“คอมพิวเตอร์ กราฟิก” ในฉากภาพยนตร์ “วันสิ้นโลก” ยังไม่ระทึกเท่า ของจริง ภาพจริง ปรากฏการณ์จริง “คลื่นนรก” มวลน้ำมหาศาลพัดพาโคลนมหึมาจากยอดภูเขาไหลเข้าถล่มเมืองในเขตชายแดนทิเบต-เนปาล ตึก อาคารสูง บ้านเรือน ถนน สะพาน หายวับไปในพริบตา คร่าชีวิตผู้คนเบื้องต้นทะลุหลักร้อย บาดเจ็บ สูญหายอีกนับไม่ถ้วนธรรมชาติเอาคืน “มนุษย์รังแก” แบบโหดๆ ผ่านวิกฤติ “โลกเดือด” สภาพอากาศเพี้ยนสุดขั้วที่ประเมินความรุนแรงไม่ได้ร้อน ฝน หนาว น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ภัยธรรมชาติถล่มทั่วทุกทวีปนับวันยิ่งหนักหน่วงสาหัส และก็โดนฟาดหางเต็มๆมาตลอดระยะกว่าสิบปี หลังๆประเทศไทยที่กำลังอยู่ในห้วงฤดูมรสุม ผวาฝนถล่ม น้ำป่าพัดท่วมเมือง “พื้นที่เสี่ยง” กระจายทั่วทุกภูมิภาค เหนือ อีสาน กลาง ใต้สัญญาณเริ่มโดน “เรนบอมบ์” กระหน่ำ มหันตภัยน้ำป่าถล่มด่านแรกที่ จ.น่าน กลายเป็น “จุดอ่อนไหว” ต่อการถูกน้ำท่วมเมืองทุกปี แต่ก็เหมือนจะมีประสบการณ์ “สำลักน้ำ” กันจนรู้หน้าที่ตามอาการตื่นตัวตั้งรับปัญหาแบบฉับไว “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ที่รีบสั่งการข้ามประเทศระหว่างเยือนเครือรัฐออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ บัญชาให้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.การอุดมศึกษาฯ นำทีมขึ้นไปกู้สถานการณ์ ช่วยเหลือประชาชนทันทีไม่ต้องสำลักน้ำ หูตาเหลือกเหมือนที่หาดใหญ่ ปลายปีกลายแต่ชั่วโมงนี้ก็ยัง “หายใจได้ไม่ทั่วท้อง” อยู่ดีกับสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้ว ฤดูมรสุมของไทยที่ต้อง “เฝ้าระวัง” กันห้ามกะพริบตาพายุ หย่อมความกดอากาศต่ำ เรนบอมบ์ มรสุมฤดูฝนละสายตาไม่ได้จังหวะ “มรสุมการเมือง” ก็ร้อนแรงประชันกันเลย รัฐบาล “อนุทิน 2 พลัส” ต้องเผชิญพายุสารพัดลูกที่พุ่งเข้ากระแทกหนักๆแรงระดับไต้ฝุ่นก็คือ โกงสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหนักระนาบดีเปรสชันก็คือ “สว.โพยฮั้ว”สถานการณ์ “นายกฯอนุทิน” และรัฐมนตรีทีมภูมิใจไทย ไปจนถึงนักการเมืองเบอร์ใหญ่ของค่ายเซราะกราว เขากระโดง โดนขึงพืดอยู่ในวงล้อมพายุ “กระแสสังคม” โหมกระหน่ำอารมณ์แบบที่ “เดอะแบด” ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ “ลูกเทพบ้านใหญ่อ่างทอง” ถึงกับต้องโอดครวญกลายเป็น “ไอ้ฟัก”“เหยื่อ” โดนสังคมพิพากษาเป็น “จำเลย” ทั้งๆที่ยังไม่ได้พิสูจน์ในชั้นศาลณ จุดที่ยอมรับสภาพตกเป็นรองในการแก้ต่างกับ “คณะลูกขุนในสังคม” โดยเฉพาะโลกโซเชียลมีเดีย ที่เทน้ำหนักให้กับ “ฝ่ายโจทก์” สะท้อนจากโพลสำนักต่างๆไหลไปทางฝั่ง “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการทีมไอลอว์ กับ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน“เขย่าขวัญวันหยุด” จนมาถึงช็อต “ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว.”ยุทธศาสตร์ล้อกระแส ฟอร์มการตลาดการเมืองรุ่นใหม่ ลุยจัดอีเวนต์ “ก้อร่อก้อติก” ค่ายส้มกับทีมไอลอว์แท็กทีมกัดแบบไม่ปล่อยต้อนหน้าต้อนหลัง ปล่อยข้อมูลลับในสำนวนสอบสวนของคณะอนุกรรมการฯชุดที่ 26 ที่ “ชงเข้ม” ดักทางการปรับสำนวน “ชงบาง” ของคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36ร่อนโพยดักฟังสายโทรศัพท์ผู้ร่วมขบวนการ แฉกันโต้งๆใครคุยกับใคร“เส้นทางเงิน” ไหลไปกองอยู่จังหวัดไหน จนสังเกตได้ถึงจุดผิดปกติยังไงแม้แต่ “เกมแสบ” ตั้งใจจองโรงแรมดังย่านซอยรางน้ำ “ฐานบัญชาการใหญ่” ของก๊วนอำนาจสีน้ำเงิน เป็นที่จัดงาน “เวทีผู้นำฝ่ายค้าน” โหมโรงใหญ่ ย้ำประจาน ไล่จิ๊กซอว์ให้เห็นภาพเครือข่ายเร่งกดดัน “โค้งสุดท้าย” บี้ กกต.สั่งฟ้อง “นายกฯหนู” พ่วง “229 แก๊งฮั้ว สว.”“ฝ่ายโจทก์” เดินหมากได้เข้าเป้า ต้อน “จำเลยสังคม” เข้ามุมอับ ต้องยอมรับว่าปฏิบัติการของทีมไอลอว์กับค่ายส้ม สามารถโน้มน้าวคณะลูกขุนเสียงส่วนใหญ่ในสังคมพิพากษาคดีฮั้ว สว.ไปแล้วแนวโน้มกระแสโพลเชียร์ให้ล้มกระดาน “สว. โพยฮั้ว”แวดวงคนดัง นักวิชาการ สื่อเลือกข้าง ร่วมวงกระตุกเบรก 2 น. หยุดใช้อำนาจตามอำเภอใจเรียกร้องให้การเมืองสู้กันอย่างเท่าเทียมหากแต่ว่า มุม “นิติธรรม” มันคนละเรื่องกับหลัก “นิติรัฐ”โดยทิศทางกระแสสังคมที่อินตามอีเวนต์ฝ่ายแฉ มันไหลไปคนละทางกับผลในทางกฎหมาย คนละเรื่องกับทิศทางคดีภายใต้กระบวนการยุติธรรม ที่ดูทรง กกต.ก็ไม่ได้เต้นตามแรงเขย่าของฝ่ายโจทก์ “ไอลอว์-ค่ายส้ม”อารมณ์หักพวงมาลัยลงข้างทาง หักมุมเกมบี้ให้ลุยโละ 229 แก๊งโพยฮั้ว สว.จังหวะลากเกียร์ต่ำ กกต.เพิ่ง “เหวี่ยงแหปลาซิว” ลุยดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว.ที่รู้ตัวว่าขาดคุณสมบัติแต่ยังฝืนลงสมัคร จำนวน 1,767 รายส่อ “ชงบาง” เป็นน้ำล้างถ้วยตามเค้าลางแบบที่ “แหวง เซราะกราว” นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ปูทางนำร่อง อ้างยึดแนวกำแพงรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 ฉายองค์ประกอบที่ กกต.จะส่งสำนวนต่อศาลฎีกาวนไม่พ้นผู้สมัคร สว.ที่ฮั้วกันเอง ไม่เด้งกระฉอกออกไปถึงภายนอกบอกใบ้กันล่วงหน้าชัดๆ ไม่ได้ลากไปถึง “นายกฯอนุทิน” ในฐานะหัวหน้าค่ายภูมิใจไทย ที่โดน “ไอลอว์” แฉโพยเป็นหัวขั้วใหญ่ร่วมกับรัฐมนตรี นักการเมืองขาใหญ่ก๊วนเซราะกราว เบื้องหลังโพยฮั้ว สว.ตามทรง กกต.ไม่ฟาดหัว เน้นฟันเฉพาะหางๆ เส้นทางบังคับไปถึงกระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาก็ไม่อาจวินิจฉัยนอกสำนวนฟ้องเกมอุ้ม “อนุทิน” แหกวงล้อมกระแส “ตามครรลองกฎหมาย”ในจังหวะ “ครูใหญ่ ค่ายเขากระโดง” ได้เหลี่ยมโชว์ลูกเขี้ยวระดับปรมาจารย์ “สายดาร์ก” พลิกจากตั้งรับสุดกระดานเป็นการรุกโต้กลับสุดกำลัง งัดตำราการเมืองโบราณ ทั้งวิชาเทพ วิชามารสั่งลูกทีมภูมิใจไทยดาหน้าเบิ้ลกลับฝ่ายไอลอว์กับกองทัพส้มทุกแนวรบไล่จากทุบทำลายเครดิตทีมเด็กที่เล่นเกมแฉแบบ “จับแพะชนแกะ” ไล่ฟ้องหมิ่นประมาท “ยิ่งชีพ-ไอติม” คดียาวเป็นหางว่าวกดปุ่มสัญญาณกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไล่บี้ดำเนินคดี “ไอ้โม่ง” ในคณะอนุกรรมการไต่สวน ชุดที่ 26 ปล่อย “สำนวนหลุด” ไปอยู่ในมือ “ไอลอว์–ค่ายส้ม”วิบากกรรมจ่อถล่ม “บิ๊กข้าราชการดีเอสไอ” ข้อหาใช้รถหลวง เบิกน้ำมันหลวง อ้างภารกิจสืบสวนคดี “ฮั้ว สว.” แต่คาบลูกคาบดอกเอาไปใช้ส่วนตัว ส่อโดนเล่นหนักทั้งโทษทางวินัยและคดีอาญาจากที่โดนล่อเป้าเป็นลูกระนาด เกมโต้กลับมหกรรม “โพยฮั้ว สว.” มาเป็นวงออเคสตรา ลูกเก๋าเกมการเมืองก๊วนเซราะกราว เด้งเชือกออกจากมุมอับ ขี่อำนาจตามกฎหมายเบิ้ลฝ่ายรุกไล่ไม่เป็นขบวนเหมือนกัน“มวยแก่” ไม่ยอมโดน “มวยหนุ่ม” น็อกหลับคามุมง่ายๆอีกทางก็เป็นสัญญาณสะท้อนความมั่นอกมั่นใจ ในการวางหมากรับเกมยาวๆบนเส้นทางอำนาจของ “ผู้ถือธงนำ” ฝ่ายอนุรักษ์นิยม“อนุทิน” ลุยยกเครื่องใหญ่อาณาจักรคลองหลอด แตะมือ “บิ๊กบราเธอร์” อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” แชร์ขุมกำลังข้าราชการฝ่ายปกครองในกระทรวงมหาดไทย โยกย้ายอธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดแถวซี 10 วางแนว ซี 9 ต่อคิวขึ้นมาเป็นมือเป็นไม้สลายสิงห์ดำ สิงห์แดง สิงห์ทอง สิงห์ขาว กลายเป็น “สิงห์เขากระโดง”ล็อกแน่นทั้งข้าราชการพลเรือน กระชับสายสัมพันธ์แนบแน่นกองทัพและนั่นก็ไม่ต้องห่วงสำหรับเสียงในสภาฯ ประเมินจากเกมโหวตร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท แต้มฝ่ายรัฐบาลชนะขาด 285 เสียง ต่อ 141 คะแนนพรรคเพื่อไทยไม่มีแตกแถว “แม้แต่แอะเดียว”แถมค่ายกล้าธรรมของ “ผู้กองยอดรัก” ยังเอี่ยวหุ้น “งดออกเสียง” ตามสถานะ “ฝ่ายคอย” อย่างมีความหวังไม่เลิกราเสริมกำแพงหนาๆ เอายังไงก็ไม่ลงง่ายๆแน่.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม