หลังศึกซักฟอก คงได้เห็นทิศทางการเมืองว่าจะเดินไปทางไหน? ก็ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายค้านจะอภิปรายประเด็นอะไร มีน้ำหนักแค่ไหน ถ้าไม่หนักหนารัฐบาลก็ผ่านสบาย แต่ถ้าสามารถทะลุทะลวงได้ก็มีสิทธิทุกอย่างมันอยู่ที่การเริ่มต้น หากประเด็นที่จะซักฟอกในญัตติไม่มีเรื่องที่จะทำให้รัฐบาลถูกถล่มได้เต็มที่ก็ทายล่วงหน้าได้เลยว่าไร้ปัญหาความได้เปรียบของรัฐบาล นอกจากจะมีเสียงข้างมากแล้วยังมีประธานสภาที่มีอำนาจในการควบคุมการอภิปรายแล้วยังสามารถดึงประเด็นไม่ให้อภิปรายก็ได้อย่างเรื่องฮั้ว สว.ที่รัฐบาลพยายามเน้นย้ำว่าไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เป็นเรื่องของสภา คือวุฒิสมาชิกประธานสภาก็สามารถตีตกไปได้ อ้างว่าไม่เกี่ยวกับรัฐบาลนี่เป็นความได้เปรียบอย่างหนึ่งซึ่งประธานสภาคนเป็น “ลูกหม้อ” ของพรรคภูมิใจไทยที่ไม่ธรรมดา นอกจากแม่นแล้วยังเป็นคนกล้า “คนหนึ่ง”ความเป็นไปได้จึงอยู่ตรงนี้นั่นถือเป็นด่านแรกที่ฝ่ายค้านต้องเจอแต่ถ้าหากผ่านไปได้ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่สามารถนำมาดำเนินการได้เพียงแต่น้ำหนักต่างกัน ก็ต้องดูกันต่อไปหากสามารถซักฟอกได้รัฐบาลก็ต้องเจอศึกหนักแน่ที่สำคัญคือมีข้อมูลและพยานหลักฐานเพียบ แม้ไม่สามารถล้มกลางสภาได้ แต่ก็ทำให้รัฐบาลเสียหายไม่น้อยที่สำคัญคือความน่าเชื่อถือความไม่น่าไว้วางใจตรงนี้แหละคือตัวสั่นคลอนเสถียรภาพที่ดีที่สุดเหมือนของที่มีรอยด่างทำให้ภาวะไม่สู้จะดีนัก พรรคร่วมรัฐบาลก็พลอยเสียหายไปด้วยพูดง่ายๆอยู่กับของเน่าก็ต้องเน่าไปด้วยเพราะดูลีลาของ “เพื่อไทย” แม้จะสงบนิ่งเพื่อรอโอกาส แต่ในความเคลื่อนไหวบางอย่างก็พอจะปิดไม่มิดหากมีเงื่อนไขเมื่อไรก็พร้อมเสมออะไรก็ได้ขอให้มีการเลือกตั้งใหม่การแยกตัวจากรัฐบาลนั้นจะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย อยู่ที่กล้าพอหรือไม่ และจะใช้เหตุผลอะไรเท่านั้นอย่างเรื่องฮั้ว สว.นั้นชัดแจ้งแดงแจ๋ไม่ต้องพูดมากก็ได้ความแล้ว“ภูมิใจไทย” ก็ไม่สามารถปฏิเสธความจริงนั้นได้เพราะรู้กันอยู่เต็มอกว่าอะไรเป็นอะไร ขนาดเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกันก็ยังฟาดกันแล้วเพียงแต่วันนี้เงื่อนไขยังไม่สุกงอมเท่านั้นเรื่องนี้ทำให้ดีมีสิทธิชนะการเลือกตั้งได้เลย!“สายล่อฟ้า”คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม