ถอดเหรียญ “สมีโชติ” ล้างซวย แทนด้วยลงยันต์ “นะมะมนต์ มนต์นางพญา” ของ “หลวงพ่อสำลี” เกจิอาจารย์ดังเมืองสองแคว พิษณุโลก สไตล์ “หนู-จ๋า” ผู้นำและมาดาม “สายมู” ของแท้“นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ควงศรีภรรยา “ธนนนท์ ชาญวีรกูล” เดินสายทำพิธีเสริมดวงชะตา เติม “นะ เมตตา” ก่อนเหินฟ้าไปปฏิบัติภารกิจในเวทีอินเตอร์แบบยาวๆนับสัปดาห์ ไล่ตั้งแต่ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษจัดเป็น “คิวทองฝังเพชร” มีสิทธิลุ้นเจอ “คาวบอยซ่า” โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำเบอร์หนึ่งของโลก ในเวทีประชุม UNGA 18 ที่มหานครนิวยอร์ก สบช่องหาจังหวะ “คลุกวงใน” เจรจาขอลดหย่อนภาษี ดีล “ปิดจ็อบ” ตัวเลขสวยๆ ตามพิมพ์เขียวที่ “มาดามแต๋ม” ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นำร่องไปเจรจาการันตีกองเรือสินค้าไทยจะไม่โดนรีดจนเสียเปรียบคู่แข่งในอาเซียนตามเงื่อนไขความน่าจะเป็น แทบจะตัดไปได้กับโทษฐานทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับ “ผู้นำคาวบอย” เพราะอย่างน้อยๆ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็เป็นผู้นำจากแดนตะวันออกไกลที่ “ประธานาธิบดีทรัมป์” คุ้นหน้าคุ้นตาเซย์ ฮัลโหล เช็กแฮนด์ เจอกันถี่ๆมาแล้วหลายรอบโดยเฉพาะ “คิวโชว์ลุ้นรางวัลโนเบลสันติภาพ” ที่ “คาวบอยทรัมป์” รับบทท้าวมาลีวราช เป็นคนกลางในพิธีลงนามสงบศึกสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ประเทศมาเลเซีย ต่อเนื่องเวทีเอเปก เมืองปูซาน เกาหลีใต้ไม่นับช็อตต่อโทรศัพท์สายตรงข้ามประเทศคุยกันตัวต่อตัว“อนุทิน” เล่นบทเป็นเด็กดีในสายตาผู้นำสหรัฐฯ แบบที่เจ้าตัวกล้าประกาศเลยว่า ทำตามเงื่อนไขฝ่ายทำเนียบขาวมาตลอด ทั้งการพักรบชายแดนไทย-กัมพูชา เดินหน้าลุยปราบแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติอย่างจริงๆจังๆถึงเวลา “ทวงรางวัล” จาก “คาวบอยทรัมป์” ตามธรรมเนียมเรื่องของเรื่อง แม้จะออกทรงเกรียน เซราะกราว ผู้นำรัฐบาลไทบ้าน แต่ปฏิเสธไม่ได้ สถานะ “นายกฯอนุทิน” ที่ได้กระทบไหล่ผู้นำโลก ไม่ใช่แค่ “คาวบอยทรัมป์” แต่ยังรวมถึงพญามังกร “สี จิ้นผิง” ผู้นำจีนแผ่นดินใหญ่ “เอ็มมานูเอล มาครง” ประธานาธิบดีฝรั่งเศส พญาหมีขาว “วลาดิเมียร์ ปูติน” ผู้นำรัสเซีย ฯลฯคิว “โปรโตคอล” นัวเนียวงอินเตอร์ ไม่ใช่ผู้นำไทยแลนด์ทุกคนจะได้สิทธิเหมือนกันมันขึ้นอยู่กับจังหวะ บวกกับเรื่องของ “อำนาจวาสนา” สถานการณ์ “อนุทิน” ขึ้นแท่นมานำประเทศไทย ในจังหวะเกมอำนาจการเมืองโลกกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มภายใต้ ศึกภูมิรัฐศาสตร์ สงครามแบบเปิดเกมรบตะลุมบอน และสงครามเศรษฐกิจลามไปทั่วทุกภูมิภาคทั่วโลกระบบ “กำปั้น” แรงขึ้นทุกขณะ ย้อนเกมไล่ล่าอาณานิคมในยุคไร้พรมแดนในวันที่ “คาวบอยซ่า” เพิ่งประกาศเคลมเกาะ “กรีนแลนด์” เป็นดินแดนสิทธิสภาพนอกอาณาเขตของสหรัฐฯอย่างเป็นทางการ โดยรัฐบาลเดนมาร์ก แถลงยอมรับโดยดุษฎีจังหวะดีกรีเดือดระอุในแนวรบตะวันออกกลาง กบฏฮูตีของเยเมนลุยกับซาอุดีอาระเบีย ลามทะเลแดงโยงสงครามยึดช่องแคบฮอร์มุซชิงยุทธศาสตร์การเดินเรือน้ำมันของโลก ระอุถึงยุโรปอยู่ในภาวะระทึก รัฐบาลอังกฤษประกาศให้พลเรือนตุนเสบียงอาหาร น้ำ สิ่งของจำเป็น เพื่อเตรียมพร้อมรับภัยสงครามรูปแบบใหม่ผวาภัยไซเบอร์ โจมตีแหล่งพลังงาน ลามจากแนวรบรัสเซีย—ยูเครน เดือดพล่าน ด้วยการแลกหมัด ผลัดกันส่งกองทัพโดรนถล่มใจกลางเมืองหลวง ไม่เว้นเป้าหมายพลเมืองบริสุทธิ์จุดที่โลกกำลังระอุเดือดแท้ๆ แต่มันมีแสงสว่างเล็กๆหักมุม ลอดมาจากปลายอุโมงค์ เกิดขึ้นกับเมืองไทย ตามจังหวะ “ดร.เอก” เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ตีปี๊บ “Fitch Rating” ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยจาก “เชิงลบ” เป็นระดับ “มีเสถียรภาพ” คงอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+นั่นเท่ากับว่าทั้ง 3 สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ทั้ง Fitch, S&P, Moody’s ได้ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยจากมุมมองเป็นลบ (negative) เป็น “มีเสถียรภาพ (stable)” ทั้งหมดแล้วการันตีโดย “สถาบันเศรษฐกิจระดับโลก” ไม่ใช่มั่วนิ่มโดยขบวนการไอโอแบบไทยๆ ความน่าเชื่อถือเทียบไม่ได้กับโพลสำนักมาตรฐาน สั่งปั้นตัวเลขไม่ได้เหมือนโพลเชลียร์แหกตาคนดูFitch, S&P, Moody’s ชัดๆในสายนักลงทุนต่างประเทศที่ส่องทะลุสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ได้อานิสงส์จากเกมอำนาจการเมืองภายใต้รัฐบาลเส้นใหญ่ ผู้นำถือธงอำนาจอนุรักษ์นิยมมั่นใจปักหมุดลงทุนกับ “นายกฯอนุทิน” ผู้ถือตั๋วโปรอำนาจแน่นๆในมือ.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม