้สมัคร กกต. เริ่มต้นที่ 35 ปี ที่สำคัญต้องมีบทลงโทษผู้ดำรง ตำแหน่งที่ไม่สุจริต ให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนได้ การรายงานผลเลือกตั้งต้องรวดเร็ว โปร่งใส รวมถึง การสื่อสารจัดการเลือกตั้งกับประชาชน นอกจาก กกต.ไม่ทำแล้ว ยังกีดกันผู้มาช่วยรณรงค์ เช่น ไอลอว์ ก็ไป ฟ้องเขา หวังว่าจะปรับปรุงเพื่อให้การเลือกตั้งไทยเป็นสากล เรียกได้เต็มปากว่า Free and fair electionสว.น้ำเงินซัดพวกปลุกม็อบรอไม่เป็นนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. กลุ่มสีน้ำเงิน อภิปรายตั้งข้อสังเกตต่อ พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.มาตรา 49 กรณีหน่วยงานรัฐได้รับเรื่องความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เมื่อ กกต.เห็นสมควรดำเนินการเอง หน่วยงานรัฐต้องส่งเรื่องให้ กกต.ใน 7 วัน โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถามว่าการที่ดีเอสไอสังกัดกระทรวงยุติธรรม นำเอาหน่วยงานที่พรรคการเมืองเป็นรัฐมนตรีมาตรวจสอบการเลือกตั้ง เป็นธรรมแล้วใช่หรือไม่ แบบนี้เรียกว่ามาตรฐานใช่หรือไม่ เมื่อ กกต.มีคำวินิจฉัยแล้วควรเคารพกฎหมาย อย่าใช้วิธีเดิมๆ เบื่อมากกับการชวนคนลงถนน แล้วปฏิวัติรัฐประหาร เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ตั้งแต่ปี 2550 ปี 2570 จะเอาอีกใช่หรือไม่ เหตุที่ประเทศไทยเขียนรัฐธรรมนูญหลายฉบับเพราะรอไม่เป็น รอให้คนอื่นบริหารให้เสร็จสิ้น แล้วใช้กระบวนการทางรัฐสภา รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่ดี แต่จะสมบูรณ์มากๆหากนำมาตรา 49 มาพิจารณาด้วยมีมติรับรองรายงานส่งต่อ ครม.พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว.กลุ่มสีน้ำเงิน อภิปรายว่า กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย จะเลี่ยงบาลีไม่ได้ อย่าทำกฎหมายเป็นกฎหมู่ คนมีความรู้สูงต้องมีความคิดจิตใจสูง ซื่อสัตย์สุจริต เนื้อหาในรายงานที่เสนอว่าต้องแก้กฎหมาย กกต. กฎหมายเลือกตั้ง สส. ต้องไปเริ่มที่สภาผู้แทนราษฎร ต้องคำนึงถึงสิทธิหน้าที่เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ อย่าละเมิดสิทธิบุคคลอื่น ส่วนเสียงวิจารณ์ กกต.เรื่องการตรวจสอบคดีฮั้ว สว.นั้น กกต.เป็นองค์กรอิสระ มาจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายสาขา มีอำนาจตามกฎหมาย แต่ผู้ที่ออกมาวิจารณ์อย่างหนักหน่วงเพราะผลออกมาไม่ถูกใจ เสียงข้างมากในสำนวนกลายเป็นความไม่ถูกต้อง ส่วนเสียงข้างน้อยพบว่าสังคมชี้นำให้เกิดความไม่เป็นกลางทั้งนี้หลังจาก สว.อภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมเห็นชอบรายงานดังกล่าว และมีมติให้ส่งรายงานไปยัง ครม.เพื่อดำเนินการต่อไป“ศรีสุวรรณ” จี้เอาผิด 3 พยานกลับคำที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องถึง กกต. ขอให้ดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อมีมติเพิกถอนการกันบุคคลไว้เป็นพยาน และให้การกันบุคคลไว้เป็นพยานสิ้นสุดลง คดีฮั้ว สว. และเร่งดำเนินคดีอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 175, 177 กับ 3 พยานที่กลับคำให้การในกรณีดังกล่าวโดยเร็ว หาก กกต.เพิกเฉย อาจถือได้ว่ากระทำความผิดอาญาเสียเอง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต.มาตรา 69 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า กรรมการ กกต.ที่กระทำการหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี รวมทั้งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช.มาตรา 172 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 อันเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตได้สอย “ธนกร ถาวรชินโชติ” พ้น สว.ช่วงเย็น สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารมติที่ประชุมว่า กกต.มีมติเอกฉันท์ให้ส่งสำนวนคดีนายธนกร ถาวรชินโชติ ผู้ได้รับเลือกเป็น สว. กลุ่มที่ 6 ลำดับที่ 7 ถูกกล่าวหาว่าสมัครรับเลือกเป็น สว. โดยรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ เพราะเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดศาลจังหวัดพัทยา ในคดีหมายเลขดำที่ 10664/2554 คดีหมายเลข แดงที่ 10706/2554 ลงวันที่ 17 ธ.ค.2554 ในความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ตาม พ.ร.บ.การพนัน อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 74 ประกอบมาตรา 14 (12) ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามมาตรา 63 พร้อมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายธนกร ตามมาตรา 62 รวมทั้งดำเนินคดีอาญา และขอให้ศาลมีคำสั่งให้นายธนกรคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นตามที่ได้รับมาเนื่องจากดำรงตำแหน่งดังกล่าว ให้แก่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ตามมาตรา 74 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137“การดี” ชง สตง.สอบ TH–AI Passportที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นหนังสือถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและความโปร่งใสในโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทยหรือ TH-AI Passport ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,621 ล้านบาท นางการดีกล่าวว่า งบประมาณแผ่นดินทุกบาทต้องถูกใช้คุ้มค่า โปร่งใส และสร้างอนาคตประเทศได้แท้จริง จากการติดตามตรวจสอบร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี พบความเสี่ยงสำคัญเร่งด่วนที่จำเป็นต้องให้ สตง.เข้ามาตรวจสอบก่อนจะมีการตรวจรับและเบิกจ่ายงบประมาณ คือ ในสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม ได้เปลี่ยนรูปแบบมาจ่ายตามจำนวนผู้ใช้งานจริง หรือ “Pay per Active User” (ผู้ใช้งานระดับสร้างสรรค์สิ่งใหม่) แต่เมื่อเข้าไปวิเคราะห์ในรายละเอียดของ TOR และสัญญาที่ทำขึ้นใหม่ กลับไม่พบหลักเกณฑ์การคำนวณที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรสัญญาจ้างมีปัญหาส่อเป็นโมฆะนางการดีกล่าวว่า พรรคขอให้ สตง.ใช้อำนาจตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินมาตรา 45 มีหนังสือแจ้งเตือนภัยไปยังกระทรวงดีอี ให้ชะลอการตรวจรับงานและเบิกจ่ายงบประมาณในงวดถัดไปไว้ก่อน ป้องกันความเสียหายต่อเงินแผ่นดินที่ มิอาจเรียกคืนได้ ทั้งนี้ ไม่มีเจตนาขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ แต่ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อปกป้องเงินภาษีของประชาชน และส่งเสริมให้โครงการขนาดใหญ่ของรัฐเติบโตไปพร้อมหลักธรรมาภิบาล ให้คนไทยได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี AI อย่างโปร่งใส คุ้มค่า และยั่งยืนอย่างแท้จริง สิ่งที่เรากังวลมากคือการเปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจโดยไม่มีเกณฑ์ในสัญญาที่รัดกุม เริ่มเห็นข้อสังเกตเรื่องการ “ปั๊มยอดใช้งาน” เข้ามาในระบบจำนวนมาก หากไม่มีกลไกตรวจสอบที่เป็นอิสระ เงินภาษีประชาชนอาจต้องจ่ายไปโดยไม่สะท้อนการยกระดับทักษะที่แท้จริง ยังมีประเด็นหัวใจสำคัญ คือการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขว่าด้วยข้อตกลงคุณธรรมตามทีโออาร์ กำหนดไว้ ที่เปิดให้มีตัวแทนภาคประชาชนหรือบุคคลภายนอกเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ ตั้งแต่ขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างไปจนถึงการตรวจรับงาน แต่โครงการนี้กลับไม่มีกระบวนการดังกล่าว ถือเป็นเงื่อนไขบังคับที่ผู้ยื่นข้อเสนอต้องปฏิบัติ จึงเกิดคำถามสำคัญทางกฎหมายว่า การประกาศผู้ชนะและลงนามสัญญาโดยขาดคุณสมบัติตามทีโออาร์ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และเข้าข่ายทำให้สัญญาจ้างนี้มีปัญหาจนถึงขั้นเป็นโมฆะหรือไม่ เป็นเรื่องใหญ่ที่สตง.ต้องชี้ขาด“กรณ์” ตอกรองโฆษก รบ.ตีมึนดีเซลนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาปัดข้อเสนอให้โยกงบประมาณโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 40/60” เพิ่มต่ออีก 2 เดือน นำไปอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ลดต้นทุนการผลิต ว่า ที่ทางรัฐบาลระบุว่าเป็นการช่วยแค่คนมีรถ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดีเซลเป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ รถบรรทุกที่ขนผักขนหมูเข้าตลาด รถเมล์ รถสองแถว รถตู้ เรือประมง รถไถ รถเกี่ยวข้าว ล้วนใช้ดีเซล กลับกันไทยช่วยไทยพลัสช่วยเฉพาะคนที่อยู่ในโครงการ ร้านค้าและผู้ประกอบการไม่ได้มีต้นทุนลดลงเลย พอเงินหมดของยังแพงเท่าเดิม การลดภาษีน้ำมันคือการลดต้นทุนให้ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เติมเงินให้บางกลุ่ม เพราะช่วยทุกคน ไม่เพิ่มหนี้ และแก้ที่ต้นเหตุกระทุ้ง “หนู” เปิดชื่อที่ปรึกษาบนหัววันเดียวกัน นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ภาพข่าวพร้อมข้อความลงเฟซบุ๊กระบุว่า “คดีโกงสอบท้องถิ่น วอนนายกฯ เปิดชื่อ เปิดพฤติกรรมที่ปรึกษาบนหัว” ใกล้วันที่ 30 ก.ย.ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ขีดเส้นตายสรุปจบกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น เห็นนายอนุทินออกท่าทีขึงขังไม่เว้นวัน ลั่นวาจาจะดำเนินการเต็มที่ไม่เกรงใจใคร เพราะเหมือนมาโกงบนหัวตัวเอง พร้อมกับย้ำคำคม “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” เสมอ แต่ไม่รู้ทำไมพอเป็นชื่อของ “ทองเจือ ชาติกิจเจริญ” อดีตที่ปรึกษา รมว.มหาดไทย ปัจจุบันยังเป็นทีมทำงานนายกฯ ที่ถูกระบุเข้าไปมีส่วนยุ่งเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่จัดสอบ ท่าทีนายอนุทินดูแปลกๆไป ให้ทีมงานตรวจสอบอ้างว่าไม่พบการกระทำผิด แต่พอ ผบ.ตร.ส่งข้อมูลกลับมาให้ นักข่าวไปถามขอข้อมูล กลับบอกว่ายังเปิดให้ไม่ได้ รอให้ถึงเวลาก่อน (เมื่อไรไม่รู้) ถึงจุดนี้ไม่ต้องมาปิดชื่อถือพฤติกรรมอะไรกันแล้ว ช่วยเปิดทั้งชื่อและพฤติกรรมทั้งหมดของที่ปรึกษาบนหัวท่านออกมาตอนนี้เลยดีกว่า ว่าตกลงแล้วบริสุทธิ์ปราศจากมลทินจริงหรือไม่ ไม่เห็นต้องเกรงใจใครเลย“รุทธพล” ขู่ออกหมายจับ สส.ส้มพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีดีเอสไอออกหมายเรียกนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ในฐานะพยานการถือครองอสังหาริมทรัพย์ และการใช้คนไทยเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติ หลังเลื่อนให้ปากคำต่อดีเอสไอหลายครั้งว่า วันที่ 28 ก.ย.นี้จะออกหมายเรียกอีกครั้ง คาดว่านายสมชาติจะมา แต่ถ้าไม่มาดีเอสไอส่งไป 3 รอบแล้วต้องดำเนินการตามระเบียบ เมื่อถามย้ำว่าหากยังไม่มาจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ต้องไปแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง ตาม พ.ร.บ.กรมสอบสวนคดีพิเศษ มาตรา 24 เมื่อถามย้ำว่าออกหมายจับได้เลยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า หากไม่มาต้องดำเนินการไปตามนั้นคกก.สันติสุขนิรโทษกรรมใน 180 วันช่วงบ่ายที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายก รัฐมนตรี แถลงหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขนัดแรกว่า เป็นก้าวแรกหลัง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขมีผลบังคับใช้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งพนักงานสอบสวน อัยการ ศาลและเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดี กรมราชทัณฑ์และสถานพินิจต่างๆ มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามมาตรา 8 พ.ร.บ.ฉบับนี้เพื่อนิรโทษกรรมทุกคนทันที จะตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด ชุดที่ 1 พิจารณากลั่นกรองข้อร้องเรียน ชุดที่ 2 เป็นชุดสื่อสารประชา สัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับประชาชน เปิดช่องทางรับข้อร้องเรียน เบื้องต้นสำนักงานปลัดสำนักนายกฯจะมีหนังสือขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงผลว่าได้ดำเนินการอะไรไปแล้วบ้าง กี่คดี อย่างไร แล้วส่งมาภายใน 30 วัน จากนั้นจะตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง เปิดช่องทางให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม หรือทางคดี มาตรวจสอบข้อมูล คดีไหนที่อาจยังตกหล่นอยู่ร้องทุกข์ผ่านคณะกรรมการชุดนี้ได้ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด ต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 180 วัน นับจากนี้ประมาณถึงเดือน มี.ค.2570อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่