“อุทัยธานี” ฝนถล่มหนักฝายตารอดแตก มวลน้ำทะลักท่วมนาข้าว 5 หมู่บ้านจมมิดเสียหายกว่า 1,000 ไร่ ด้านเขื่อนวังร่มเกล้าเร่งระบายหลังน้ำเหนือไหลทะลัก เตือนชาวแพลุ่มน้ำสะแกกรังรับมือ “พิษณุโลก” น้ำป่าถล่มบ้านน้ำปาดชาวบ้านเดือดร้อนเพียบเฝ้าระวัง 24 ชม. สลดเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ จ.สระแก้ว ลงน้ำเก็บขยะอุดปากท่อกระแสน้ำเชี่ยวถูกดูดติดท่อดับ “อ่างทอง” เฝ้าระวังคลองโผงเผงน้ำสูงต่อเนื่อง ส่วน จ.พังงา เริ่มคลี่คลายเร่งฉีดล้างทำความสะอาด “สทนช.” เฝ้าระวัง 23-26 ก.ย. ทั่วไทยยังมีฝนตกหนักสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังคงวิกฤติ เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ จ.อุทัยธานี ส่งผลให้มวลน้ำสะสม ไหลหลากลงคลองธรรมชาติอย่างรวดเร็ว กัดเซาะ คันดินบริเวณฝายตารอด หมู่ 10 บ้านหนองบัว ต.หนองยาง อ.หนองฉาง พังทลายเป็นช่องกว้างประมาณ 5 เมตร มวลน้ำมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วม พื้นที่ทางการเกษตรฉับพลัน สร้างความเสียหายแก่พื้นที่นาข้าว ต.หนองยาง รวม 5 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1, 4, 7, 9 และ 10 รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบกว่า 1,000 ไร่ ต้นข้าวส่วนใหญ่อยู่ในระยะอายุ 1 เดือน ไปจนถึงใกล้เก็บเกี่ยวหลายจุดถูกน้ำท่วมมิดยอดข้าว ขณะที่บางแปลงต้นข้าวล้มราบติดพื้นจากแรงฝนทำให้รถเกี่ยวข้าวไม่สามารถลงพื้นที่ได้ ชาวบ้านเดือดร้อนหนักเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือด่วนวันเดียวกัน นายกฤษฎา ข้องพูน ผอ.โครงการชลประทานอุทัยธานี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ บริเวณเขื่อนวังร่มเกล้า ต.ทุ่งใหญ่ อ.เมืองอุทัยธานี หลังพบปริมาณน้ำเหนือไหลทะลักเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้องเร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำสะแกกรังเพื่อรองรับมวลน้ำ ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำสะแกกรังพุ่งสูงขึ้นกว่า 30 ซม. ภายใน 24 ชั่วโมง และมีกระแส น้ำไหลเชี่ยวแรง ด้านชาวบ้านริมสองฝั่งน้ำโดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่บนเรือนแพตลอดแนวแม่น้ำสะแกกรัง ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับระดับและจัดตำแหน่งเรือนแพให้สอดรับกับระดับน้ำที่เปลี่ยนแปลง เพื่อเปิดทางน้ำไหลและป้องกันความเสียหายต่อตัวเรือนแพส่วน จ.พิษณุโลก เกิดน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชนอย่างฉับพลันในพื้นที่หมู่ 2 บ้านน้ำปาด ต.ชมพู อ.เนินมะปราง มวลน้ำไหลหลาก มาจากบริเวณเขาลูกบ้านรักไทย ส่งผลให้บ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก ต่อมา น.ส.มนัส สิงหเดช นอภ.เนินมะปราง พร้อมด้วย ผู้นำชุมชน รีบลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเดินเท้าเข้าเยี่ยมเยียนให้กำลังใจ มอบสิ่งของ บรรเทาทุกข์เบื้องต้นแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงสั่งการเน้นย้ำให้ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และผู้นำชุมชน จัดเวรยามเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประสานงานเตรียมความพร้อมช่วยเหลือหากเกิดฝนตกซ้ำพระอธิการจิตพัฒน์ อัคคปัญโญ เจ้าอาวาสวัดภูสมณาราม ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน นำคณะ สงฆ์ร่วมกับหน่วยงานราชการ บูรณะซ่อมแซม “สะพาน ซูตองเป้” สะพานไม้ไผ่แห่งศรัทธาความยาว 600 เมตร ที่ทอดข้ามนาข้าวเชื่อมระหว่างวัดภูสมณาราม กับบ้านกุงไม้สัก การซ่อมแซมใหญ่ครั้งนี้มีขึ้นหลังประสบเหตุน้ำป่าจากลำน้ำแม่สะงาไหลหลากพัดถล่ม จนโครงสร้างสะพานขาดออกจากกันยาวกว่า 20 เมตร พระภิกษุสามเณรและชาวบ้านไม่สามารถใช้เดินสัญจร บิณฑบาตได้ตามปกติ ทุกฝ่ายร่วมกันซ่อมแซมเพื่อให้สะพานบุญกลับมาใช้งานได้ดังเดิมโดยเร็วด้าน จ.กำแพงเพชร ฝนตกหนักส่งผลให้ปริมาณ น้ำสะสมในเขตอุทยานแห่งชาติคลองลาน อ.คลองลาน เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว มีน้ำป่าไหลหลากทะลักลงมา จากหน้าผาสูงชัน เกิดเป็นละอองน้ำปลิวฟุ้งไปทั่วบริเวณ สร้างม่านหมอกธรรมชาติสวยงามตระการตา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของนักท่องเที่ยว ทางอุทยานฯ ประกาศงดให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำเป็นการชั่วคราว เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากขณะที่ จ.สระแก้ว เกิดฝนตกหนักส่งผลให้เกิดน้ำท่วมภายในสำนักสงฆ์ปฏิบัติธรรมเทพเจริญ อ.วังน้ำเย็น ต่อมาพระไชยพร อินทวีโร อายุ 67 ปี เจ้าอาวาส ลงไปช่วยดึงเศษหญ้าและขยะปิดขวางทางน้ำ บริเวณท่อระบายน้ำกว้างประมาณ 1 เมตร เพื่อเปิดทาง ให้น้ำไหลสะดวก แต่เนื่องจากกระแสน้ำแรงมาก พระไชยพรถูกแรงดันน้ำดูดพลัดจมหายเข้าไปในท่อระบายน้ำเสียชีวิต ชาวบ้านในพื้นที่ต่างแสดงความ อาลัยต่อการจากไปเนื่องจากพระไชยพรเป็นพระนัก พัฒนา มีอุปนิสัยใจดี ชอบช่วยเหลือชุมชน และมักจะ ออกมาดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงทางระบายน้ำรอบๆวัดเป็นประจำเมื่อมีฝนตกนายไพบูลย์ ศุภบุญ รอง ผวจ.อ่างทอง นำคณะ ลงพื้นที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในคลองโผงเผง สาขาแม่น้ำเจ้าพระยา หลังระดับน้ำ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สืบเนื่องจากมีฝนตกหนักสะสม ทางภาคเหนือ ทำให้เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำอยู่ที่ 1,000-1,300 ลบ.ม./วินาที จ.อ่างทอง ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่มีบ้านเรือน อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสาขา เตรียมพร้อมรับมือและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด สำหรับ ต.โผงเผง มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ และถือเป็นจุดเสี่ยง แรกของจังหวัดที่มักถูกน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน เป็นประจำทุกปีจ.พังงา สถานการณ์น้ำท่วมใน อ.ตะกั่วป่า เริ่มคลี่คลายลงอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำลดลงเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่เจ้าหน้าที่ อบต.โคกเคียน นำรถดับเพลิงฉีดล้างทำความสะอาดถนน และชาวบ้าน ต่างเร่งทำความสะอาดบ้านเรือน สำรวจความเสียหายหลังถูกน้ำท่วมฉับพลัน นายบัญชา ธนูอินทร์ รอง ผวจ.พังงา ลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเหล่ากาชาด นำถุงยังชีพมอบให้ผู้ประสบภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมระบุว่าพื้นที่ลุ่มต่ำ หมู่ 5 ต.โคกเคียน ยังคงมีน้ำท่วมขังบ้านเรือนได้รับ ความเดือดร้อน 135 ครัวเรือน คาดว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆนี้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปภาพรวมสถานการณ์น้ำของประเทศ รายงานปริมาณฝนสะสมสูงสุดในแต่ละภูมิภาคพบว่า มีฝนตก กระจายตัวในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจังหวัดที่มี ปริมาณฝนตกหนักที่สุดในแต่ละภาค ได้แก่ ภาคเหนือ จ.อุทัยธานี 148 มิลลิเมตร ภาคกลาง จ.ลพบุรี 108 มิลลิเมตร ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี 89 มิลลิเมตร ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ 87 มิลลิเมตร ภาคใต้ จ.ตรัง 83 มิลลิเมตร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ชัยภูมิ 81 มิลลิเมตร ทั้งนี้ สทนช. ยังคงเฝ้าระวังและ ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับมือและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่องคาดการณ์ช่วงวันที่ 23 - 26 ก.ย. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก สำหรับสถานการณ์น้ำ อ่างเก็บน้ำในภาพรวม ปริมาณน้ำรวม ร้อยละ 72 ของความจุเก็บกัก (58,250 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำ ใช้การ ร้อยละ 60 (34,130 ล้าน ลบ.ม.)ขณะเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งมีฝนตกหนักและตกสะสมในพื้นที่ อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ โดยเฉพาะ ต.ชนแดน วัดปริมาณฝนได้ 146.5 มิลลิเมตร ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเริ่ม ล้นตลิ่ง เตือนระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะ ต.ชนแดน ต.ลาดแค ต.ศาลาลาย ต.ตะกุดไร ต.ซับพุทรา ต.บ้านกล้วย และพื้นที่ใกล้เคียงให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบางอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่