“ซาบีดา” ออกโรงเปิดหลักฐานแย้งเวทีมิสยูนิเวิร์สกัมพูชาละเมิดใช้ภาพฟิล์มกระจกสมัย ร.5 ลบลายน้ำเคลมชุดประจำชาติ สุดทนบี้ให้ขอโทษ แก้ไขข้อมูลบิดเบือนและระบุแหล่งที่มาของภาพ หากยังฝ่าฝืนเข้าสู่ขั้นตอนทางกฎหมาย มอบ “กรมศิลปากร” เป็นเจ้าภาพดำเนินการถึงที่สุด ขณะเดียวกัน เดินหน้าเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของชุดไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในระดับนานาชาติ ก่อนขึ้นทะเบียนกับยูเนสโก “มรดกที่จับต้องไม่ได้”กรณีการประกวด Miss Universe Cambodia 2026 นำเสนอภาพประกอบการแต่งกายและข้อมูลทางประวัติศาสตร์บนเวที พิธีกรระบุว่าเป็นการแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมโบราณของกัมพูชา จากนั้นสังคมโซเชียลได้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง พร้อมหาข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า เป็นภาพจากฟิล์มกระจกของไทย สมัย ร.5 เรียกร้อง ให้กระทรวงวัฒนธรรมตรวจสอบถึงเรื่องดังกล่าวต่อมาเมื่อวันที่ 21 ก.ย. เวลา 10.00 น. ที่ห้อง ประชุมใหญ่ สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม แถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การนำเสนอในลักษณะดังกล่าวไม่อาจกล่าวได้ว่าเป็นเพียงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่เป็นการนำภาพมาใช้โดยไม่ระบุแหล่งที่มา และอาจทำให้สาธารณชนเข้าใจว่าเป็นการแต่งกายของกัมพูชา วธ.กำกับดูแลกรมศิลปากรและสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ขอให้เวที Miss Universe Cambodia ยุติการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าว และขอให้ใช้ข้อความในการอ้างอิงข้อมูลภาพถ่ายด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการระบุแหล่งที่มาของภาพและข้อมูลทางประวัติศาสตร์อย่างถูกต้องน.ส.ซาบีดากล่าวอีกว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพถ่ายสตรีชาวกำแพงเพชร บันทึกไว้ที่เมืองกำแพงเพชร เมื่อ พ.ศ.2449 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และเป็นภาพที่ได้รับการบันทึกไว้ในหอพระสมุดวชิรญาณ ก่อนขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก เมื่อปี 2560 ภาพต้นฉบับเป็นฟิล์มที่มีตราประทับหรือลายน้ำของกรมศิลปากร แต่ภาพที่ถูกนำไปใช้บนเวทีประกวด มีการลบตราประทับดังกล่าวออก ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ วธ.จะส่งหนังสือตักเตือนและทักท้วงไปยังกองประกวด Miss Universe Cambodia เพื่อขอให้แก้ไขข้อมูลและการนำเสนอ หากยังไม่มีการแก้ไข วธ.ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามกฎหมายและช่องทางที่เหมาะสมต่อไป“ดิฉันในฐานะ รมว.วัฒนธรรม และในฐานะคนไทยคนหนึ่ง พร้อมด้วยผู้บริหาร วธ.มีความรักและหวงแหนในวัฒนธรรมไทยไม่น้อยไปกว่าทุกคน สิ่งที่เราจะทำคือดำเนินการอย่างจริงจังและเด็ดขาด เรื่องนี้ วธ.จะไม่ปล่อยผ่าน และขอขอบคุณคนไทยที่ร่วมกันหวงแหนชุดไทย ซึ่งเป็นมรดกของชาติและหากประเทศเพื่อนบ้านสนใจหรืออยากสวมใส่ชุดไทย ถือเป็นการช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมไทย แต่ขอให้มีการอ้างอิงข้อมูลและแหล่งที่มาจากประเทศไทยอย่างถูกต้อง วธ.มีข้อมูลและพร้อมให้บริการองค์ความรู้ดังกล่าว” น.ส.ซาบีดากล่าวรมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า จากนี้ทาง วธ.จะดำเนินการไปตามช่องทางทางการทูตเพื่อตักเตือน ไม่อยากให้เป็นประเด็นระหว่างรัฐกับรัฐ แต่ในกรณีที่ภาคเอกชนบิดเบือนข้อมูล เราต้องตักเตือน หากยังไม่ดำเนินการแก้ไข แน่นอนว่าเราจะสงวนสิทธิ์พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ที่สำคัญการที่ วธ.โรดโชว์และมีการพูดถึงชุดไทยในเวทีโลกหลายๆ เวที สร้างการรับรู้ให้กับประชาคมโลก ในระยะต่อไป วธ.จะเร่งเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาการของชุดไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ วธ.มีความประสงค์ใช้วัฒนธรรมเป็นพื้นที่สร้างความเข้าใจและไม่สร้างความขัดแย้ง ในกรณีที่มีการละเมิด วธ.จะไม่ปล่อยผ่านและจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด มอบหมายให้กรมศิลปากร สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นเจ้าของข้อมูล เจ้าของลิขสิทธิ์ภาพ ส่งหนังสือถึงกองประกวด พร้อมมีกรอบระยะเวลา ต้องมีการดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด“ขณะนี้ วธ.เป็นเดือดเป็นร้อน แต่เราใช้อารมณ์และความรู้สึกไม่ได้ ต้องใช้ความอดทนอดกลั้นในการที่เราจะเห็นความสำเร็จของการขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติองค์การยูเนสโกภายในเดือนธันวาคมนี้ เพราะฉะนั้นการดำเนินการใดๆต้องสุขุมรอบคอบและอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มีความชัดเจนและครบถ้วน” รมว.วัฒนธรรม กล่าวและว่า วธ.ยังมีหลักฐานกรณีประชาคมอาเซียนได้มีจัดแสดงชุดประจำชาติของแต่ละประเทศ เมื่อปี 2562 ประเทศไทยได้เลือกจัดแสดงชุดไทยจิตรลดา ขณะที่กัมพูชาใช้ชุดซัมปอต เป็นชุดประจำชาติที่จัดแสดงในครั้งนั้น เป็นการยืนยันถึงอัตลักษณ์ชุดประจำชาติของแต่ละประเทศในภูมิภาคอาเซียนไปแล้ว และยังคาดหวังจะได้รับคำขอโทษจากกัมพูชาอย่างเป็นทางการอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่