บิ๊กราญ-อธิบดีกรมการปกครอง สนธิกำลังบุกจับหนุ่มใหญ่มังกรจีนหนีคดีฆ่าจากบ้านเกิดมากบดานในไทยนานกว่า 30 ปี สวมสิทธิชาวกะเหรี่ยงออกบัตรประชาชนไทยที่ อ.พบพระ จ.ตาก ก่อนมาเปิดบริษัททำธุรกิจทัวร์ครบวงจรในเมืองพัทยาจนรวยอู้ฟู่ มีชื่อเป็นเจ้าของ 5 บริษัททุนจดทะเบียนรวมกว่า 89 ล้านบาท ตรวจยึดทรัพย์สินเกือบร้อยล้านบาท เตรียมถอนสัญชาติไทยก่อนเนรเทศกลับไปดำเนินคดีที่จีน พร้อมขยายผลดำเนินคดีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสวมบัตร สั่งขุดรากถอนโคนให้สิ้นซากปฏิบัติการบุกจับหนุ่มใหญ่มังกรจีนหนีคดีฆ่าจากบ้านเกิดมาสวมบัตรประชาชนทำธุรกิจในไทยจนรวยอู้ฟู่รายนี้เปิดเผย เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 13 ก.ย. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. นายนฤชา โฆษา ศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นำกำลังตำรวจ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียนกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E. พร้อมหมายจับจากศาลจังหวัดพัทยา เข้าจับกุมนายสุชาติ สุรชัย หรือนายซู จื้อซาน อายุ 67 ปี ชาวจีน ที่บ้านเลขที่ 222/148 หมู่บ้านสิริศา 16 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังพบหลักฐานการสวมสิทธิทำบัตรประชาชนไทยก่อนเข้ามาประกอบธุรกิจทัวร์ครบวงจรในไทยนานเกือบ 40 ปีและยังพบประวัติก่อคดีอาชญากรรมร้ายแรงในประเทศจีนจนถูกหมายจับ อินเตอร์โพลจากการสืบสวนสอบสวนข้อมูลเชิงลึกพบว่านายซูเคยก่อคดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาที่เมืองไท่โจว มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนจะถูกทางการจีนออกหมายจับเมื่อวันที่ 9 ม.ค.1990 (พ.ศ.2533) หรือเมื่อ 36 ปีก่อน ต่อมาตำรวจสากลออกหมายแดงอินเตอร์โพล ขณะที่เจ้าตัวหลบหนีออกไปประเทศเมียนมา ก่อนลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศไทย กระทั่งในปี พ.ศ.2544 ไปสวมสิทธิชาวกะเหรี่ยงที่ อ.พบพระ จ.ตาก จ่ายค่าดำเนินการไป 50,000 บาท จนมีบัตรประชาชนไทยชื่อนายสุชาติ สุรชัยจากนั้นเริ่มมาประกอบธุรกิจในพื้นที่เมืองพัทยา มีชื่อเป็นเจ้าของบริษัททั้งหมด 5 บริษัท ประกอบธุรกิจทัวร์แบบครบวงจรทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ และธุรกิจต่างๆที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ใช้ทุนจดทะเบียนบริษัทรวมกว่า 89 ล้านบาท รวมระยะเวลาการประกอบธุรกิจกว่า 30 ปี ระหว่างที่เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยได้จดทะเบียนสมรสกับ น.ส.หยุนฮัว เหริน ที่ อ.บางละมุง วันที่ 12 พ.ย.2533 ต่อมามีลูกแฝดชายหญิงปัจจุบันอายุ 12 ปี ได้สัญชาติไทยทั้ง 2 คน และยังพบประวัติว่าในช่วง 13 ปี มีการย้ายเข้าออกทะเบียนบ้านทั้งหมด 8 ครั้งส่วนการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องนายซูได้ทำวีซ่าเดินทางไปยังบ้านเกิดประเทศจีน ทางการจีนตรวจพบเอกสารมีความผิดปกติเนื่องจากนายซูเป็นประชาชน พลเมืองจีนมาก่อน แต่กลับได้สัญชาติไทยอย่างมีนัยสำคัญ มีการสืบสวนจนพบว่ามีประวัติฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา สถานทูตจีนประสานกระทรวงมหาดไทยให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน จนกระทั่งศูนย์ต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน DOPA N.I.C.E. พบว่านายซูสวมสิทธิชาวกะเหรี่ยงไปออกบัตรประชาชน จึงมีคำสั่งให้ นอภ.บางละมุง แจ้งความตำรวจ สภ.บางละมุง ไปขออนุมัติศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับในความผิดฐานแจ้งเอกสารอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานราชการ (บัตรประชาชนปลอม) ก่อนเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าวจากการตรวจสอบบริเวณบ้านผู้ต้องหามีเนื้อที่ประมาณ 90 ตารางวา หลังบ้านดัดแปลงสระว่ายน้ำทำเป็นห้องลับขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน ภายในห้องเก็บวัตถุโบราณและพระเครื่องจำนวนมาก ตำรวจยึดไว้ตรวจสอบทั้งหมด พร้อมทั้งยึดทรัพย์สินหลายรายการ อาทิ โฉนดที่ดิน 11 แปลง เนื้อที่รวม 10 ไร่ แต่ละที่อยู่ในทำเลทองใจกลางเมืองพัทยาและรถยนต์ 6 คัน รวมมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาทนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เผยว่า หลังจับกุมนายซูได้ถอดถอนสัญชาติไทย รวมถึงลูกแฝดทั้ง 2 คนที่ได้สัญชาติไทยก่อนหน้านี้ด้วย และเตรียมบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.การเนรเทศ พ.ศ.2499 ที่เปลี่ยนมาเป็นกฎหมายหลัก และมีการประกาศใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเนรเทศ พ.ศ.2569 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 28 ส.ค.69 เพื่อเพิ่มมาตรการเด็ดขาดในการจัดการกับชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำผิดในประเทศ ไทย อีกทั้งเตรียมขยายผลตรวจสอบอย่างเข้มข้นกรณีมีการออกบัตรประชาชนให้ชาวจีนรายนี้ จะมีคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก ต้องตรวจสอบแบบขุดรากถอนโคน นอกจากนี้ข้อมูลเชิงลึกยังพบว่ามีบุคคลต่างชาติในลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย กระทรวงมหาดไทยจะร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติกวาดล้างให้สิ้นซากต่อไปพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า คดีที่ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นในประเทศจีนเมื่อ 36 ปีก่อนยังไม่หมดอายุความ ทางการไทยเร่งรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีที่กระทำผิดในไทยก่อนจะส่งตัวกลับไปให้ทางการจีนดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้จะมีการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมทั้งยึดทรัพย์รวมมูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการกวาดล้างเครือข่ายนอมินีอย่างจริงจังเพื่อนำผลประโยชน์และทรัพย์สินกลับคืนสู่แผ่นดินไทยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่