40 สส.ฝ่ายค้านรุมกระหน่ำงบฯ มท. 6 ชม. ถล่มยับจัดซื้อแพงเว่อร์ ส่อทุจริต ล็อกสเปกพรึบ “กิตติพงษ์” บี้เสื้อเกราะกรมการปกครองแพงลิบตัวละ 4.6 หมื่นบาท เทียบ กอ.รมน.สเปกเดียวกัน 3.1 หมื่นบาท ฟาดส่วนต่าง 1.5 หมื่นบาท “อิทธิพล” ปูด อปท.ฮั้วเสาไฟโซลาร์เซลล์ ผ่านบัญชีนวัตกรรมไทยล็อกสเปกถูก ก.ม.สูงเว่อร์ต้นละ 6-7 หมื่นบาท แพงกว่าปกติ 4-10 เท่า “ไอซ์” แตะว่าที่อธิบดีดีเอสไอ แซะ ขรก.ไม่ขายตัว ไม่ขายวิญญาณรับใช้ระบอบสีน้ำเงินจะโดนไล่ล่า เด็ก ภท.ฮือประท้วงสกัดโยงฮั้ว สว. “ลิซ่า” ขู่แฉชื่อเด็กนายนับสิบทุจริตสอบ สถ. ท้า “พิพัฒน์” พิสูจน์อย่าตัดตอน แฉ กกต.ส่งซิกให้รัฐบาลปกป้อง ยื้อวาระงบฯเบียดวาระรายงาน กกต. ชำแหละงบฯปี 70 วันที่สามจบไม่ลง ลากต่อเป็นวันที่สี่ “โต้ง” ปัดถ่วงเวลา แต่ สส.อภิปรายกันเยอะ “อัครเดช” ฉะ “เท้ง” ปลุกม็อบกดดัน กกต.ไม่เหมาะสมการประชุมสภาฯพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 เป็นวันที่สาม สส.ฝ่ายค้านพร้อมใจกันอภิปรายชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ส่อทุจริต ล็อกสเปกในการจัดซื้อจัดจ้างหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย อาทิ กรมการปกครองซื้อเสื้อเกราะราคาสูงลิ่วตัวละ 4.6 หมื่นบาท หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซื้อเสาไฟโซลาร์เซลล์แพงเว่อร์ต้นละ 6-7 หมื่นจากราคาปกติ 4-10 เท่าจับผิด มท.ซื้อซอฟต์แวร์ 100 ล้านเมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 9 ก.ย.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 เป็นวันที่สาม มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เริ่มต้นพิจารณามาตรา 20 กระทรวงมหาดไทย วงเงิน 226,929 ล้านบาท สส.พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายพุ่งเป้าการจัดซื้อจัดจ้างของกระทรวงมหาดไทย (มท.) หลายโครงการราคาแพงเกินจริง ล็อกสเปกเอื้อประโยชน์เอกชนบางราย จัดทำโครงการไม่คุ้มค่าซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น อาทิ น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า ขอเสนอตัดงบโครงการจัดหาระบบวิเคราะห์และสำเนาข้อมูลโทรศัพท์มือถือเพื่อพิสูจน์หลักฐานดิจิทัลวงเงิน 100 ล้านบาท ของกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือนำมาใช้เป็นหลักฐาน แต่ไม่สามารถชี้แจงได้ว่าซอฟต์แวร์ที่จะซื้อคือผลิตภัณฑ์อะไร แต่กำหนดราคากลางมาแล้ว 100 ล้านบาท สืบราคาจาก 2 บริษัท บริษัทแรกมีรายได้ 0 บาทแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัทที่ 2 มีรายได้ 480,000 บาท ทั้งที่โครงการวงเงิน 100 ล้านบาท คำว่า“ฮั้ว”อ่อนไหวต่อความรู้สึกคนบางกลุ่ม รวมถึงความซ้ำซ้อนปัจจุบันตำรวจมีการตรวจข้อมูลจากโทรศัพท์อยู่แล้ว ต่างคนต่างซื้อคนจ่ายคือประชาชนแฉพิรุธเสื้อเกราะแพงเว่อร์ 4.6 หมื่นน.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. อภิปรายว่า กรมการปกครองของบซื้อเสื้อเกราะกันกระสุน 14,814 ตัว วงเงิน 482.8 ล้านบาท ได้แก่ เสื้อเกราะสำหรับกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน 4,977 ตัว ตัวละ 46,000 บาท วงเงิน 228.9 ล้านบาท สำหรับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน 1,200 ตัว ตัวละ 46,000 บาท วงเงิน 55.2 ล้านบาท และเสื้อคออ่อนระดับ 3A 8,637 ตัว ตัวละ 23,000 บาท วงเงิน 198 ล้านบาท ไม่ได้ติดขัดจัดหาเสื้อเกราะให้เจ้าหน้าที่ แต่ติดใจราคาตัวละ 46,000 บาท ขณะที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซื้อสเปกเดียวกันตัวละ 31,000 บาท มีส่วนต่าง 15,000 บาท สเปกเดียวกันแต่หน่วยงานต่างกันราคาต่างกัน ตั้งข้อสังเกตว่าหนึ่งในบริษัทที่หน่วยงานไปสืบราคาจัดซื้อมา ขายเสื้อนักเรียนรายได้ทั้งปีรวมกันแค่ 12,000 บาท แต่เสนอใบเสนอราคามาเป็นขายเสื้อเกราะตัวละ 46,000 บาท เสื้อเกราะ 1 ตัวมูลค่าสูงกว่ารายได้บริษัททั้งปีเผย 3 จังหวัดมุบมิบจัดซื้อเก้าอี้นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สส.กทม. พรรคปชน. อภิปรายว่า สำนักปลัดกระทรวงมหาดไทยจัดซื้อเก้าอี้ 11 จังหวัด 1,041 ตัว วงเงิน 6 ล้านบาท มีข้อสังเกตอยู่ 3 โครงการ ได้แก่ 1.จ.ลำพูน จัดซื้อ 205 ตัว แบ่งเป็น 2 ห้องเก้าอี้นั่งทั่วไปห้องปฏิบัติการ 46 ตัว ตัวละ 12,000 บาท และห้องประชุมจามเทวี 80 ตัว ตัวละ 19,500 บาท 2.จ.แพร่ ซื้อเก้าอี้ที่ศาลากลางจังหวัดแห่งใหม่ ใน 2 ห้องคือ ห้องจดหมายเหตุ ซื้อเก้าอี้แบบประธาน 3 ตัว ตัวละ 6,600 บาท และห้องเวียงโกศัย ซื้อเก้าอี้ประธานแบบเดียวกัน ตัวละ 5,000 บาท นอกจากนี้ยังจัดซื้อเก้าอี้ทั่วไป ห้องจดหมายเหตุซื้อตัวละ 3,000 บาท ทั้งหมด 164 ตัว แต่ห้องเวียงโกศัย ซื้อ 64 ตัว ราคาตัวละ 2,270 บาท 3.จ.อ่างทอง จัดซื้อเก้าอี้แบบประธาน 3 ห้องคือ ห้องป่าโมก ตัวละ 4,000 บาท ห้องโพธิ์ทอง ตัวละ 4,500 บาท ห้องสามโก้ ซื้อตัวละ 3,800 บาท ส่วนเก้าอี้ทั่วไป ห้องป่าโมกซื้อ 2,800 บาท ห้องโพธิ์ทองซื้อ 2,900 บาท ห้องสามโก้ซื้อ 2,600 บาท การจัดซื้อเกิดขึ้นในศาลากลางจังหวัดเดียวกัน แต่ทำไมจัดซื้อราคาต่างกัน มท.คือกระทรวงมหาดไทย แต่ถ้าจัดงบแบบนี้ มท.จะกลายเป็น “มุบมิบทุกรายการทุกเม็ด”เสาไฟโซลาร์เซลล์แพงลิ่ว 10 เท่านายอิทธิพล ชลธารศิริ สส.ขอนแก่น พรรคปชน.อภิปรายว่า โครงการเสาไฟโซลาร์เซลล์ ผ่านบัญชีนวัตกรรมไทยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีราคาแพงผิดปกติ 4-10 เท่าของราคาที่จัดซื้อ เปิดช่องการล็อกสเปกอย่างถูกกฎหมาย เสาไฟมีหน้าที่ส่องถนน แต่วันนี้เราต้องมาส่องเสาไฟกันบ้าง อปท.หลายแห่งตั้งโครงการจัดซื้อเสาไฟโซลาร์เซลล์ตามบัญชีนวัตกรรมไทย ต้นละ 6-7 หมื่นบาท เทียบราคาที่ อปท.เคยจัดซื้อตามปกติ อยู่ที่ 6,900-16,500 บาทต่อต้น ต้นตอปัญหาไม่ได้อยู่ที่เสาไฟ แต่อยู่ที่กลไกบัญชีนวัตกรรมไทยที่เปิดช่องให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างสินค้าในราคาที่ตั้งไว้ล่วงหน้าไม่ต้องแข่งขัน ป.ป.ช.เคยเตือนตั้งแต่ปี 67 ว่า เป็นช่องว่างทางกฎหมายนำไปสู่ตลาดผู้ขายผูกขาด การทุจริตเชิงนโยบาย เอื้อประโยชน์ผู้ขายรายใดโดยเฉพาะ สตง.เคยตรวจสอบเสาไฟโซลาร์เซลล์ท้องถิ่น ตามบัญชีนวัตกรรมไทย พบราคาแพงเกินจริง วิธีฮั้วตามบัญชีนวัตกรรมไทยคือเซลส์จะนำสินค้าไปเสนอนายก อบต. เซลส์บางรายไปถ่ายรูปคู่นายก อบต.เป็นหลักฐานว่าจองสินค้าไว้แล้ว รายอื่นห้ามเข้ามา จากนั้นจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ต้องแข่งขันราคา จบที่ราคาเต็มเพดาน ตามราคานวัตกรรมล็อกสเปกกันสบายๆ ส่วนต่าง 4-10 เท่า แตกย่อยให้ใครระหว่างทางหรือไม่อึ้งงบ “อบรม” มท.เกือบพันล้านต่อมาเวลา 12.00 น. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.อภิปรายว่า กระทรวงมท.ถูก กมธ.ตัดลดงบกว่า 900 ล้านบาท แต่แปลกใจกรมการพัฒนาชุมชนไม่โดนตัดสักบาทได้รับ 2,600 ล้านบาทเศษ เป็นงบฝึกอบรม 996 ล้านบาท เห็นตัวเลขแล้วตกใจคิดเป็น 86% ของงบอบรมและสัมมนาของกระทรวงทั้งก้อน เหตุใดกรมพัฒนาชุมชน ถือครองโครงการฝึกอบรมใหญ่สุดในกระทรวง ต้องการใช้งบอบรมเป็นเครื่องมือหลักในการลงพื้นที่มากกว่าการพัฒนาคนในชุมชนหรือไม่ ส่วนคนที่ผ่านการอบรมกับกรมพัฒนาชุมชน 520,472 ที่นั่งในปีเดียว เป็นคนอยู่ในพื้นที่ชุมชนจริงๆหรือซ้ำกันไปมาหรือไม่ และกิจกรรมต่างๆเหล่านี้ บางครั้งจะมีแฝง บอกเป็นการอบรมสัมมนาแต่จริงๆ ไม่ใช่อดทนไม่ไหวกับงบฯเหล่านี้ว่าใครได้ประโยชน์ถกงบ มท.มาราธอนทะลุ 4 ชม.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพิจารณางบฯกระทรวงมหาดไทย ได้รับความสนใจจาก กมธ.และ สส.เข้าชื่อขออภิปราย 40 คน ทำให้กินเวลายาวนานแบบมาราธอน ผ่านไป 4 ชั่วโมงตั้งแต่เวลา 09.30 น. กระทั่งเวลา 13.30 น. ยังเหลือ สส.อีกร่วม 20 คนยังไม่ได้อภิปราย จนนายพิชญุตม์ พอจิต สส.อุตรดิตถ์ พรรค ภท.หารือขอให้ประธานที่ประชุมปิดลงชื่อไม่ให้มีสมาชิกมาเข้าชื่อขออภิปรายเพิ่มเติมอีก เกรงว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 จะยืดเยื้อไม่เสร็จใน 3 วัน ตามที่ตกลงกันไว้ แต่ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ ประธานที่ประชุมขอให้ที่ประชุมวิป 2 ฝ่าย ไปหารือกันเองห่วงอำนาจรัฐอ่อนแอยาเสพติดลามจากนั้นช่วงบ่าย สส.อภิปรายเรื่องงบแก้ปัญหายาเสพติด โดยแสดงความเป็นห่วงเรื่องยาบ้าระบาด โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายขอปรับลดงบประมาณกระทรวงมหาดไทย 20,000 ล้านบาท โดยระบุถึงปัญหายาเสพติดที่มี 4 หน่วยงานรับผิดชอบคือ สำนักงานปลัดกระทรวง มท. กรมการปกครอง กรมพัฒนาชุมชนและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ในอดีตที่เคยประสบความสำเร็จแก้ปัญหายาเสพติด เนื่องจากผู้ว่าฯ นายอำเภอ ตำรวจ นายก อบจ.และสาธารณสุข ทำงานร่วมกัน แต่วันหนึ่ง คนกลุ่มนี้กลับเป็นไม้ค้ำยันให้นักค้ายาเสพติด ไม่ทนต่ออิทธิพลของเงิน แม้จะสร้างวาทกรรมชุมชนเข้มแข็ง แต่ในทางปฏิบัติชุมชนอ่อนแอ โดยเฉพาะชุมชนชายแดน การฟื้นฟูสภาพทางสังคมจึงมีความสำคัญมากในการแก้ปัญหายาเสพติดถกมาราธอน 6 ชม.ผ่านงบฯ มท.ขณะที่นายอนุรักษ์ จุรีมาศ สส.ร้อยเอ็ด พรรคภท. รองประธาน กมธ.ฯ ชี้แจงการจัดซื้อเสื้อเกราะของกรมการปกครองราคาแพงกว่าของ กอ.รมน.ว่า เนื่องจากเสื้อเกราะที่กรมการปกครองจัดซื้อมีน้ำหนักเบากว่า ใช้วัสดุและเทคโนโลยีการผลิตเบากว่า ราคาจึงสูงกว่า ส่วนโครงการจัดหาระบบวิเคราะห์สำเนาข้อมูลโทรศัพท์มือถือพิสูจน์หลักฐานระบบดิจิทัลวงเงิน 100 ล้านบาท ยอดจริงคือ 85.5 ล้านบาท เป็นรายการตรวจพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล ระบบวิเคราะห์ความเชื่อมโยงพยานหลักฐานที่จำเป็น เนื่องจากกรมการปกครองมีหน้าที่ตรวจจับสถานบริการ การพนัน ยาเสพติด ปัญหาค้ามนุษย์ การครอบครองอาวุธปืน ดังนั้นการติดตามและเฝ้าระวังผู้มีอิทธิพล เมื่อพบหลักฐานในโทรศัพท์มือถือระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตรวจจับจะไม่สามารถเก็บข้อมูลได้ เพราะยังไม่มีระบบดังกล่าวของหน่วยงาน จึงต้องจัดหาอุปกรณ์ดังกล่าว จากนั้นที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 20 ด้วยคะแนน 275 เสียง ไม่เห็นด้วย 140 เสียง งดออกเสียง 54 เสียงไม่ลงคะแนน โดยใช้เวลาพิจารณายาวนานร่วม 6 ชั่วโมง“ไอซ์” แซะดีเอสไอจุดอุณหภูมิระอุ จากนั้นเวลา 16.00 น. เข้าสู่มาตรา 21 กระทรวงยุติธรรม วงเงิน 16,437 ล้านบาท มีการประท้วงตอบโต้กันไปมาในระหว่างที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.อภิปรายถึงโครงการพัฒนาระบบแสดงความสัมพันธ์การทำธุรกรรมทางการเงินและวิเคราะห์เส้นทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษของดีเอสไอวงเงิน 27 ล้านบาท ระบุว่าเป็นการอุดช่องว่างเรื่องที่ดีเอสไอขาดแคลนนักวิเคราะห์เส้นทางการเงิน แต่เป็นห่วงว่าคนจะมากุมบังเหียนดีเอสไอใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าว จะไม่ใช่คนที่ไปยืนกุมเป้าที่สนามบินบุรีรัมย์รอไหว้สวยๆ รับคณะบุคคลที่ถูกกล่าวหาในคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ของ กกต.ที่มีมูลความผิดเรื่องโกง สว.ภท.ประท้วงวุ่นอภิปรายแตะฮั้ว สว.จากนั้น น.ส.รักชนกเปิดภาพสไลด์ประกอบเป็นรูปข้าราชการคนหนึ่งเบลอหน้า ยืนยกมือไหว้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ที่สนามบินบุรีรัมย์ ระบุว่า ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ มีชื่อลือหึ่งว่าจะได้ขึ้นเป็นอธิบดีดีเอสไอ เป็นห่วงว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะได้ใช้ตรงไปตรงมาหรือไม่ เพราะ ร.ต.อ.ปิยะเป็นหนึ่งในคณะอนุกรรมการสอบสวน กกต.ชุดที่ 36 ถ้าได้เป็นอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ เกรงว่าข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยในดีเอสไอ ถ้าใครไม่ขายตัว ขายวิญญาณรับใช้ระบอบสีน้ำเงิน จะโดนไล่ล่าอย่างหนัก ทำให้สส.พรรค ภท.ประท้วงอภิปรายไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงบฯ ขณะที่นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาฯ ประธานการประชุมเตือน น.ส.รักชนกให้ระวังเอ่ยชื่อบุคคลภายนอก ก่อนให้อภิปรายต่อ แต่ถูก สส.พรรค ภท.ประท้วงขัดจังหวะอย่างต่อเนื่อง จนโต้เถียงกันไปมา น.ส.รักชนกตอบโต้ว่า อดทนฟังมาตั้งแต่เช้า บางคนพูดอวยรัฐมนตรี ไม่เกี่ยวการอภิปราย แต่มีมารยาทรับฟัง สิ่งที่อภิปรายบางคีย์เวิร์ดอาจไปกระตุ้นเซ็นเซอร์ที่กระดูกสันหลัง เช่น ระบอบสีน้ำเงิน กกต. ฮั้ว สว. ทำให้ สส.พรรค ภท.ประท้วงอีก ก่อนที่ประธานจะตัดบทให้ผู้อภิปรายคนอื่นขึ้นมาพูดต่อไป หลังสมาชิกอภิปรายครบถ้วน ที่ประชุมลงมติเห็นชอบมาตรา 21 ด้วยคะแนน 279 ต่อ 139 งดออกเสียง 55“อัครเดช” อัด “เท้ง” เดินขบวนกดดัน กกต.นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรค ภท.กล่าวว่า กรณีผู้นำฝ่ายค้านเชิญชวนประชาชนร่วมเดินขบวน แสดงพลังกดดัน กกต.คดีฮั้ว สว. การเคลื่อนไหวลักษณะดังกล่าวไม่ควรเกิดขึ้น เหมาะสมหรือไม่กับสถานะหัวหน้าพรรคการเมืองและผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ เพราะเรื่องอยู่ในกระบวนการกกต.องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การพิจารณาคดีหรือข้อกล่าวหาใดๆ กกต.ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานพยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง กฎหมาย และความยุติธรรม ไม่ควรอยู่บนแรงกดดันจากฝ่ายการเมือง หรือมวลชน ประชาชนต้องตั้งคำถามว่าเหมาะสมหรือไม่ นี่ไม่ใช่การตรวจสอบตามกลไก แต่สร้างแรงกดดันต่อองค์กรอิสระที่กำลังพิจารณาคดีอยู่ สวนทางกับสิ่งที่เคยพูดไว้หรือไม่ แบบนี้เรียกว่าความยุติธรรมหรือ ยิ่งสะท้อนความพยายามสร้างแรงกดดันต่อผลการพิจารณา“ลิซ่า” ขู่แฉชื่อเด็กนายเข้าข่ายโจรชุดกากีช่วงบ่าย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน (ปชน.)โพสต์เฟซบุ๊กถึงเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า เช็กรายชื่อโควตา “เด็กนาย” มีจำนวนหลักสิบที่มีรายชื่อสมัครสอบ แต่ไม่ไปสอบ แต่ได้รับการประกาศบรรจุรับราชการไปแล้วคนกลุ่มนี้ไม่ถูกเพิกถอน เพราะกระดาษคำตอบไม่ถูกแก้ หมายความว่าเด็กนายชั้น 1 ไม่ต้องทำข้อสอบเลยนอนมาได้บรรจุด้วย นี่มันโจรชุดกากีชัดๆน.ส.ภคมนให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เด็กนาย ชั้น 1 หลักสิบรายที่เข้าข่ายมีพฤติกรรมโจรชุดกากีมีในภาคใต้มากที่สุด รองลงมาภาคอีสาน ข้อมูลที่เรามีเป็นข้อมูลที่มั่นใจว่ากองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มี รอดูว่าจะขยายผลไปถึงเด็กนายชั้น 1 หรือไม่ ปปป.และ ป.ป.ช.มีข้อมูลละเอียดเลยว่ารายชื่อเหล่านี้สมัครสอบจากที่ใด ขยายผลได้เลย เพียงแต่กังวลการขยายผลไปสู่เครือข่ายการเมืองจะถูกตัดตอน ถ้าไปไม่ถึงเราจะเปิดเผยให้ประชาชนทราบจี้สอบ ผวจ.นครศรีฯ “พิพัฒน์” อย่าตัดตอนน.ส.ภคมนกลาวต่อว่า การทุจริตสอบภาคใต้ โควตาเด็กนายแทบไม่ต้องจ่ายเงินซื้อเก้าอี้เลย แต่ได้รับการบรรจุ ได้เปิดข้อมูลในที่สาธารณะ จ.นครศรีธรรมราชมีผู้สอบนามสกุลเดียวกับ ผวจ.รอบแรก และรอบต่อมาถอนชื่อบุคคลทั้งสองคนที่สอบผ่านในรอบแรก เท่ากับว่า 2 คนนี้ผ่านบรรจุเข้ามาด้วยการโกง นี่แค่จังหวัดแรกโยงไปถึงผู้ว่าฯได้ จังหวัดอื่นก็มีภาคอีสานมีแต่ภาคใต้เยอะที่สุด เด็กนายเหล่านี้จะโตไปเป็นข้าราชการระดับสูงในหลายกระทรวงของรัฐบาลชุดนี้ วันนี้มีการสอบผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชคนนั้นหรือไม่ ปล่อยให้คนนามสกุลเดียวกันเข้ามาโกงสอบทุจริตท้องถิ่น สถ.และรัฐบาลต้องสืบหาความจริง เมื่อถามว่ามีนักการเมืองอื่นที่ไม่ใช่ผู้ว่าฯหรือไม่ น.ส.ภคมน กล่าวว่า พื้นที่มีเด็กนายมากที่สุดคือภาคใต้ หากสันนิษฐานก่อนหน้านี้ย้อนไป เรามีเลขานุการ รมว.คมนาคมที่ออกไป เมื่อลาออกเรื่องเงียบ เด็กนายเหล่านี้วิ่งเข้าเส้นนี้หมดเลย การจะตัดตอนบุคคลนี้ให้หายไปไม่ได้ ตอนนี้ไม่ได้กล่าวหาว่านายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม เกี่ยวข้อง แต่นายพิพัฒน์เกี่ยวข้องกับเลขาฯที่ลาออกแน่นอน ต้องมีความรับผิดชอบ การพิสูจน์ข้อเท็จจริงไม่ควรตัดตอนบุคคลให้หายไป ข้อเท็จจริงจะหายไปด้วยปูด กกต.ส่งซิกให้ปกป้องจนถึง 14 ก.ย.ต่อมาเวลา 16.00น. ที่รัฐสภา น.ส.ภคมนให้สัมภาษณ์ว่า การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 70 จะจบตามกรอบเป็นไปได้ยากแผนเดิม วันที่ 10 ก.ย.สภาฯจะพิจารณาต่อญัตติ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อด้วยรายงานของ กกต. ถ้ามีความพยายามทำให้วาระปกติวันที่ 10 ก.ย.เปลี่ยนแปลงไป ชัดเจนว่าพยายามยื้อวาระงบฯและทำให้กระทบการอภิปรายรายงาน กกต. ทราบมาจะจริงไม่จริง ท่านใดจะออกมาตอบโต้ หรือแจ้งข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งยินดี ทราบมาว่ามีข้อความจากหน่วยงาน กกต.แจ้งมา ขอไม่ให้มีการกระทบกระทั่ง กกต.จนถึงวันที่ 14 ก.ย.และหากปกป้อง กกต.ได้ การพูดคุยกันหรือความต้องการบางอย่างอาจราบรื่น ไม่ทราบว่า กกต.จะตัดสินใจอย่างไร แต่อยากให้สาธารณะช่วยกันจับตาเจตนาทางการเมือง มันส่อไปเจตนาพยายามจะปกป้อง กกต.มากเกินไปคปท.บี้ “โสภณ” ส่งศาลฎีกาไต่สวน ป.ป.ช.เมื่อเวลา 10.45 น. ที่รัฐสภา นายพิชิต ไชยมงคล นายนัสเซอร์ ยีหมะ และนายสอและ กูมุดา ตัวแทนเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เข้ายื่นหนังสือต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาผ่าน พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา เรียกร้องให้เร่งดำเนินการกรณีสมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อกล่าวหาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ประธานรัฐสภาส่งต่อให้ประธานศาลฎีกาให้แต่งตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ป.ช. กรณีมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม นายพิชิตกล่วว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ 1/2567 มีพยานหลักฐานเชิงลึกและเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ไม่ควรประวิงเวลาอ้างเพื่อความรอบคอบ ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองอีกคณะขึ้นมายื้อเวลา ประธานรัฐสภาตั้งกรรมการชุดนี้ขึ้น เป็นการสร้างอำนาจซ้อนอำนาจที่ไม่ควรเกิดขึ้น ขอให้นายโสภณเสนอเรื่องไปยังประธานศาลฎีกาทันที โดยไม่มีการปกป้องพวกกันเอง ขณะที่ พล.ต.ต.วิชัยกล่าวว่า จะนำ เรื่องเรียนต่อไป การตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองเพื่อ ความรอบคอบและความถูกต้องดีกว่าเกิดความผิดพลาด“อิ๊งค์” โพสต์ภาพร่วม “ทักษิณ–ปู”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 21.00 น. วันที่ 8 ก.ย. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขณะอยู่ที่สาธารณรัฐ ประชาชนจีนผ่านอินสตาแกรม @ingshin21 พร้อมข้อความ “Innovation and Technology knowledge sharing session” แบ่งปันความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เติมความรู้กันหน่อย พร้อมโพสต์คลิปหุ่นยนต์ 2 ตัว กำลังเต้นประกอบเพลงอย่างสนุกสนานนายกฯร่วมพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5เมื่อเวลา 18.40 น. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ เปิดเผยว่า ตามที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย เป็นผู้แทนพระองค์ เข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์นายอนุทินได้ปฏิบัติภารกิจ ณ กรุงออสโล ราชอาณาจักรนอร์เวย์ ในฐานะผู้แทนพระองค์อย่างสมพระเกียรติ ในพระราชพิธีวันที่ 9 ก.ย.เวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ณ อาสนวิหารกรุงออสโล ช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมงผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มพิธีมีขบวนเคลื่อนพระบรมศพจากพระราชวังไปยังอาสนวิหาร ท่ามกลางบรรยากาศอาลัยของชาวนอร์เวย์ที่เฝ้าตามเส้นทาง ถวายความเคารพครั้งสุดท้ายแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนาน กรุงออสโลอยู่ในบรรยากาศสงบหลังชาวนอร์เวย์จำนวนมากเดินทางไปถวายความอาลัยตลอดหลายวันที่ผ่านมา มีพระราชวงศ์ ผู้นำประเทศ นายกฯ และผู้แทนระดับสูงจากนานาประเทศเข้าร่วมพิธี ภารกิจครั้งนี้สะท้อนความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรนอร์เวย์ และเกียรติภูมิประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่