“ช้างสีน้ำเงิน” ตัวบะละฮึ่ม กกต.มองไม่เห็น ถึงวันนี้ “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” กกต.เสียงข้างน้อย “คดีฮั้ว สว.” ออกมาแจกแจงกลเกม เชื่อมต่อเครือข่ายใหญ่คิวเลือก สว.ในภาพรวม แฝงขบวนการโกงอย่างไร ก็คงไม่เกิดผลเมื่อเสียงส่วนใหญ่ใน 7 อรหันต์ ต่ำๆก็ 5 ราย นำโดย “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต. เลือกที่จะมองเฉพาะเจาะจง นั่นหู นั่นหาง นั่นตัว นั่นเท้ามอง “ช้าง” เป็นจุดๆ คลำเป็นหย่อมๆเลือกลงมติฟันรายบุคคล ยื่นส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง 77 ราย แยกเป็น สว. 26 ราย ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 ราย บุคคลอื่น 15 ราย ให้ต้องไปแก้ต่างกันต่อที่ศาลส่วน สส. รัฐมนตรี ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ไล่ตั้งแต่นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล รวมไปถึงคนที่ไม่มีตำแหน่ง แต่สถานะ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ ถือว่าอยู่ในข่าย “บุคคลอื่น” แต่ดีกรีบารมีใหญ่เบิ้มบรรดา “จุดเสี่ยง” ให้เรื่องลามบานปลาย เขย่าสถานะอำนาจรัฐบาล หรือลากยาวไปถึงขั้นยุบพรรคเหมือนมีเบรกเกอร์ ตัดก่อนตาย เตือนก่อนวายวอด “รอดเรียบ”เอาเป็นว่ากองเชียร์ได้เฮ ก็เฮกันดังๆ อย่าได้กระมิดกระเมี้ยน ยิ้มไม่เต็มปาก อวยไม่เต็มคำ ส่วนกองแช่งนอกจากทำใจ วันนี้ก็ได้ลุ้นโขยกต่อตามช่องทางที่เปิดไว้ทั้งร้องเรียนเอาผิด กกต.เสียงส่วนใหญ่ มาตรา 157 โดย สว.สำรอง ก็คงใช้สิทธิร้องศาลโดยตรง ขณะที่นักกฎหมาย นักวิชาการ ก็คงออกมาวิเคราะห์หลักการ ข้อกฎหมาย ชี้ให้เห็นอันตรายระบอบกินรวบเช่นเดียวกับเกมกดดันบนท้องถนน คิวปลุกม็อบละล้าละลัง เช็กสถานการณ์คนเข้าร่วมจุดติด-ไม่ติดวันนี้เลยต้องยกประโยชน์ให้เข้าทาง “รัฐบาลสีน้ำเงิน” เดินต่อไม่รอแล้ว ส่วนในระยะยาวชะตากรรมสุดท้าย อำนาจที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายตัวเอง จาก “กรรมเก่า” ที่ยังมีคั่งค้างเวลานี้ต้องแก้ไขหน้างาน มีหน้าที่ต้องเร่งสร้างผลงานไม่ใช่แตะตรงไหน ก็ฉาวตรงนั้นที่น่าจะมั่นใจได้จากคิว “ตัดไฟต้นลม” จากการปัดเป่าปมฮั้ว สว.ไปได้ ก็คือ “เสียง สส.” ในสภาฯยังเนืองแน่น แต้มสนับสนุนจากพรรคร่วมสำคัญ เพื่อไทยยังซุ่มโป่ง ไม่มียึกยักแถมได้เสียงจากฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมที่ยอมรับในสถานะใหม่ “ฝ่ายคอย” รอร่วมรัฐบาลเสียงโหวตด่านสำคัญๆที่ผ่านมาเหมือนกล้าธรรมตั้งใจ “อ่อย” ภูมิใจไทย ไม่งดออกเสียงก็โหวตหนุนซีกรัฐบาลฉลุย ตั้งแต่เลือกนายกฯ พ.ร.ก.เงินกู้ พ.ร.บ.งบฯ 2570 กระทั่งคิวอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็อึกอักจะเอาด้วยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่กล้าธรรม กล้าจัง โชว์ดีกรีค่ายอะไหล่การเมืองชั้นดีแถมในคิวฮั้ว สว. ขานชื่อกรณี “พยานกลับคำให้การ” ทั้ง “เอกราช ช่างเหลา” นายก อบจ.ขอนแก่น “ขจรศักดิ์ ศรีวิราช” สว.พะเยา “อัษฎางค์ แสวงการ” สว.ขอนแก่น แม้เคยให้การ เคยพบ เคยเห็นขบวนการฮั้วการโกงเลือก สว. พลิกลำกลับคำมาตั้งแต่พรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลภูมิใจไทยเฟสแรกมาแล้วและทั้ง 3 ราย “เอกราช” ก็เพื่อนรักนักธุรกิจสาย “หวยคอนเนกชัน” กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม อีกรายก็ “พ่อตาผู้กองคนดัง” ส่วน “อัษฎางค์” สว.ขอนแก่น ก็เครือข่ายใกล้ชิดสีเขียว3 พยานปากเอก พลิ้วลูกนี้ เข้าตา “อนุทิน” ทำ “เนวิน” ชักใจอ่อนอย่างน้อยๆที่มีกระแสข่าวเกมไล่เบี้ยกองสลากฯ ทุบโควตาหวย ลุยตลาดคลองเตย ฯลฯ สะเทือนเครือข่ายขุมทรัพย์โยงผู้กอง ก็คงเพลามือขณะที่บรรดานักการเมืองใกล้ชิดกล้าธรรม ก๊ก “วัยรุ่นสร้างตัว” ติดชนักสีเทา ได้หายใจหายคอโล่ง“2 น.ภูมิใจไทย” คงให้คะแนนจิตพิสัยเพิ่มเติม กดแต้มเด็กดีในโอวาท ลดแรง “ทุบ”เอาเป็นว่านาทีนี้ทางโล่งโปร่งสะดวกสำหรับ “อำนาจสีน้ำเงิน” ปมใหญ่เคลียร์คัตตัดจบไปแล้ว ปมย่อย “คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง” ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะชี้ชะตาปลายเดือนนี้ ก็น่าจะ “ยห.” อย่าได้ห่วงยกเว้นฟ้าถล่มดินทลาย ท้องฟ้าเปลี่ยนสีฉับพลันจะมีที่แกนนำระบอบสีน้ำเงินประมาทไม่ได้ ก็เรื่อง “สนิมเนื้อใน” บรรดา สว. ผู้สมัคร สว. และบุคคลอื่นๆในเครือข่ายที่ตกเป็น “เหยื่อ” ถูก กกต.ฟันส่งฟ้องศาล ต้องคุมเกมให้อยู่เพราะหลายบิ๊กเนม สว. ผู้สมัคร อดีต สส. กระทั่งบ้านใหญ่ โดยเฉพาะสายปักษ์ใต้ ในเครือข่าย “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯและ รมว.คมนาคม คงไม่มีความสุขนักในคิวนี้เสี่ยงเกิดรายการแค้นฝังหุ่น ก็ต้อง “แฉสางแค้น”“2 น.” ผู้กุมอำนาจย่อมรู้แกว หาทางเคลียร์อาการทางใจ ไม่ปล่อยค้างคาลุกลาม ให้สนิมเซาะกร่อนไม่ปล่อยให้ “คนกันเอง” ทำระบอบที่สร้างกันมาต้องพังพินาศ.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม