ตำรวจตามลากคอโจรควงปืนปลอมบุกเดี่ยวจี้ร้านทอง ได้ของกลางไป 52 บาท ชุดสืบสวนตามแกะรอยจากกล้องวงจรปิดพบคนร้ายวางแผนแนบเนียน ขี่รถ จยย.ไปจอดไว้ในตลาด แล้วนั่งรถแท็กซี่ไปก่อเหตุ หลังได้ทองเดินไปเรียกวิน จยย. ก่อนเปลี่ยนไปนั่งแท็กซี่และรถสองแถว แล้วเรียกแท็กซี่อีกรอบพาไปเอารถ จยย.ขี่กลับบ้าน นั่งดูข่าวตัวเอง ตั้งใจรอให้เรื่องเงียบแล้วค่อยนำของกลางไปขาย สุดท้ายไม่รอด สารภาพอ้างหาเงินไปไถ่รถกระบะและใช้หนี้พนันรวบแล้วคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวจี้ร้านทองบางกอกโกลด์ส ทองเยาวราช อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เปิดเผยเมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 ก.ย. พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี และ พ.ต.อ.หฤษฎ์ คำจุมพล ผกก.สส.ภ. จ.ปทุมธานี นำกำลังชุดสืบสวน ภ.จ.ปทุมธานี ชุดสืบสวนภาค 1 และตำรวจ สภ.สามโคก เข้าจับกุมนายบันลือ พันธุ์จันทร์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/65 หมู่ 2 ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี ผู้ต้องหาชิงทองตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานีที่หน้าร้านสะดวกซื้อ ใกล้วัดเปรมประชากร ต.บางพูน จากนั้นคุมตัวไปตรวจค้นบ้านพบสร้อยคอทองคำของกลางยังอยู่ครบ รวมน้ำหนัก 52 บาท ยึดเสื้อผ้าชุดสวมใส่ในวันก่อเหตุ ปืนปลอม 1 กระบอก และรถจักรยานยนต์อีก 1 คันพล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา เวลา 18.00 น.ตำรวจ สภ.สามโคก รับแจ้งคนร้ายควงปืนบุกเดี่ยวเข้าจี้ร้านทองภายในร้านบางกอกโกลด์ส ทองเยาวราช ถนนปทุมธานี-สามโคก หมู่ 3 ต.สามโคก ตรวจสอบทราบว่าคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อแจ็กเกตมีฮู้ดคลุมศีรษะ นุ่งกางเกงขายาวสะพายกระเป๋าข้างบุกเข้าไปใช้ปืนขู่พนักงานที่ให้บริการอยู่ทั้งหมด 4 คน บังคับให้หยิบของกลางสร้อยทองน้ำหนักประมาณ 52 บาท ประกอบด้วยสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท 2 เส้น สร้อยทองหนัก 5 บาท 4 เส้น และน้ำหนัก 4 บาทอีก 3 เส้น มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาทผบก.ภ.จ.ปทุมธานีกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายเดินวนเวียนอยู่หน้าร้าน ก่อนตัดสินใจเข้าไปก่อเหตุในเวลา 17.56 น.และเดินออกจากร้านเวลา 17.58 น.ใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 2 นาที จากนั้นเดินไปตามถนนอย่างใจเย็น ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่ หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน ภ.จ.ปทุมธานี ร่วมกับตำรวจ สภ.สามโคก และสืบสวน ภาค 1 แบ่งทีมกันออกติดตามเบาะแสคนร้าย เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี พร้อมทั้งสอบปากคำพนักงานร้านและพยานที่เห็นเหตุการณ์เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการติดตามคนร้าย จนสามารถระบุรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายและเส้นทางการหลบหนีอย่างชัดเจน ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นขอศาลออกหมายจับและติดตามจับกุมตัวได้ด้านนายบันลือ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพอ้างว่า เป็นหนี้สินจนเกิดอาการเครียด เนื่องจากก่อนหน้านี้นำรถกระบะที่เคยใช้ขับขนส่งสินค้าไปจำนำในราคา 400,000 บาท เพื่อนำเงินไปใช้หนี้สินและหนี้พนัน ผ่อนชำระได้เพียง 2 เดือนก็ขาดส่ง ทำให้ถูกไฟแนนซ์จะยึดรถ ตัดสินใจลงมือจี้ร้านทอง เพราะต้องการนำเงินไปใช้ไถ่รถ และตัดสินใจเลือกร้านดังกล่าว เพราะเคยวิ่งรถส่งของผ่านหน้าร้านทอง วันเกิดเหตุวางแผนขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดไว้แถวตลาดในซอยเวิร์คพอยท์ จากนั้นขึ้นรถแท็กซี่ไปบริเวณหน้าร้านทอง ก่อนบุกเข้าไปใช้ปืนจี้ชิงทองของกลาง หลังก่อเหตุเดินหนีออกจากร้านไปขึ้นวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ก่อนเปลี่ยนไปนั่งรถแท็กซี่และขึ้นรถสองแถวเพื่อหวังหลบกล้องวงจรปิด จากนั้นนั่งรถแท็กซี่กลับมาเอารถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้ขี่กลับบ้านนั่งดูข่าวตอนที่ตนบุกเข้าไปชิงทอง ตัดสินใจยังไม่นำทองของกลางไปขาย เพราะเกรงว่าจะถูกจับได้ ตั้งใจว่ารอให้เรื่องเงียบแล้วค่อยนำทองไปขายทีหลัง แต่ถูกจับกุมได้เสียก่อนต่อมาเวลา 12.00 น.วันที่ 16 ก.ย. พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก พร้อมด้วย พ.ต.ท.ฉกาจ เล็กอาราม รอง ผกก.สส.สภ.สามโคก นำชุดสืบสวนคุมตัวนายบันลือ ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองบางกอกโกลด์ส ทองเยาวราช ผู้ต้องหาเริิ่มชี้จุดตั้งแต่เดินเข้าร้านทอง ชักปืนปลอมขึ้นมาข่มขู่พนักงาน ก่อนคว้าสร้อยคอทองคำ น้ำหนักรวม 52 บาท จากนั้นคุมตัวกลับมาสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนแจ้งข้อหาชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน และปิดบังใบหน้าเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่