เนื่องในโอกาสเปิดการประชุมสมัชชา ใหญ่สหประชาชาติ ที่นครนิวยอร์กในวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา นายปีเตอร์ หลัน ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย ได้ร่วมฝากความคิดเห็นมาในโอกาสสำคัญของแวดวงระหว่างประเทศครั้งนี้โดย ผอ.หลันมองว่า ระเบียบโลกที่ยึดตามกติกากำลังเผชิญกับความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยมหาอำนาจ อำนาจนิยมบางประเทศพยายามบ่อนทำลายหลักการและกลไกทางกฎหมายที่มีอยู่เดิม และปรับเปลี่ยนบรรทัดฐานระหว่างประเทศขึ้นใหม่เพื่อผลประโยชน์ของตน ความท้าทายดังกล่าวนับวันยิ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและสันติภาพทางภูมิรัฐศาสตร์สำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไต้หวันกับไทย ยังคงเน้นย้ำถึงประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมจาก “การสื่อสาร” (Communication) “ผลประโยชน์ร่วมกัน” (Mutualism) และ “โอกาส” (Opportunity)ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานโลกกำลังปรับโครงสร้าง ไทยซึ่งมีความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อมด้านการลงทุน จึงกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของภาคธุรกิจไต้หวันในการขยายการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตั้งแต่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว เทคโนโลยีขั้นสูงของ ไต้หวันมีความสอดคล้องอย่างยิ่งต่อเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยภายใต้การนำของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลไต้หวันยังคงเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือและวางใจ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันควรที่ไทยจะเปิดใจและร่วมมือกับไต้หวัน เมื่อมองสู่ระดับภาพรวมของโลก ประชาคมโลกกำลังอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญ และไต้หวันถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญของ “โลกเสรี”ช่องแคบไต้หวันเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่มีการสัญจรหนาแน่นที่สุดในโลก และยังเป็นเส้นทางสายสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลกอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากถ้อยแถลงที่เกี่ยวข้องของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) รวมถึงถ้อยแถลงที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสุดยอดผู้นำของญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของไต้หวันต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของโลก.ตุ๊ ปากเกร็ดชคลิกอ่านคอลัมน์ “หน้าต่างโลก” เพิ่มเติม