เป็นอันว่าคดีทุจริตฮั้วเลือกตั้ง สว. ต้องไปจบฉาก สุดท้ายที่ศาลฎีกา เพราะกลุ่ม สว.สำรอง ซึ่งถือเป็นผู้เสียหายจากการโกงเลือกตั้ง สว.โดยตรง ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของ กกต. ว่าเข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ...ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 หรือไม่??เนื่องจากหลักฐานคดีทุจริตฮั้วเลือกตั้ง สว. มีน้ำหนักมากเกินพอที่ กกต.ต้องส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมการที่ กกต.ส่งฟ้อง สว. สีน้ำเงินเพียง 26 คน จากที่ถูกข้อหา 138 คน ซึ่ง ร่วมกันกระทำความผิดอย่างเดียวกันอาจเป็นการใช้ดุลพินิจโดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือผู้กระทำผิดไม่ให้รับโทษตามความเป็นจริง??ล่าสุด ศาลฎีกาได้มีคำสั่งรับคำร้อง ของกลุ่ม สว.สำรองตามขั้นตอน“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่าความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปีใครจะติดคุกตอนแก่กันบ้างหรือไม่??สาธุชนโปรดติดตามต่อไปด้วยหัวใจคันคะเยอ“แม่ลูกจันทร์” มองว่ายังมีอีกหลายช่องทางที่คดีโกงเลือกตั้ง สว. จะไม่ถูกตัดจบที่ กกต.แต่ที่หวังพึ่งได้อย่างแท้จริง...คือศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งที่จะอำนวยความยุติธรรมให้สังคมไทย!!เพราะศาลยุติธรรมเป็นเสาหลักแห่งเดียวที่ระบอบสีน้ำเงินยังเจาะเข้าไปไม่ถึง และไม่มีทางเจาะเข้าไปถึงแน่นอน!!“แม่ลูกจันทร์” ไม่อยากขัดคอ พรรคประชาชนที่จะยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ สอบทุจริตมติปล่อยผีคดีโกงเลือกตั้ง สว.การหวังพึ่ง ป.ป.ช. เป็นความหวังลมๆแล้งๆเกินไปเนื่องจากกรรมการ ป.ป.ช. 4 คน จาก 7 คน ก็ได้รับการแต่งตั้งจากกลุ่ม สว.สีน้ำเงินที่คุมเสียงข้างมากในสภาฯจะหวังให้ ป.ป.ช.เช็กบิล กกต. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระเหมือนกัน และมาจากเครือข่ายเสื้อน้ำเงินเหมือนกันพรรคพลังส้มน่าจะมองโลกสวยเกินไป!!ส่วนภาคประชาชนจะไปยื่นคำร้องศาลฎีกาให้ตรวจสอบ กกต. ข้อหากระทำการละเมิดมาตรฐานจริยธรรม ผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญก็เป็นอีกช่องทางที่อาจนำไปสู่การลงโทษ กกต.ได้เช่นกันแต่จะเกิดผลสำเร็จอย่างที่หวังหรือไม่ ยังก้ำๆกึ่งๆพอสมควรส่วนการจะยื่นคำร้องศาลรัฐธรรม นูญให้สั่งยกเลิกผลการเลือกตั้ง สว. ก็หวังยากเช่นกันเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งไม่รับคำร้องมาแล้ว 2 รายหรือการจะยื่นคำร้องศาลรัฐธรรมนูญว่าการสมคบคิดทุจริตฮั้วเลือกตั้ง สว. เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอาจจะมีความเป็นไปได้สัก 30 เปอร์เซ็นต์อย่างไรก็ดี ยังมีช่องทางสุดท้าย...คือหวังให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ “ดีเอสไอ” ไปสอบขยายผลเส้นเงินฮั้วเลือกตั้งให้สุดซอยเพื่อสาวให้ถึงผู้บงการใหญ่ตัวจริง“แม่ลูกจันทร์” ไม่เชื่อว่าดีเอสไอ ที่อยู่ใต้อิทธิพลสีน้ำเงินจะกล้าเดินหน้าสอบเส้นเงินต่อไปเพราะ “เส้นเงิน” เป็นหลักฐานสำคัญที่สุดของคดีขืนให้สอบเส้นเงินสุดซอย ก็ยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อน่ะซีโยม.แม่ลูกจันทร์คลิกอ่านคอลัมน์ “สำนักข่าวหัวเขียว” เพิ่มเติม