ในที่สุดวันที่หลายๆฝ่ายห่วงใยว่าอาจจะบานปลายไปสู่ “เหตุการณ์” คาดไม่ถึง “14 กันยายน 2569” วันแถลงมติ กกต.ในกรณี “ฮั้ว สว.” ก็ผ่านไปโดยไม่น่าจะมี “เหตุการณ์” อะไรรุนแรงเกิดขึ้นแม้มติเสียงข้างมากของ กกต.จะออกมาด้วยการส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพียง 77 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ดำรงตำแหน่ง สว.ในขณะนี้เพียง 26 คน ไม่เป็นไปตามเป้าประสงค์ของกลุ่ม iLaw และพรรคประชาชน บวกด้วยประชาชนที่เชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าการเลือกตั้ง สว.ครั้งนี้ต้องมีการฮั้วแน่ๆจำนวนหนึ่งที่มีความเห็นว่า กกต.ควรจะส่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ตามสำนวนที่หลุดออกมาชุดแรกๆ เพื่อให้ศาลฎีกาพิจารณาทั้งหมด...มิใช่ กกต.จะตั้งตัวเป็นศาลเสียเองด้วยการมีมติส่งฟ้องแค่ 77 คนดังกล่าวส่งผลให้ผู้ถูกกล่าวหา “คนดัง” ทางการเมืองทั้งหลายรวมทั้ง น.หนู และ น.เน รอดพ้นจากการถูกฟ้องดังเช่นพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ฉบับเช้าวันต่อมาว่า “เน–หนูรอด, ฟ้อง 77–สว. 26 คน, ปล่อยผี ภ.ท.”แต่จากพาดหัวในช่วงต่อๆมาพร้อมกับรายละเอียดในเนื้อข่าวก็สรุปได้ว่า สิ่งที่ทั้ง iLaw และพรรคประชาชน จะดำเนินการต่อไปนั้นล้วนอยู่ในขอบเขตของกฎหมายตามกฎกติกาของระบอบประชาธิปไตยทุกประการโดยทาง iLaw แถลงว่าจะมีการแฉหรือปล่อยรายละเอียดเกี่ยวกับกรณีฮั้ว สว.ออกมาเรื่อยๆในขณะที่พรรค ปชน. หรือพรรค ประชาชน นั้น ท่านหัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์ว่า นอกจากจะดำเนินคดีหรือฟัน 7 อรหันต์ กกต.ด้วยการยื่นฟ้องตามมาตรา 157 แล้ว ก็จะดำเนินการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านทางรัฐสภาในเวลาอันเหมาะสมต่อไปก็ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ยืนยันจะใช้วิธีการและช่องทางตามกฎหมายต่างๆที่มีอยู่ รวมทั้งหากมีการชุมนุมประท้วง ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย (ข้อนี้ผมตีความเอง) ดังที่กลุ่ม iLaw ได้ปฏิบัติมาตลอดซึ่งถ้าทุกฝ่ายรักษากฎกติกาได้เช่นนี้ ผมก็มั่นใจว่าประเทศชาติของเราจะเดินหน้าต่อไปได้จะขัดแย้งจะถกเถียงกันต่อ หรือจะเล่นงานกันในเรื่องใดๆก็ตาม ก็ขอให้ใช้ “กฎกติกา” ที่มีอยู่อย่างเคร่งครัดอย่าใช้วิธีนอกกติกา อย่าใช้ความรุนแรง อย่าใช้วิธีเผชิญหน้า อันจะนำไปสู่การปะทะของฝ่ายที่ขัดแย้ง ซึ่งจะกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ทำให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารขึ้นมาอีกได้โดยเด็ดขาดสำหรับฝ่าย “สีนํ้าเงิน” หรือฝ่าย “2 น.” ที่ดูเหมือนจะได้ชัยชนะในครั้งนี้ เพราะคนดังๆหลุดจากข้อกล่าวหาได้ทั้งหมดผมก็ขอฝากไว้ด้วยเช่นกันว่าท่านต้องไปคิดด้วยนะครับว่าทำไมคะแนนนิยมของท่านจึงลดลงอย่างรวดเร็ว...และทำไมเมื่อเกิดกรณี “ฮั้ว สว.” ขึ้น...กองเชียร์ฝ่ายขวาจำนวนมากซึ่งเคยนิยมท่าน จึงเปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหันอาจไม่ถึงขั้นรังเกียจหรือจะขับไล่ไสส่งในทันทีทันใด...แต่ก็เกิดความไม่ไว้ใจขึ้นมา อย่างชนิดที่พวกท่านควรจะรู้ตัวและระมัดระวังไว้จะเป็นเพราะกรณีตัวอย่างเหล่านี้...เช่น“บุรีรัมย์” ทำได้ทุกอย่าง หรือใครใกล้ชิด “บุรีรัมย์” มักได้ผลตอบแทนสูงๆ รวมถึงกรณี ป.ป.ช.ยกคำร้องคดีซุกหุ้น และบัญชีทรัพย์สินให้แกนนำพรรคสีนํ้าเงินคนหนึ่ง ฯลฯ หรือไม่?อย่าลืมว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่รังเกียจการเล่นพวก, รังเกียจการใช้อิทธิพลช่วยเหลือพวกพ้องอย่างออกหน้าออกตาโดยแจ้งชัด...ดังนั้น การกระทำใดๆก็ตามที่ทำให้สงสัยว่าจะเล่นพวกจะใช้อิทธิพลเพื่อเกื้อกูลคนของตนเองมากกว่าคนอื่นๆ จึงโดนสังคมตั้งแง่อยู่เสมอๆครับ! ผมก็ขอฝากคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายไว้สำหรับผลข้างเคียงหรือผลสืบเนื่องที่อาจจะเกิดขึ้นจากการแถลงมติของ กกต.ในเรื่อง “ฮั้ว สว.” เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งถ้าเป็นไปตามนี้ก็ถือว่าช่วยลดความวิตกกังวลต่างๆไปได้อย่างมากขอบคุณที่ช่วยกัน “รักษา” และ “พัฒนา” ระบอบประชาธิปไตยของเราให้ “ยั่งยืน” ไปตราบนานเท่านานนะครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม