วงผู้นำฝ่ายค้านรุมถล่มคดีฮั้ว สว. “เท้ง” ชี้จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ “อภิสิทธิ์” แซว อดชิมเมนูเด็ด “พูลแมน” เตือน กกต.อย่าคิดว่าเรื่องจะจบง่ายๆ เสนอแก้ รธน. รายมาตรา รื้อหมวด สว.-องค์กรอิสระ แต่ระวังหนีเสือปะจระเข้ “ฮั้ว ส.ส.ร.” “ชลน่าน” ห่วง “โจรสมองเพชร” ครอบประเทศ เปลี่ยนระบอบการปกครอง “ชัยธวัช” ฉะระบอบน้ำเงิน ภัยคุกคามประชาธิปไตย ซัดต้องเชื่องกับผู้มีอำนาจเท่านั้นถึงรอด “พนิดา” ปูดอีก สว.เครือข่าย “เจเศรษฐ์-ชาดา” เผยวงโพยค่าจ้างหลักแสน “พริษฐ์” โต้ “แสวง” หลักฐานคาตา ยังไม่ชัดหรือ เปิดตัว สว.ที่ปรึกษาตลาดศรีเมือง มี “นภินทร” เป็นเจ้าของ ไล่บี้ 2 สว.ไปทำอะไรที่พาณิชย์ แฉพิกัดโทร. 40 สว.โผล่โรงแรมดัง “อนุทิน” แชร์เพจ สายอวย แซะคืน “ไอติม” ภท.ตีปี๊บ 10 ผลงานเด่นเวทีผู้นำฝ่ายค้าน “การเมืองไทยในวิกฤติความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ร่วมวงถล่มคดีฮั้ว สว. เป็นจุดเริ่มต้นของการกินรวบประเทศ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตือน กกต.อย่าคิดว่าเรื่องจะจบง่ายๆ วันที่ 14 ก.ย. วันนัดลงมติคดีฮั้ว สว.“เท้ง” ซัดโกง สว.จุดเริ่มต้นกินรวบเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการจัดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน “การเมืองไทยในวิกฤติความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” มีอดีตผู้นำฝ่ายค้านเข้าร่วมคึกคัก อาทิ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวเปิดสัมมนาว่า เราเห็นภาพตรงกันว่าการโกง สว.คือจุดเริ่มต้นของการกินรวบประเทศ กระบวนการตรวจสอบหลายคนอาจมองว่าการเอาผิดผู้ที่อยู่ในกระบวนการโกง สว. เป็นเรื่องยาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อ กกต.ชุดปัจจุบัน 4 ใน 7 คน ถูกเลือกมาจากสว.ชุดนี้ มีบุคคลที่อยู่ในสำนวนการตรวจสอบอยู่ด้วย การจัดเวทีลักษณะนี้เรากำลังทำให้สิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ ให้เขาปฏิเสธได้ยากขึ้น เพราะมีทั้งพยาน หลักฐานเอกสารเกี่ยวกับการโกง ถือว่าเป็นโอกาสดีที่อย่างน้อย กกต.ก็เลื่อนการลงมติออกไปเป็นวันที่ 14 ก.ย. เราจะใช้โอกาสเวทีนี้ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ เป็นสิ่งที่เขาปฏิเสธไม่ได้“อภิสิทธิ์” อดชิมเมนูเด็ด “พูลแมน”นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นึกว่าจะได้พิสูจน์ว่าที่นายกรัฐมนตรีพูดเป็นความจริงหรือไม่ว่าอาหารที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ อร่อย เลยตอบรับ แต่ในที่สุดก็ไม่ได้พิสูจน์ แต่ตกปากรับคำไปแล้วก็ต้องมา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตผู้นำฝ่ายค้าน แนะนำให้ตนสั่งอาหารจากโรงแรมพูลแมนมา แต่คิดว่าอย่าดีกว่า ขอให้กำลังใจทุกคนที่เป็นฝ่ายค้าน มักใช้คำหนึ่งว่าถ้าจะดูว่าประเทศไหนเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ต้องดูว่ามีฝ่ายค้านหรือไม่ เพราะถ้าไม่มีฝ่ายค้านจะเป็นการรวบอำนาจกังวลระบบตรวจสอบถูกทำลายนายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า กังวลมากกับสภาพบ้านเมืองและระบบในปัจจุบัน สมัยหนึ่งเรากลัวเรื่องการรวบอำนาจในแง่เสียงข้างมากในสภา ดูเหมือนสภาไม่ค่อยมีความหมาย เราเอากลไกการตรวจสอบถ่วงดุลออกไปอยู่ข้างนอกสภา โดยใช้สิ่งที่เรียกว่าองค์กรอิสระ เพราะการตรวจสอบของนักการเมืองด้วยกันเองเข้มแข็งไม่พอ เราหวังว่าองค์กรอิสระจะเป็นกลางยึดโยงกับประชาชน ก็ไปใช้บริการวุฒิสภาแต่ประสบปัญหามาทุกยุคทุกสมัย เพราะเอาจริงวุฒิสภาไม่ได้เป็นกลาง หรือเริ่มต้นอาจเป็นกลาง ทำไปทำมาก็ไม่เป็นกลาง ไปเริ่มสร้างเครือข่ายอำนาจ วันนี้ที่น่ากลัวคือมันไปไกล จนเห็นปรากฏการณ์หลายอย่างในกระบวนการยุติธรรม การตรวจสอบยากมาก เหมือนใช้สิทธิเสรีภาพสมคบกันล้มล้างการปกครองหรือไม่ ในอดีตที่ต่อสู้กับพรรคเพื่อไทย มีหลายสถานการณ์ที่ต้องบอกว่า ใหญ่โตมากทั้งในสภาและหลายๆอย่าง แต่เราคงไม่รื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ แต่สิ่งที่เราพูดเสมอคือต้องทำหน้าที่ระวังหนีเสือปะจระเข้ “ฮั้ว ส.ส.ร.”ต่อมาเป็นช่วงตอบคำถาม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เห็นด้วยว่าต้องขับเคลื่อนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และเตือนให้ระวังเจอ “ฮั้ว ส.ส.ร.” มันจะลึกขึ้นไปอีกขั้นคือเขียนกติกาใหม่ให้รับรองสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ขณะนี้หนักขึ้นไปอีก เขาอาจไม่กลัวกระบวนการยุติธรรม เพราะสุดท้ายหากไม่สำเร็จก็ยังมีสิ่งที่รองรับอยู่ อย่างที่เห็นในปัจจุบัน และต้องขอให้ผู้นำฝ่ายค้านช่วยดำเนินการ คือต้องแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยเฉพาะในเรื่อง สว. และองค์กรอิสระ ดึงสังคมเข้ามาช่วยกันหาทางเปลี่ยนแปลงให้ได้ ตอนนี้มี 2 เรื่องเป็นบททดสอบสำคัญ ว่าเราจะเดินหน้าให้กลไกการตรวจสอบได้ทุกคนจริงหรือไม่ มีเรื่องค้างที่ประธานรัฐสภา คือการส่งเรื่องถอดถอนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องคดีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ซุกหุ้นไปศาลฎีกา ตอนนี้ผ่านมา 83 วันแล้ว แสดงว่ามีเหตุอันควรสงสัยที่ต้องส่งเรื่องไปแล้ว ต้องติดตามเรื่องสำคัญนี้ต่อเตือน กกต.เรื่องไม่จบง่ายตามที่คิดนายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ล่าสุดมีข่าวว่าไปเลี้ยงฉลองล่วงหน้าแล้ว วันที่ 14 ก.ย.นี้จะรอดพ้นกันทุกคน อยากย้ำว่า กกต.ไม่ใช่ผู้ตัดสิน เพราะ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าต้องส่งให้ศาลพิจารณา อ้างอิงเคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาว่าเพียงแค่ผู้สมัครพูดในทำนองแลกเปลี่ยนกันก็เป็นความผิดแล้ว แต่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ประดิษฐ์ปัญญาเปลี่ยนแนวว่า “แลกได้” ฉะนั้นถ้าใครคิดว่าวันที่ 14 ก.ย.นี้จะจบ มันไม่จบ เพราะยังมีข้อมูลข้อเท็จจริงอื่นอีกมากที่ปรากฏในภายหลัง ต่อให้ กกต.บอกว่าเรื่องนี้จบแล้ว แต่เรื่องของท่านไม่จบแน่ เราต้องดำเนินการโดยใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย เคยมีบรรทัดฐานที่ กกต.วางไว้เอง เรื่องไปถึงศาลและศาลก็เชื่อตามท่านว่า มีความผิดจริง เหตุใดพฤติกรรมที่หนักหนาสาหัส และทำเป็นขบวนการมากกว่าทุกกรณี ทำไมจึงไม่ส่งศาลฎีกา ถามว่าช่องทางที่จะดำเนินการต่อไปเป็นอย่างไร ก็คงมีอุปสรรคอีก แต่เป็นหน้าที่ของเราทุกคนต้องทำต่อไป ฟันธงว่าถ้าใครคิดว่าวันที่ 14 ก.ย.เรื่องนี้จบ มันไม่จบแน่นอนถ่วงดุลอ่อนแอเจอเปลี่ยนระบบขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่าสิ่งที่ห่วงใยสุดคือหากระบบตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐอ่อนแอ อาจไม่มีระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ยิ่งเติมเต็มวิกฤติความเชื่อมั่น สุดท้ายถึงวิกฤติศรัทธา อาจถูกนำไปอ้างเพื่อเปลี่ยนระบบ จะแก้จุดใดจุดหนึ่งไม่ได้ต้องไปทั้งระบบ ทุกอย่างควรไปตัดสินด้วยกระบวนการยุติธรรม จบที่ศาล กกต.มีหน้าที่ไปหาเหตุและหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ในอดีตพรรคประชาธิปัตย์มีความอัจฉริยะโน้มน้าวชักจูงให้เกิดความเชื่อมั่นได้ เพราะมิติการเมืองความเชื่อคือ ความจริงทั้งที่ไม่ใช่เรื่องจริง นายอภิสิทธิ์สามารถอภิปรายในสภาให้ทุกคนเชื่อได้ว่านี่คือแมว ทั้งที่เป็นหมา ทั้งนี้ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในการเข้าสู่อำนาจขณะนี้ คือผู้มอบอำนาจไม่รู้สึกตัวว่าอำนาจที่มอบให้เกิดจากอำนาจที่แท้จริงของเขาหรือไม่ สิ่งที่ต้องช่วยกันคือการเข้าสู่อำนาจต้องมีความชอบธรรมด้วยระวังโจรสมองเพชรครอบประเทศนพ.ชลน่านกล่าวว่า คุณขนกระสุนไปเป็นร้อย อีกกลุ่มขนไปแค่ 30 แต่มีกระบวนการจัดการบริหารดีเยี่ยม 30 ก็ชนะ การสร้างบริบทการเมืองไม่ใช่เฉพาะวันเลือกตั้ง แต่ปูมาเรื่อยๆให้เป็นสัญลักษณ์ ร้อยนึงเขาก็เลือกเพราะบริบทการเมืองมันเอื้อมาแล้ว อย่างที่เห็นทำไมจึงต้องสร้างกลุ่มตัวแทนเป็นกลุ่มก้อน เป็นเพราะความชาญฉลาด ยอมรับนับถือความชาญฉลาดนี้ ถ้าเป็นโจรเรียกว่า “โจรสมองเพชร” น่ากลัวมาก สมองเพชรถ้าใช้ประโยชน์ในทางที่ดี ประเทศจะเจริญรุ่งเรืองมาก บ้านเมืองอยู่อย่างมีความสุขด้านนายอภิสิทธิ์ขอใช้สิทธิพาดพิงว่า ขอชี้แจงคนอาจเข้าใจผิดว่า พรรคประชาธิปัตย์พูดแมวเป็นหมา พูดหมาเป็นแมวได้ หน้าที่เราคือใช้ความสามารถในเวทีสภาให้คนเห็นว่าจริงๆแล้วมันคือแมว พร้อมกับหัวเราะและบอกว่า “คุณหมอคงไม่ลืมว่า สัจจัง เว อมตา วาจา เราต้องอยู่บนความจริง”ระบอบสีน้ำเงินภัยคุกคาม ปชต.จากนั้นนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล อดีตผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวเป็นคนต่อไปว่า พอพูดถึงเรื่องล้มล้างการปกครอง ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ที่ กกต.ร้องยุบพรรคก้าวไกลกรณีการหาเสียงทำนโยบายเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 เป็นฟ้ากับเหว กับสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ จึงตั้งคำถามว่าเรื่องโกง สว.มีความปรากฏหรือไม่ มีความปรากฏตั้งแต่ที่เมืองทองธานีแล้ว ทำไมความปรากฏจึงช้ามาก รอดูว่าวันที่ 14 ก.ย.จะเป็นอย่างไร คดีฮั้ว สว. โกง สว.จะเป็นอีกจุดที่ทำให้สังคมไทยเห็นว่าเราจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เร็วที่สุด เป็นหนึ่งในวิกฤติที่แสดงถึงระบอบประชาธิปไตยของไทยจากภัยคุกคามของระบอบสีน้ำเงิน ที่เป็นพัฒนาการล่าสุดของระบอบการเมือง ตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 และมีรัฐธรรมนูญปี 2560 องค์กรอิสระ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ และ สว. ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นกลไกในการกำกับควบคุมสภา และฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้ง กลไกที่ออกมากำกับควบคุม อำนาจที่มาจากประชาชนให้เชื่องต่อผู้มีอำนาจในระบอบสีน้ำเงินต้องเชื่องกับผู้มีอำนาจถึงจะรอดนายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่แปลกว่ากลไกเหล่านี้จะทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง เช่น ป.ป.ช.จะเลือกฟ้องนักการเมืองคนไหนขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นยอมถูกกวาดต้อนมาอยู่กับผู้มีอำนาจหรือไม่ ลองไปถามอดีต สส.พรรคพลังประชารัฐดูว่าถูกแบล็กเมล์เรื่องอะไร พอวันหนึ่งไม่มีอำนาจ หรือไม่ได้เป็นพวกเดียวกันแล้ว คดีจะกลับมาเดินใหม่มันเอาไว้ควบคุมกำกับใช่หรือไม่ ใครเชื่องรอดไป รอไว้ก่อน ใครไม่เชื่องจัดการ ลองดูศาลรัฐธรรมนูญใครเชื่องรอด ใครไม่เชื่องตัดสิทธิ์ ยุบพรรค วันนี้ สว.ที่มาจากการโกง แม้ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ แต่ถือเป็นแกนกลางของการกำกับควบรวมอำนาจของระบอบสีน้ำเงิน อีกหน้าที่ของ สว. คือการไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในแบบที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการ จะเห็นได้ว่ามีความพยายามทุก วิถีทางโกงอย่างเป็นระบบและโจ่งแจ้ง เพื่อได้เสียงข้างมากใน สว. เพื่อพิทักษ์ระบอบสีน้ำเงิน ใช้ทุกวิถีทางถึงขั้นบอกว่าเราทำเพื่อข้างบนปูด สว.เครือข่าย“เจเศรษฐ์–ชาดา”น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน กล่าวถึงเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่าง สว.อุทัยธานี กับนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทยว่า หลังจากไปหาข้อมูลพบความสัมพันธ์ทั้งบุคคลที่เป็นผู้ช่วย ประวัติการทำงาน รวมถึงประวัติการโทรศัพท์ มีการอ้างถึง สว.อุทัยธานี 4 คน เริ่มจากนายอลงกต วรกี สว. อดีตรองผู้ว่าฯอุทัยธานี มีประวัติการโทรศัพท์ 31 ครั้งกับนายเจเศรษฐ์ และมีประวัติการโทร. 3 ครั้งกับนายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อีกคนนายสุทนต์ (กล้าการขาย) สว. พบว่ามีประวัติการโทร.กับนายเจเศรษฐ์ 7 ครั้ง และมีอีก 1 สายที่โทร.คุยกับนายชาดาและยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นหลักสูตร นยปส. รุ่นที่ 13 กับนายชาดา คนต่อมาคือ น.ส.สายฝน (กรองแก้ว) สว. มีผู้ชำนาญการที่คาดว่าเป็นเพื่อนกับ สส.อุตรดิตถ์ พรรค ภท. คนถัดมาคือ นายวันชัย (แข็งการเขต) สว. มีอดีตผู้เชี่ยวชาญของนายวันชัย เคยเป็นคณะทำงานของนายเจเศรษฐ์มาก่อนเผยวงจัดทำโพยค่าจ้างหลักแสนน.ส.พนิดากล่าวอีกว่า ในเอกสารบางชิ้นพบว่ารายการบุคคลที่ได้เป็น สว. จ.อุทัยธานี และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เคยไปร่วมอยู่ในสถานที่ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นที่จัดทำโพยที่คลองสวนพลู รีสอร์ท จ.พระนคร ศรีอยุธยา ก่อนจะถึงการเลือก สว.ระดับประเทศ เข้าใจว่าเจ้าของสถานที่ดังกล่าวมีความใกล้ชิดมากกับนายกฯ และพรรค ภท. นอกจากนี้ยังมีข้อมูลปรากฏว่า หลังการประชุมจัดทำโพยได้มีการแจกเงินสดให้กับผู้เข้าร่วม คนละ 2 หมื่นบาท พร้อมแจ้งว่าหากผลคะแนนเป็นไปตามโพยจะได้รับเพิ่มอีก 8 หมื่นบาท และหากสามารถทำให้มีผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็น สว.เกิน 120 คน จะได้อีกคนละ 1 แสนบาท“พริษฐ์” โต้ “แสวง” หลักฐานชัดไหมนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาใน 229 คน เป็นรัฐมนตรี สส. และเป็น กก.บห.พรรค ภท. ทั้งหมด 21 คน ที่เรามีข้อกังวลจากคำสัมภาษณ์ของนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ดูเหมือนจะหาทางลงเพื่อไม่ให้มีการสั่งฟ้องนักการเมืองเหล่านี้ หลักฐานในขั้นตอนนี้ไม่ใช่ขั้นตอนของศาลที่จะบอกว่าคนนี้ผิดหรือไม่ผิด ตามกฎหมาย กกต.มีหน้าที่สั่งฟ้องตามหลักฐานอันควรเชื่อว่ามีการทุจริต อย่าเอามาตรฐานจากศาลมาใช้กับการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. หลักฐานที่เราเปิดกันมาตั้งแต่เวทีแรกๆ วันนี้ยังไม่เพียงพอจริงหรือ มันคือหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าขบวนการที่เกี่ยวข้องกับสองร้อยกว่าคนเหล่านี้มีอยู่จริงเปิดตัว สว.ที่ปรึกษาตลาด “นภินทร”นายพริษฐ์กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ได้แลกเปลี่ยนกับนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรายการโทรทัศน์ ช่วงบ่ายนายนภินทรแถลงข่าวซ้ำอีก มีบางประเด็นที่ทำให้รู้สึกสงสัย โดยเฉพาะกรณีที่มีการรวมตัวกันของบุคคลต่างๆกว่า 10 คน ในห้องทำงานของนายนภินทร ได้ถามนายนภินทรว่ารู้จักกับคนที่มาเป็น สว.ใน จ.ราชบุรีหรือไม่ นายนภินทรบอกว่า รู้จัก 2 คน คนหนึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมที่ อ.บ้านโป่ง อีกคนคอยช่วยเหลือเกี่ยวกับเกษตรกร สิ่งที่สงสัยคือทำไมนายนภินทรไม่พูดตรงๆว่ารู้จัก 2 คนนี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะนายสัมพันธ์ เคยเป็นที่ปรึกษาของตลาดศรีเมือง ที่นายนภินทรเป็นเจ้าของ ทำให้มองว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันไล่บี้สอง สว.ไปทำอะไรที่พาณิชย์นายพริษฐ์กล่าวว่า ยังสอบถามนายนภินทรว่ามีผู้สมัคร สว.คนไหนไปอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ในห้วงเวลาเดียวกับที่มีเหตุการณ์ในห้องทำงานรัฐมนตรี แต่นายนภินทรตัดบทว่าคนมากระทรวงพาณิชย์เป็น 4-5 พันคน เกี่ยวอะไรกับท่าน แต่พอไปเจาะลึกข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าไม่ใช่แค่ผู้สมัคร สว.ที่ไหน แต่เป็นสองคนนี้ คือ 1.สว.ภาวนา จ.ราชบุรี ที่นายนภินทรยอมรับว่ารู้จัก และ สว.วราภัสร์ จ.เพชรบุรี ที่ปรากฏชื่อในโพยใบสั่งแทบจะทุกใบ ขอถามไปยัง สว. 2 คนนี้ว่าวันดังกล่าวไปทำอะไรที่กระทรวงพาณิชย์ ที่พูดมานี้ไม่ได้ชี้ว่าใครถูกใครผิด แต่เพื่อจะบอกว่าหลักฐานทั้งหมดเป็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตแฉพิกัดโทร. 40 สว.โผล่โรงแรมดังนายพริษฐ์กล่าวด้วยว่า ข้อมูลจริงๆตนอยากไปเปิดที่โรงแรมพูลแมน แต่เมื่อต้องย้ายสถานที่ไม่เป็นไรก็ได้เปิดเผยอยู่ดี เป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าหลักฐานในมือ กกต.จะแน่นขนาดไหน ที่ผ่านมาเราได้ยินมาเยอะในเรื่องเกี่ยวกับโรงแรมพูลแมน หนึ่งในข้อมูลที่เราได้รับมาเกี่ยวกับพิกัดโทรศัพท์ มีข้อมูลว่ามี สว.จำนวน 40 คนที่ปรากฏพิกัดโทรศัพท์อยู่ในบริเวณโรงแรมพูลแมนในวันที่ 21 ก.ค.2567 ซึ่ง 40 ชื่อนี้อยู่ใน 229 คนที่คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 สั่งฟ้อง นี่คือหลักฐานที่น่าจะอยู่ในมือของ กกต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว เราเอาจิ๊กซอว์แต่ละชิ้นมารวมกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าตกลงแล้วกระบวนการโกง สว.มีอยู่จริงหรือไม่ และเชื่อว่าถ้าหน่วยงานมีหลักฐานนี้อยู่ในมือ เชื่อว่าหลักฐานเพียงพอให้ กกต.ตัดสินใจสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาไปที่ศาลได้“อนุทิน” แชร์เพจอวยแซะ “ไอติม”วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายก รัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กเป็นข้อความภาษาอังกฤษระบุว่า “Iron doesn’t melt. Ice cream does” (แปลว่าเหล็กไม่ละลาย แต่ไอศกรีมละลาย) พร้อมแชร์ข้อความจาก 2 บัญชีเฟซบุ๊กที่แสดงความเห็นสนับสนุนขั้วอำนาจสีน้ำเงินมาตลอด บัญชีแรก “กวีเหลวไหลแท้” เขียนระบุว่า “นภินทร นักการเมืองโปรไฟล์ธรรมดาแทบจะไม่มีใครรู้จัก กลับสร้างชื่อเสียงขึ้นมาในเวลาชั่วข้ามคืน หลังจากสยบ พริษฐ์ ไอติม นักการเมืองดาวรุ่งผู้โด่งดัง ด้านฝีปาก ลงได้แทบไม่น่าเชื่อ” อีกบัญชีคือ “Anake Chongsathien” ระบุว่าเหตุใด “ไอติม” จึงแพ้น็อก “นภินทร” กลางรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ“เด็จพี่” ชงยกเครื่องปฏิรูปใหญ่ สว.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าไม่แปลกใจที่นักการเมือง นักวิชาการ และประชาชนจำนวนมากจะผิดหวังกับ กกต. และองค์กรอิสระหลายองค์กร จนเกิดคำถามถึงการทำหน้าที่และความเชื่อมั่น รวมถึงตั้งคำถามว่าระบบมีช่องให้ถูกแทรกแซงได้หรือไม่ ถือเป็นเรื่องใหญ่องค์กรเหล่านั้นต้องพิสูจน์ด้วยการทำงานเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น ถ้ากติกามีจุดอ่อนต้องกล้าทบทวน โดยเฉพาะกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ขอเสนอ 4 ทางออก เพื่อให้ทุกฝ่ายช่วยกันคิด คือ เปิดข้อมูลให้ตรวจสอบตั้งแต่ต้น ทบทวนระบบเลือกกันเอง-เลือกไขว้-กลุ่มอาชีพ ยกระดับการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และเปิดวงถกอนาคต สว.มีไว้ทำอะไร มาจากไหน ใครตรวจสอบ ไม่อยากเห็นเรื่องนี้จบลงด้วยการกล่าวหากันว่ากลุ่มนั้นฮั้ว กลุ่มนี้ก็ฮั้ว หากประเทศได้เพียงความขัดแย้ง แต่ไม่ได้ระบบที่ดีขึ้น ประชาชนก็ไม่ได้อะไร จึงอยากเสนอให้นำบทเรียนครั้งนี้มาร่วมกันจัดทำ พิมพ์เขียว สว.ในอนาคตภท.ตีปี๊บ 10 ผลงานเด่นของรัฐบาลอีกเรื่อง เพจเฟซบุ๊กพรรคภูมิใจไทย โพสต์โปรโมต 10 ผลงานรัฐบาล ประกอบด้วย โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 การเติมทุนกว่า 4,452 ล้านบาทให้ชุมชนทั่วประเทศ โดยโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” จัดสรรงบ ประมาณกว่า 4,452 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชน 79,610 กองทุนทั่วประเทศ ช่วยประชาชนลดภาระดอกเบี้ย รวมถึงค่าไฟฟ้า 1-200 หน่วยแรก เหลือ 3 บาทต่อหน่วย บ้านเช่า-หอพัก-อพาร์ตเมนต์ ได้ประโยชน์จากโครงสร้1างค่าไฟฟ้าใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับสิทธิต่อเนื่อง “ปุ๋ยสั่งตัด” ลดต้นทุนเกษตรกรจากต้นทาง สร้างอาชีพผ่าน “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ยกระดับการปราบสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ เดินหน้าสาธารณสุขดิจิทัล และผลักดันไทยสู่ Medical & Wellness Hub“ดร.เชน” ลุยโมเดล “เลิกเผา เป๋าตุง”ที่โรงเรียนภาษาจีนเล่าฟู อ.แม่จัน จ.เชียงราย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อม น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการ “เลิกเผา เป๋าตุง” ขับเคลื่อนนโยบายเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรจากภาวะมลพิษให้กลายเป็นวัตถุดิบสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมขยายผลโครงการ PMUC Zero Burn to Earn สู่พื้นที่ภาคเหนืออย่างเต็มรูปแบบ นายยศชนันกล่าวว่า ปัญหา PM 2.5 เราพยายามมุ่งแก้ไขที่ต้นเหตุ แต่ละพื้นที่มีบริบทและสาเหตุที่แตกต่างกัน การแก้ปัญหาจึงต้องมีคำตอบที่จำเพาะเจาะจง อย่างภาคเหนือแม้ตอนนี้อากาศยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เราต้องเริ่มลงมือทำให้ออกผลสัมฤทธิ์ทันเวลาในช่วงเดือน ธ.ค. เน้นให้ประชาชนเห็นว่าการเลิกเผาสามารถสร้างรายได้ได้จริง หากพื้นที่นำร่องของเราทดลองแล้วได้ผล ประชาชนและพื้นที่อื่นๆก็พร้อมจะร่วมมือกันขยายผลออกไปได้ทั้งประเทศ ปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จของโมเดลนี้ คือการสร้างตลาดรับซื้อที่แน่นอน ล่าสุด อว.ได้บูรณาการความร่วมมือระยะ 1 ปี ร่วมกับ 5 บริษัทเอกชนชั้นนำ ได้แก่ บมจ.พรีไซซ คอร์ปอเรชั่น, บจก.สหโคเจน กรีน, บจก.กรีน ลีฟ พาวเวอร์, บจก. อีพีซี พลังงานยั่งยืน และ บจก.สยามวัฒนา มีการลงนามรับซื้อเศษวัสดุทางการเกษตรปริมาณ 40,000 ตัน มูลค่ากว่า 30 ล้านบาทต่อปี นำไปแปรรูปเป็นพลังงานชีวมวลอัดเม็ดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่