ศึกชิงที่ดินวัดป่าอดุลยารามยังไม่จบ “ป้าดา” พร้อมพวกควงทนายความ เดินขึ้นโรงพักเมืองขอนแก่น รับทราบข้อหาคดีนำท่อปูนและเศษวัสดุไปเทปิดทางเข้าวัด แถมขู่ใช้รถแบ็กโฮลุยรื้อรั้ว โดนแจ้ง 4 กระทง “บุกรุกฯอั้งยี่-ซ่องโจร ข่มขู่ผู้อื่นให้หวาดกลัว และความผิด ม.112” ส่วน “ป้าบัวไข” ผู้จัดการมรดก “นายเฮียง” โดนข้อหาให้การเท็จกับเจ้าพนักงาน กรณีอ้างโฉนดที่ดินหายไปขอใบแทนโฉนดใหม่ ทั้งที่ตัวจริงอยู่ในมือหลวงพ่อ ผู้ต้องหาทั้ง 9 คนให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนรอสรุปสำนวนส่งอัยการสั่งฟ้องหรือไม่ “ป้าดา” ลั่นขอสู้ต่อเพื่อพิสูจน์ความจริงให้สังคมรับรู้สังคมยังเฝ้าจับตาปมพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น หลังมีกลุ่มบุคคลอ้างเป็นทายาทของนายเฮียง พิมพ์ศรี อดีตเจ้าของที่ดินเดิม นำท่อปูนและเศษวัสดุก่อสร้างไปเทปิดถนนทางเข้าวัด อ้างว่านายเฮียงยังไม่ได้ยกที่ดินให้วัดอย่างถูกต้อง และทายาทจะขอเรียกคืนที่ดินจากวัด ทำให้ถูกทางวัดแจ้งความดำเนินคดีหลายข้อหา จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ ต่อมาวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น ได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวา จากนายเฮียง พิมพ์ศรี ผู้บริจาค ที่ดินให้วัดตั้งแต่ปี 2533 มาเป็นชื่อวัดอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ประเด็นเรื่องใครเป็นเจ้าของที่ดินตัวจริงหมดไป แต่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาของกลุ่มบุคคลผู้กระทำการบุกรุกพื้นที่วัดดังกล่าวยังดำเนินต่อไป ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้เรียกผู้ถูกกล่าวหารวม 9 คน มารับทราบข้อกล่าวหาแล้วความคืบหน้า ด้านคดี ที่ สภ.เมืองขอนแก่น เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ก.ย. น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” อายุ 62 ปี อ้างเป็นทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี และนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าไข” ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี ผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัดป่าอดุลยาราม เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกกรณีข้อพิพาทกับวัดป่าอดุลยาราม มีนายวรเดช ช่างบุ หรือ “พี่แหวนธานอส” อดีตที่ปรึกษาฝ่ายทายาท ตลอดจนทายาทนายเฮียงและทีมกฎหมาย ทั้งหมดร่วมเดินทางมาด้วยรถตู้โตโยต้า ทะเบียนกรุงเทพมหานคร คันเดียวกันทันทีที่มาถึง สื่อมวลชนจำนวนมากเข้าบันทึกภาพและทักทายสอบถาม ป้าดาปฏิเสธให้สัมภาษณ์และเดินขึ้นไปยังห้องประชุมชั้น 4 ของโรงพักทันที เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข้อพิพาท ป้าดาและผู้ร่วมคณะต่างยืนยันและแสดงความมั่นใจว่ามีเพียงความจริงในฝั่งทายาทที่จะนำมาเปิดเผยและให้ปากคำกับตำรวจ ขณะที่นางบัวไขกล่าวว่า “ไม่มีอะไรน่ากังวล” พร้อมย้ำว่าทุกอย่างเป็นความจริงและต้องรอดูกันต่อไปนายวรเดชเผยว่า วันนี้เตรียมเอกสารหลักฐานรวม 4 เรื่อง เกี่ยวกับการจัดตั้งวัดโดยมิชอบ เอกสารแต่งตั้งเจ้าอาวาส เอกสารแต่งตั้งสมณศักดิ์ ประกาศตั้งวัด และผังที่ตั้งวัด มาแจ้งความและลงบันทึกประจำวัน กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อเก็บเป็นหลักฐานนำเรื่องขึ้นสู่ศาลและเปิดเผยให้สาธารณชนทราบข้อเท็จจริงเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เผยว่า วันนี้ น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ หรือ “ป้าดา” กับผู้ต้องหาตามหมายเรียกรวม 8 คน พร้อมทนายความ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ทั้ง 8 คนมาครบ และมีนางบัวไข สรสมุทร หรือ “ป้าบัวไข” ผู้จัดการมรดกของนายเฮียง พิมพ์ศรี เข้าพบตำรวจด้วย รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 9 คน ตนพร้อม พ.ต.ท.ศุภมินทร์ ล้วนโสม รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.ปุณณริศร์ ธรานันทเศรษฐ์ รอง ผกก. (สอบสวน) และคณะพนักงานสอบสวนได้ร่วมสอบปากคำแล้ว ทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพ.ต.อ.ยศวัจน์กล่าวว่า ป้าดาถูกแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 4 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข, อั้งยี่ ซ่องโจร, ข่มขู่ผู้อื่นจนทำให้เกิดความกลัว จากกรณีกล่าวหาว่ามีการข่มขู่ว่าจะนำรถแบ็กโฮไปพังรั้ววัด และความผิดตามมาตรา 112 ผู้ที่ถูกแจ้งข้อหาตามมาตรา 112 ในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงมี 3 คน คือ บุคคลเสื้อม่วงที่ปรากฏในคลิป ป้าเสื้อดำ และป้าดา ทั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามกระบวนการสอบสวนและยังไม่ใช่ข้อยุติว่าบุคคลใดกระทำความผิด“ส่วนคดีของนางบัวไข สรสมุทร ผู้จัดการมรดกนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นคดีเกี่ยวกับข้อกล่าวหาแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดิน กรณีขอออกใบแทนโฉนด ข้อมูลก่อนหน้านี้ระบุว่า นางบัวไขเคยยื่นคัดสำเนาโฉนดเมื่อวันที่ 13 ก.ค.69 และยื่นคำขอออกใบแทนเมื่อวันที่ 27 ก.ค.69 ก่อนที่ทางวัดจะนำโฉนดฉบับจริงไปแสดงและยื่นคัดค้านต่อสำนักงานที่ดินในวันที่ 14 ส.ค.69 ต่อมาวันที่ 18 ส.ค.69 เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นได้นำเรื่องเข้า แจ้งความต่อ สภ.เมืองขอนแก่น ตำรวจได้สอบปากคำพยาน 2 คนที่ลงชื่อรับรองการแจ้งโฉนดหายและการขอออกฉบับใหม่แล้ว ก่อนนัดนางบัวไขเข้ารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำในวันที่ 18 ก.ย.69 ทุกส่วนยังอยู่ในกระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย” ผกก.สภ.เมืองขอนแก่นกล่าวพ.ต.อ.ยศวัจน์กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนดำเนินคดี พนักงานสอบสวนได้แจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบในวันนี้แล้ว เนื่องจากผู้ต้องหาเข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาด้วยตนเอง ไม่มีการจับกุมและไม่มีการประกันตัว ขั้นตอนต่อไปจะรวบรวมพยานหลักฐานและสรุปสำนวนการสอบสวนภายในระยะเวลาที่กำหนด ก่อนนัดหมายกลุ่มผู้ต้องหาเพื่อนำตัวพร้อมสำนวนส่งพนักงานอัยการว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ ส่วนการรักษาความปลอดภัยของวัด ตำรวจได้จัดตั้ง สปก.ส่วนหน้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเวรและมี อส.ตร. หรืออาสาตำรวจช่วยดูแล ขณะนี้มีความเรียบร้อยดีเวลา 14.00 น. หลังป้าดา หรือ น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์, ป้าไข หรือนางบัวไข สรสมุทร และบุคคลอื่นที่ถูกออกหมายเรียกรวม 9 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ให้ปากคำและพิมพ์ลายนิ้วมือก่อนปล่อยตัวกลับ เนื่องจากเป็นการเดินทางมาตามหมายเรียก ไม่ใช่การจับกุม ใช้เวลาสอบปากคำนานกว่า 4 ชั่วโมง หลังเสร็จสิ้นขั้นตอน ป้าดาและป้าไขพร้อมพวกลงจากชั้น 4 เดินไปขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่ลานจอดรถด้านหน้าโรงพักป้าดาให้สัมภาษณ์ว่า ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่ตำรวจแจ้ง ฝ่ายทายาทต้องการให้ตรวจสอบความเป็นมาของเจ้าอาวาส สถานะของวัด และกระบวนการเกี่ยวกับที่ดิน ทายาทไม่เคยรับรู้หรือมีส่วนร่วมในการประชุมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ฝ่ายทายาทต่อสู้เรื่องที่ดินมานานกว่า 30 ปี ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงวันสองวัน ข้อมูลในสารบัญท้ายโฉนดที่ระบุชื่อนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นผู้ให้สัญญา ทั้งที่นายเฮียงเสียชีวิตตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เหตุใดระบุให้นายเฮียงเป็นผู้ให้สัญญาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2569 วันที่โอนชื่อในโฉนดเป็นชื่อวัด ยืนยันว่าหากตรวจสอบแล้วพบว่าที่ดินเป็นของวัด วัดถูกต้องตามกฎหมาย และเจ้าอาวาสถูกต้องตามกฎหมาย เอาไปเลย ไม่ต้องมาถกเถียง แต่ฝ่ายทายาทเห็นว่าตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมาได้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว และเชื่อว่าปัญหาเกิดจากกระบวนการที่ไม่ถูกต้องเมื่อถูกถามถึงข้อกล่าวหารวมถึงความผิดตามมาตรา 112 ป้าดากล่าวว่า ไม่กังวล เพราะความจริงต้องได้รับการพิสูจน์ พร้อมระบุว่า “เราเป็นของจริง” และ “ทองแท้ย่อมไม่กลัวไฟหลอม” หลังให้สัมภาษณ์ ป้าดาบอกป้าบัวไขว่าหิวข้าวและความดันขึ้นแล้ว ก่อนทำมือมินิฮาร์ทให้นักข่าว แล้วขึ้นรถตู้ออกจาก สภ.เมืองขอนแก่น ด้วยท่าทีอารมณ์ดีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่