ถ้าไม่ส่ง…กกต.ต้องรับผิดชอบอย่างหนัก ศ.พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและอดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ปี 2550 ที่เป็นฉบับถูกปฏิวัติรัฐประหารล้มล้างไปแล้ว ชี้ให้เห็นถึง อนาคตประเทศไทยภายใต้เสาหลักนิติธรรมกำลังถูกทดสอบครั้งใหญ่ 14 ก.ย.69 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมชี้คดีฮั้ว สว. 229 คนส่งศาลฎีกาหรือไม่พร้อมขยายความว่าจะมีกระบวนการทุกฝ่ายรุม กกต.ทำหน้าที่ผิด รธน. มาตรา 215 วรรค 1 ที่ระบุถึงองค์กรอิสระ รวมถึง กกต. “ต้องมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตาม รธน.และกฎหมาย” ฉะนั้นถ้า กกต.ถูกสังคมมองเห็นว่าไม่เป็นอิสระ รับใบสั่งใครมาหรือไม่หรือ กกต.เป็นอิสระ แต่ทำหน้าที่ไม่เป็นไปตาม รธน.มาตรา 226 ที่ควรส่งผู้สมัคร สว.รอบนี้ ที่มีพยานหลักฐาน “อันควรเชื่อว่ากระทำอันไม่สุจริต” รวมถึงคนที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจกกต.ต้องส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาว่าผิดจริงหรือไม่ถ้าผิดจริงก็สั่งให้พ้นจากตำแหน่งตั้งแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ถ้า กกต.ไม่ทำในสิ่งที่สังคมมองเห็นท่วมท้นว่า เฮ้ยมันแปลก เช่นนั้นจะโดนคล้ายลูกกระสุนตกมาที่ กกต. ขอย้ำจะเจอทั้ง “ทำหน้าที่ไม่อิสระ” ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปโดย “สุจริต-เที่ยงธรรม” ตาม รธน. มาตรา 224“ถ้า กกต.ไม่ทำหน้าที่ ทั้งๆที่มีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัคร สว.ทำการฮั้ว ส่งคนเข้าไปลงคะแนน โดยไม่ลงให้ตัวเอง กกต.ช่วยให้ผู้สมัคร สว.รอบนี้ที่ไม่สุจริตรอดพ้นพอสั่งยุติเรื่อง เพราะไม่มีมูล สว.ทั้งหลายลอยนวล กระสุนมาตกที่ กกต. กลุ่มคนจะไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องให้ศาล รธน.ว่า ฝ่าฝืน รธน. ไม่เป็นอิสระ ไม่สุจริต—เที่ยงธรรมผลขั้นแรก ศาล รธน.อาจวินิจฉัย กกต.ผิดจริง คราวนี้ไม่ใช่แค่ตัดสิทธิพวก สว. แต่ล้มเลือก สว. ที่ขัด รธน. เลือก สว.เป็นโมฆะ จัดเลือก สว.ใหม่ แล้ว กกต.จะอยู่ได้ไหมคดีกล่าวหา กกต.ยังอยู่ที่ศาล รธน. 1 คดี ตาม รธน. 224 วรรค 1 วงเล็บ 2 เรื่องนี้ใหญ่ ศาล รธน.ผลีผลามไม่ได้ แต่พยานหลักฐานอาจไม่ชัด ถ้ามาเจอดอกนี้ ผมว่าน่าเป็นห่วง”ถ้าผมเป็น กกต.จะส่งคดีที่ผู้สมัคร สว.ถูกกล่าวหาไปให้ศาลฎีกา บาปเคราะห์ตกแก่ผู้สมัครที่ไม่สุจริต กกต. คล้ายๆจะลอยนวล ฉะนั้นถ้าวิเคราะห์แบบนี้เชื่อว่า 14 ก.ย. กกต.ต้องส่งเรื่องผู้สมัครที่มีพฤติกรรมไม่สุจริตให้ศาลฎีกา เพื่อพิจารณาให้พ้นจากตำแหน่งแน่นอนอย่าหวังว่าจะส่ง 229 คนแบบที่ฝ่ายค้านขึ้นป้ายเอาไว้ คงเลือกรายที่มีหลักฐานชัดเจนสัก 20-30 คน ส่วนที่เหลือหลักฐานไม่ชัดเจน ตีตก แบบนี้จะโทษ กกต.ว่าไม่ทำหน้าที่ก็ไม่ถนัดนัก คิดว่าหวยจะออกแบบนี้แต่ไม่มีโอกาสยุบวุฒิสภาทั้งระบบและจัดการเลือก สว.ใหม่อีกรอบ เพราะศาลฎีกา ศาลปกครองสูงสุด ไม่มีอำนาจส่งให้เลือก สว.เป็นโมฆะ เพราะขัด รธน. และเป็นอำนาจหน้าที่ของศาล รธน.เฟ้นเฉพาะผู้ที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าประมาณ 30-40 คน ศ.พิเศษ จรัญ บอกว่า เท่าที่ผมเดา เพราะไม่เห็นพยานหลักฐาน ไม่เห็นสำนวน กี่คนไปพูดตายตัวไม่ได้ แต่ทางออกของ กกต.จะต้องออกแบบนี้ฉะนั้นแนวที่เป็นประโยชน์กับ กกต.มากที่สุด กกต.น่าจะรับฟังอย่างดี แต่ไม่ใช่เอาทั้ง 229 คนที่ถูกกล่าวหา ต้องทำหน้าที่กรองรอบแรก โดยมีพยานหลักฐานอันควรเชื่อ ส่งหมด ไม่ต้องไปฟังหน้าอินทร์หน้าพรหมนี่เป็นทางรอด กกต.และทางรอดประเทศไทยสมมติเลวร้ายสุด กกต.ส่งผู้ถูกกล่าวหาที่ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ 229 คน ที่มีชื่อใน ครม. และ สว. ส่งศาลฎีกา รธน. มาตรา 226 วรรค 5 ระบุให้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันทีที่ศาลรับเรื่อง ศ.พิเศษ จรัญ บอกว่า รธน.ระบุชัดศาลฎีกาสั่งรับปุ๊บ หยุดปฏิบัติหน้าที่ปั๊บกลุ่ม สว. สมมติ 138 คนโดนทั้งหมด สว.ที่เหลือมีไม่ถึงครึ่ง ต้องรอให้ศาลฎีกาพิพากษาว่าผิดจริง สว.พ้นจากตำแหน่งย้อนหลังไปตั้งแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ สว. สำรองในบัญชีแต่ละกลุ่มก็ขึ้นตามสาย เว้นแต่ สว.สำรองอยู่ในรายชื่อ 229 คนด้วยส่วน สส.ที่เป็นรัฐมนตรีจะมีสักกี่คนที่มีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจกับการฮั้ว สว.ของผู้สมัครคนใดคนหนึ่ง เมื่อโดนด้วยจะส่งให้ศาล รธน.วินิจฉัยแล้วหยุดปฏิบัติหน้าที่ในฐานะตำแหน่งนั้น ตาม รธน. มาตรา 226 วรรค 5 ระบุไม่กระจ่างนัก แต่หลักการเป็นแนวนี้ฉะนั้นศาลฎีกาต้องพิจารณาให้เร็ว เพราะสถานการณ์บ้านเมืองปล่อยให้ว่างเว้นอำนาจในนิติบัญญัติและบริหารอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าพยานหลักฐานไม่ชัดเจนเพียงพอ ไม่ผิดก็บริสุทธิ์ เป็นต่อไปได้สบายทั้ง สว. และ กกต.กรณีนี้ถ้าหลุด สส.ที่เป็นรัฐมนตรี มีรายชื่อที่เป็นนายกฯ ด้วย เมื่อหลุดจากตำแหน่งต้องเปลี่ยนรัฐบาล ศ.พิเศษ จรัญ บอกว่า อย่าเพิ่งไปถึงนายกฯ ถ้าเป็น สส.เขตก็เลือกตั้งซ่อม สส.บัญชีรายชื่อก็เลื่อนบัญชีขึ้นไปประเด็นคือ มีรายชื่อนายกฯด้วย ศ.พิเศษ จรัญ บอกว่า ฝ่ายผู้กล่าวหาเมื่อมีแง่มุมทางกฎหมายต้องเอาสุดขีด ถ้ากรณีนายกฯ โดนด้วย เฉพาะหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีปัญหา รองนายกฯปฏิบัติหน้าที่แทนเหมือนที่นายกฯ ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่หลายคนแล้ว ไม่มีปัญหาหากศาลฎีกาพิพากษาผิดจริง ครม.ไปทั้งคณะ“เขายังอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ ไม่มีแวคคิวอัม ออฟ เพาเวอร์ (Vacuum of Power สุญญากาศแห่งอำนาจ) เหมือนกัน ถ้าในสภาฯยังเกาะกันได้อยู่ก็ทำ MOA เสนอนายกฯคนใหม่มันไม่ถึงทางตัน แต่คาดว่าพอนายกฯหลุดปั๊บ สภาฯเปลี่ยนขั้ว พลิกขั้วทันที ถึงต้องมีบัญชีรายชื่อนายกฯคนที่ 2 มีชื่อย่ออย่างนั้นอย่างนี้ เขาเก็งไปไกล คนอ่านเกมมองทะลุทะลวง”แต่ในความเห็นส่วนตัวดูจากกฎหมาย ติดตามข่าวสารบ้านเมืองที่เปิดเผยข้อกล่าวหาและหลักฐาน ยังไปไม่ถึง ฉะนั้นปัญหาใหญ่ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองในทางกฎหมายยังไม่น่ากังวลเมื่อการเมืองตามระบบไม่ถึงทางตัน ถ้า กกต.ส่งคดีฮั้ว สว. 229 คนถึงมือศาลฎีกา แต่สถานการณ์วิกฤติองค์กรอิสระ สังคมเริ่มให้แก้ไข รธน.ในประเด็นที่มาของ สว. แต่ประชามติร่าง รธน.ฉบับใหม่ผ่านแล้ว ฉะนั้นจะแก้ รธน.รายมาตราเฉพาะที่มาของ สว.ก่อน หรือเร่งแก้ รธน. นำไปสู่ร่าง รธน. ใหม่ ศ.พิเศษ จรัญ บอกว่า......ระยะแรกแก้มาตรา 256/1 เพิ่มขึ้นเปิดช่องทางใหม่นำไปสู่จัดทำ รธน.ฉบับใหม่ โดยต้องทำให้ฉบับแรกผ่าน ตั้งที่มาของผู้มายกร่าง ยังเถียงไม่ตกผลึกจะใช้สูตรไหน และเมื่อผ่านรัฐสภาแล้ว ต้องทำประชามติอีก หมด อายุสภาผู้แทนราษฎรก่อน ปี 72-73 เสร็จหรือไม่ เสร็จแล้วต้องทำประชา มติรอบสุดท้ายอีกขณะที่แก้มาตราเดียวในประเด็นองค์กรอิสระ ก็ต้องใช้เวลา ตามกระบวนการต้องผ่านประชามติ ผ่านการตรวจสอบของศาล รธน. ไปแก้เรื่องนี้แล้วไปฟาดศาล รธน. ท่านจะไปเห็นชอบได้อย่างไร เพราะไม่ได้วางแผนหาเส้นทางที่ทำให้สำเร็จ จึงมองว่ายังเป็นระยะยาวมากๆฉะนั้นถ้าไม่แก้ รธน. ควรแก้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ออกอนุบัญญัติเลือกกันเองให้รัดกุม นำบรรทัดฐานคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องพฤติกรรมที่ไม่สุจริตมาปิดช่องโหว่ จัดทำใหม่ในวาระที่เลือก สว.ครั้งต่อไปและควรแก้ รธน.รายมาตราคู่ขนาน นำร่องที่ กกต.หรือ ป.ป.ช. หรือที่มาของ สว. ถ้าให้ผมเลือกที่มีปัญหาน้อยที่สุด คือ ผสมครึ่งหนึ่งมาจากเลือก สว. จังหวัดละ 1 คน และสรรหาในระบบที่ดี 77 คน สว. จำนวน 154 คนกำลังดีชนวนร้อนทั้งคดีฮั้ว สว. 229 คนที่ถูกกล่าวหา คดีกล่าวหา กกต. ในชั้นศาล รธน. ประเด็นแก้ไข รธน. โดยเฉพาะที่มา สว.อีก 3 ปีครบวาระเลือกใหม่ ถ้าใช้กติกาเดิมอยู่จะเกิดปัญหาเดิมๆอีก ศ.พิเศษ จรัญ บอกว่า ถึงเกิดกระแส 3 พลัง คือ ม็อบ-ศาล-อำนาจที่ 3 อีกหนึ่งพลังร่วมกันไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นอีก ทำให้ประเทศแย่ยิ่งกว่าเดิม หมุนกลับไปสู่วงจรอุบาทว์ ประเทศตกอยู่ระหว่างเขาควายคือ ซ้ายกับขวา ถอยหลัง 20 ปี ภาวะชะงักงันการลงทุน เสื่อมถอยด้านการแข่งขันฉะนั้นการทำให้เกิดองค์ประกอบแบบนั้นเกิดขึ้นคือ เชื้อเชิญ…ออกบัตรเชิญให้ปฏิวัติรัฐประหาร.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม